Tag Archive: สัตว์โลก

ความรู้เรื่องการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์

“สัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาด” หมายความว่า สัตว์ใดที่อยู่ร่วมฝูงหรือเคยอยู่ร่วมฝูงกับสัตว์ที่เป็นโรคระบาด อันอาจติดเชื้อโรค หรือมีเหตุอันเชื่อได้ว่ามีการแพร่ของเชื้อโรคระบาดไปยังบริเวณที่สัตว์นั้น อยู่และสัตว์นั้นสามารถแพร่เชื้อโรคระบาดและระบาดไปยังสัตว์อื่นได้ /”ซากสัตว์…

“ซากสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาด” หมายความว่า ซากสัตว์ที่มาจากสัตว์ที่เป็นโรคระบาดหรือสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาดหรือ ซากสัตว์ที่มีเหตุอันเชื่อได้ว่าผ่านการสัมผัสกับซากสัตว์ที่เป็นพาหะของ โรคระบาด
“สัตวแพทย์” หมายความว่า สัตวแพทย์ของกรมปศุสัตว์หรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้ง

ข้อ 5 ในการทำลายสัตว์ที่เป็นโรคระบาด หรือการทำลายสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาด ตามระเบียบนี้ ให้ผู้สั่งทำลายสัตว์ดำเนินการเพื่อให้เจ้าของสัตว์ได้รับค่าชดใช้ราคาสัตว์ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ในกรณีที่เจ้าของสัตว์ได้จงใจกระทำความผิดต่อบทแห่งกฎหมายว่าด้วย โรคระบาดสัตว์ เจ้าของสัตว์จะไม่ได้รับค่าชดใช้ราคาสัตว์ ที่ถูกสั่งทำลายและในกรณีเช่นนี้ผู้สั่งทำลายสัตว์ไม่ต้องดำเนินการเพื่อให้ เจ้าของสัตว์ได้รับค่าชดใช้ราคาสัตว์ตามวรรคหนึ่งแต่อย่างใด

ข้อ 6 ให้ผู้อำนวยการสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์รักษาการตามระเบียบนี้

หมวด 1
การทำลายสัตว์

ข้อ 7 ภายใต้บังคับข้อ 5 และข้อ 8 ของระเบียบนี้ เมื่อได้มีการตรวจพิสูจน์ตามหลักวิชาการสัตวแพทยศาสตร์แล้ว ปรากฎผลเป็นที่แน่ชัดว่า สัตว์ใดเป็นสัตว์ที่เป็นโรคระบาดหรือเป็นสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาดแล้ว แต่กรณี ให้สัตวแพทย์ หรือผู้รักษาราชการแทน หรือผู้รักษาการในตำแหน่งตามข้อ 8 ที่เป็นสัตวแพทย์แห่งท้องที่ที่พบสัตว์นั้น มีคำสั่งเป็นหนังสือให้ทำลายสัตว์ และให้ดำเนินการทำลายสัตว์ ณ จุดที่พบโรคระบาดสัตว์ หรือสถานที่อื่นใดที่สัตวแพทย์เห็นสมควร

ข้อ 8 ให้สัตวแพทย์ ในตำแหน่งต่อไปนี้ มีอำนาจสั่งทำลายสัตว์ที่เป็นโรคระบาดและสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาดใน พื้นที่ที่รับผิดชอบ ตามชนิดของสัตว์ในรายหนึ่ง ๆ ได้ไม่เกินจำนวนดังนี้

(1) ผู้อำนวยการสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ มีอำนาจสั่งทำลายสัตว์ทั่วราชอาณาจักร (ก) โค กระบือ แพะ แกะ สุกร ม้า ลา ล่อ ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือรวมกันรายละไม่เกิน 1,000 ตัว หรือ
(ข) ไก่ เป็ด ห่าน ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือรวมกันรายละไม่เกิน 1,000,000 ตัว หรือ
(ค) สุนัข ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือรวมกันรายละไม่เกิน 500 ตัว หรือ

(2) ผู้อำนวยการสำนักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัย มีอำนาจสั่งทำลายสัตว์ในพื้นที่สุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัยที่รับผิดชอบ

(ก) โค กระบือ แพะ แกะ สุกร ม้า ลา ล่อ ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือรวมกันรายละไม่เกิน 500 ตัว
(ข) ไก่ เป็ด ห่าน ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือรวมกันรายละไม่เกิน500,000 ตัว
(ค) สุนัข แมว ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือรวมกันรายละไม่เกิน 200 ตัว

(3) ปศุสัตว์จังหวัด มีอำนาจทำลายสัตว์ในพื้นที่จังหวัดที่รับผิดชอบ

(ก) โค กระบือ แพะ แกะ สุกร ม้า ลา ล่อ ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือรวมกันรายละไม่เกิน 100 ตัว หรือ

