Tag Archive: อารยธรรม

อนาคตทางเศรษฐกิจ

เศรษฐศาสตร์

การศึกษาด้านอารยธรรมวิเคราะห์ประเด็นเรื่องอัตลักษณ์เป็นภาพรวม มีการศึกษาหลายชิ้นเกี่ยวกับอารยธรรมช่วงครึ่งแรกของคริสศตวรรษที่ 20 แนวคิดเรื่องอารยธรรมมีความหลากหลายถูกละเลยไปช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีการมองกันว่าเป็นสงครามที่ปกป้องอารยธรรมของมวลมนุษย์เป็นวัฒนธรรม หนึ่งเดียว แนวคิดเรื่องว่าอารยธรรมมีความหลากหลายถูกกีดกันออกไปช่วงสงครามเย็น ขณะนี้หวนกลับมาอีก แต่อยู่ในสภาวะสับสนตามสมควร

อารยธรรมคืออะไร? นักโบราณคดีซึ่งศึกษาอารยธรรมสมัยต้น ๆ ตีความว่าเกิดจากสภาวะทางเศรษฐกิจ เช่น อารยธรรมเทคโนโลยีสมัยทองแดง (Bronze Age) เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับความเป็นเมืองขนาดใหญ่ การแบ่งงานกันทำของแรงงาน มีโครงสร้างชนชั้น และโครงสร้างด้านอำนาจการควบคุมหรือรัฐ

มนุษย์กลุ่มต่าง ๆ ถูกร้อยรัดเข้าด้วยกันด้วยสัญญลักษณ์ต่าง ๆ ซึ่งทำให้มวลสมาชิกสามารถสื่อสารเข้าใจซึ่งกันและแสวงหาความหมายแก่ชีวิต อาณาบริเวณของความรู้ซึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของบุคคลและปฏิสัมพันธ์ที่มี ระหว่างกัน แสดงออกผ่านสื่อหลายรูปแบบ ได้แก่ นิยายปรัมปรา ภาษา และศาสนา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งเดียวกัน และเป็นเช่นนั้นมาตราบจนสมัยต่อมาเมื่อสปิริตการวิเคราะห์และให้เหตุผลมี ความสำคัญขึ้น จึงมีการแยกรูปแบบสื่อต่าง ๆ ที่กล่าวมาออกเป็นส่วน ๆ ออกจากกัน

คำจำกัดความคำว่าอารยธรรม ในทางปฏิบัติน่าจะเป็นความคล้องจองกันระหว่างชุดของ สภาวะวัตถุวิสัย (สภาวะเศรษฐกิจ หรือ material condition) ที่กำหนดความเป็นอยู่กับชุดของการให้ความหมายที่เป็นผลจากประสบการณ์และ ปฎิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ มิติด้านวัตถุและมิติด้านจิตใจของอารยธรรมเมื่อประกอบเข้าด้วยกัน อาจให้ผลเป็นอารยธรรมแบบต่าง ๆ ทั้งนี้เนื่องจากมิใช่เป็นเพียงกรณีของสภาวะวัตถุวิสัย ส่งผลให้เกิดรูปแบบจิตสำนึกได้รูปแบบเดียว ขณะที่รูปแบบอื่น ๆ เป็นความจอมปลอม รูปแบบของการหาความหมายจะต้องเหมาะเจาะกับสภาวะวัตถุวิสัย และมนุษย์อาจสู่จุดนั้นได้ด้วยหลายแนวทาง ดังนั้นอารยธรรมที่แตกต่างกัน แม้จะมีสภาวะวัตถุวิสัย อันเดียวกัน อาจมีการให้คุณค่า และเส้นทางโคจรที่ต่างกัน

 

ความสำคัญของการศึกษาอารยธรรมในแนวนี้ อยู่ตรงที่สมมติฐานพื้นฐานเกี่ยวกับระบบโลก ได้แก่ (1) มีทางเลือกต่าง ๆ สำหรับอนาคตของมนุษย์ เราไม่ต้องถูกผูกมัดอยู่กับการขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้งของขบวนการโลกา ภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ ที่กำหนดโดยการแข่งขันกันในตลาดโลก และซึ่งจะนำไปสู่สังคมมนุษย์โลกที่ขาดความหลากหลายตามแบบอย่างสังคมอเมริกัน ร่วมสมัย อารยธรรมที่มีองค์ประกอบของคุณค่าต่าง ๆ และการจัดองค์กรสังคมรูปแบบต่าง ๆ เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ กล่าวอีกนัยหนึ่งเรายังเลือกสังคมที่เราต้องการได้ (2) ถ้าอารยธรรมต่าง ๆ คงอยู่ร่วมกัน การมีความเข้าใจซึ่งกันและกันจะกลายเป็นปัญหาที่สำคัญที่สุด เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายของการมีระเบียบโลก นี่คือสภาพที่ต่างจากสมัยสงครามเย็นที่มีสมมติฐานแนวคิดเชิงเดี่ยวเหมือนๆ กัน

กุญแจสำคัญที่จะทำให้เราเข้าใจโลกพหุนิยม [โลกที่มีความหลากหลายด้านอารยธรรม - ผู้แปล] คือความสามารถเข้าใจกรอบวิธีคิดของผู้คนที่มองโลกแตกต่างไปจากวิธีการที่ “เรา” คุ้นเคย (ไม่ว่า “เรา” จะเป็นใคร) คือเข้าใจผู้คนที่มีทัศนคติต่อความเป็นจริงแตกต่างจากเรา

เราไม่ควรมีภาพของอารยธรรมเสมือนเป็นตัวตนที่คงที่ และซึ่งประจัญหน้าซึ่งกันและกันอย่างไม่เป็นมิตร แต่พิจารณาว่าอารยธรรมทุกประเภทเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทั้งจากสภาวะความ ขัดแย้งภายในและการที่ต้องเผชิญกับปัจจัยจากภายนอก กระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้เมื่อประกอบเข้ากับการคงอยู่ของอารยธรรมต่าง ๆ ที่ยังเป็นปริศนา อาจจะเป็นพื้นฐานของความรู้ในอนาคตเกี่ยวกับระเบียบโลก การเปลี่ยนแปลงของอารยธรรมในมิติต่าง ๆ น่าจะเป็นองค์ประกอบของความรู้ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีและการสื่อสารกัน ความสัมพันธ์ทางสังคมของขบวนการผลิตและคุณค่าที่ฝังอยู่กับสังคม แนวคิดเรื่องเวลา และพื้นที่ (time and space) ซึ่งเป็นกรอบแสดงว่ามนุษย์คิดอย่างไรกับโลกของเขา ความหมายแห่งจิตวิญญาณที่หลากหลายและผลที่มีต่อพฤติกรรมของมนุษย์

‘ความเป็นจริง’ ถูกสร้างขึ้นโดยประวัติศาสตร์และสังคม ดังนั้นความเป็นจริง จึงต่างกันสำหรับแต่ละอารยธรรม มิใช่เป็นสากลทั่วโลก (นี่มิใช่หมายความว่าต้องปรับเอามิติวิธีคิดของอารยธรรมอื่น ๆ มาใช้เพียงทำความเข้าใจเท่านั้น) เมื่อสามารถเข้าใจผู้อื่น (สังคมอื่นหรือ อารยธรรมอื่น)แล้ว สิ่งที่จำเป็นลำดับต่อมาคือแสวงหาส่วนร่วมหรือแนวร่วมของ ‘ความเป็นจริง’ ที่หลากหลายนี้เพื่อเป็นพื้นฐานของความเป็นสากล ภายในโลกที่มีความแตกต่างหลากหลาย