(ข) ไก่ เป็ด ห่าน ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือรวมกันรายละไม่เกิน 200,000 ตัว
(ค) สุนัข แมว ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือรวมกันรายละไม่เกิน 100 ตัว

(4) หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ มีอำนาจ ทำลายสัตว์ในด่านกักกันสัตว์หรือสถานที่กักกันสัตว์ที่ ด่านกักกันสัตว์รับผิดชอบ

(ก) โค กระบือ แพะ แกะ สุกร ม้า ลา ล่อ ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือรวมกันรายละไม่เกิน 50 ตัว
(ข) ไก่ เป็ด ห่าน ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือรวมกันรายละไม่เกิน 10,000 ตัว
(ค) สุนัข แมว ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือรวมกันรายละไม่เกิน 20 ตัว หรือ

การสั่งทำลายสัตว์จำนวนที่เกินกว่าอำนาจของปศุสัตว์จังหวัด ให้เป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัย
การสั่งทำลายสัตว์จำนวนที่เกินกว่าอำนาจของหัวหน้าด่านกักกันสัตว์และ ผู้อำนวยการสำนักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัยให้เป็นอำนาจของผู้อำนวยการ สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์
การสั่งทำลายสัตว์ชนิดอื่นตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ และหรือจำนวนที่เกินกว่าอำนาจของผู้อำนวยการสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ ให้เป็นอำนาจของอธิบดีกรมปศุสัตว์

ข้อ ในการทำลายสัตว์ที่เป็นโรคระบาดหรือสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาด ให้ใช้วิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) ใช้สารเคมีให้สัตว์กินหรือฉีดหรือสูดดมเข้าร่างกายสัตว์เพื่อให้สัตว์นั้นตายโดยไม่ทรมาน
(2) ทำลายสัตว์ด้วยปืนชนิดยิงสัตว์โดยเฉพาะ ยิงสัตว์นั้นให้ตาย
(3) ทำลายสัตว์ด้วยอาวุธปืนตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และสิ่งเทียมอาวุธปืน
(4) ทำลายสัตว์ด้วยวิธีอื่นตามที่อธิบดีกรมปศุสัตว์กำหนด

ข้อ 11 ซากสัตว์ซึ่งได้จากการทำลายในข้อ 9 ให้ผู้ทำลายสัตว์ดำเนินการทำลายซากสัตว์นั้น ตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ 12

หมวด 2
การทำลายซากสัตว์

ข้อ 11 ซากสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาด ให้สัตวแพทย์ หรือผู้รักษาการแทน หรือผู้รักษาการในตำแหน่งตามข้อ 8 ที่เป็นสัตวแพทย์แห่งท้องที่ที่พบซากสัตว์นั้น มีคำสั่งเป็นหนังสือให้ทำลายซากสัตว์นั้น
ข้อ 12 ให้ทำลายซากสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคระบาด ตามลักษณะของซากสัตว์นั้น คือ

(1) ซากสัตว์ซึ่งมีลักษณะยังเป็นตัวสัตว์ทั้งตัวอยู่

(ก) ให้ผู้สั่งทำลายซากสัตว์มีคำสั่งให้ฝังซากสัตว์ใต้ระดับผิวดินไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร ถ้าเป็นซากสัตว์ใหญ่ให้พูนดินกลบหลุมเหนือระดับผิวดินไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตรอีกด้วย
(ข) ใช้สารเคมีที่สามารถทำลายเชื้อจุลินทรีย์หรือเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ทำการแช่ ราด หรือโรยที่ส่วนต่าง ๆ ของซากสัตว์นั้นจนทั่ว หรือ
(ค) ใช้ไฟเผาซากสัตว์นั้นให้ไหม้จนหมดสิ้น
(ง) ใช้วิธีการทำลายซากสัตว์ด้วยวิธีอื่นตามที่อธิบดีกรมปศุสัตว์กำหนด

(2) ซากสัตว์ซี่งไม่มีลักษณะเป็นซากสัตว์ ทั้งตัว หรือเป็นซากสัตว์บางส่วนที่ไม่ใช่ซากสัตว์บางส่วนซึ่งตัดออกจากสัตว์ขณะยัง มีชีวิต ให้ทำลายตามวิธีการที่กำหนดใน (1) โดยอนุโลม

กรณีซากสัตว์ที่ตัดออกจากสัตว์ขณะที่สัตว์ยังมีชีวิต เช่น งา เขา ขน และสัตวแพทย์พิจารณาแล้วเห็นว่าซากสัตว์นั้นยังใช้เป็นประโยชน์ได้ ให้จัดการทำลายเชื้อโรคระบาดด้วยวิธีพ่น แช่ ราด หรืออบด้วยสารเคมีหรือความร้อนที่สามารถทำลายเชื้อโรคได้ จนกว่าซากสัตว์นั้นปลอดจากเชื้อโรคระบาดตามหลักวิชาการสัตวแพทย์