Tag Archive: ลูกรัก

ประวัติเงินกู้แองโกล

ต้นพระคัมภีร์ที่เกี่ยวข้องกับแองโกลแซกซอน Northumbria ยังได้รับการยืมโดยหอสมุดแห่งชาติอังกฤษเดอร์แฮม ไม่ เป็นชิ้นเป็นอัน Ceolfrith พระคัมภีร์ (เพิ่มเติม MS 45025) เป็นหนึ่งในสาม pandects ดี (พระคัมภีร์เดียวปริมาตร) โดยนายเจ้าอาวาส Ceolfrith ของ Wearmouth Jarrow-(690-716) พระ คัมภีร์นี้ดูเหมือนจะออกจากบ้านของตนในช่วงเริ่มต้นมากบางทีอาจจะเป็นของ ขวัญให้กษัตริย์แห่งเมอร์ไดค์ (757-796) ก่อนที่จะเดินทางมาถึงเวอร์ซวิหารห้องสมุด หลัง จากที่ยุคกลางมันถูกทำลายลงเพื่อใช้เป็นเอกสารที่มีผลผูกพันในชุดของน็อตติง แฮมบัญชีที่ดินก่อนที่จะหยิบใบต่อมาได้รับการช่วยเหลือและซื้อในนามของหอ สมุดแห่งชาติอังกฤษ ที่เขียนด้วยลายมือนี้เป็นเรื่องของการโพสต์บล็อกเมื่อเร็ว ๆ นี้อธิบายความอยู่รอดของตนโดยบังเอิญ – ดูเพิ่มเติมได้ที่:

เงิน กู้สมบัติเหล่านี้เครื่องหมายจุดสุดยอดของการวางแผนมานานหลายปีและความร่วม มือระหว่างห้องสมุดอังกฤษมหาวิทยาลัยเดอแรม, วิหารเดอแรมและสภามณฑลเดอแรม มัน มีโอกาสที่โดดเด่นสำหรับผู้เข้าชมที่จะตรวจสอบหนังสือเหล่านี้ที่อยู่ใกล้ มือและในบริบทของสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ รวมทั้งวัตถุจากกักตุน Staffordshire และจากหลุมฝังศพของเซนต์คั ธ เบิร์

วัตถุ ดาวในนิทรรศการนี้ไม่ต้องสงสัยพระวรสารฟาร์นซึ่ง (ตาม colophon เข้ามาเมื่อหน้าสุดท้าย) ถูกสร้างโดย Eadfrith บิชอปแห่งฟาร์น (698-c. 721) ชุม ชนวัดฟาร์หนีออกจากบ้านในการตอบสนองต่อการบุกไวกิ้งถือหนังสือของพวกเขากับ พวกเขาปักหลักชั่วคราวที่ Chester-le-Street และในที่สุดเดอร์แฮม หน้าของพระวรสารฟาร์ทุกคนจะเป็นสักขีพยานในแองโกลแซกซอนงานฝีมือศิลปะ โดย เฉพาะอย่างยิ่งที่สำคัญสำหรับนักประวัติศาสตร์ศิลป์เป็นหน้าพรม, ภาพวาดศาสนาและชื่อย่อตกแต่ง แต่พิถีพิถันสคริปต์ครึ่ง uncial นอกจากนี้ยังมีความสามารถสูงสุด หน้าขณะนี้บนจอแสดงผลเป็นจากตารางศีลซึ่งนำหน้าพระวรสารสี่ (ซึ่งหนึ่งในนั้นก็แสดงให้เห็นด้านบน) พระ วรสารฟาร์สามารถดูได้อย่างครบถ้วนบนเว็บไซต์ต้นฉบับหอสมุดแห่งชาติอังกฤษของ Digitised และยังสามารถมองเห็นได้ตามปกติบนจอแสดงผลอยู่ในหอศิลป์สมบัติของเรา

ที่ เขียนด้วยลายมือที่จะเห็นในนิทรรศการเดอร์แฮมก็คือพระวรสารนักบุญเซนต์คั ธ เบิร์ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปหนังสือเหมือนเดิมยังคงที่จะพบว่ามันมีผล ผูกพันหนังเดิม หนังสือเล่มนี้ถูกซื้อสำหรับประเทศในปี 2012 ต่อไปนี้การรณรงค์บริจาคที่ใหญ่ที่สุดเช่นเคยดำเนินการโดยหอสมุดแห่งชาติอังกฤษ นักวิชาการส่วนใหญ่ยอมรับว่ามันถูกสร้างขึ้นในรอบ 698 AD ในเวลานั้นเมื่อร่างกายของคั ธ เบิร์ถูกแปลเป็นหลุมฝังศพใหม่ที่ฟาร์น โลงศพถูกเปิดออกอีกครั้งที่วิหารเดอแรมใน 1104 และหนังสือ (คัดลอกจากพระวรสารนักบุญจอห์นเซนต์) พบใน หน้าทั้งสองข้อความที่สามารถมองเห็นได้ที่วังเขียวห้องสมุดซึ่งหนึ่งในนั้นมีคำอธิบายประกอบร่วมสมัยยังเห็นข้างต้น อีกครั้งหนึ่งที่เขียนด้วยลายมือทั้งหมดสามารถดูได้บนเว็บไซต์ต้นฉบับของเรา Digitised – ดูเพิ่มเติมได้ที่:

ประวัติทศกรรฐ์

กำเนิดพาลี สุครีพ

ฤาษีโคดม เดิมเป็นกษัตริย์ครองเมืองสาเกต ไม่มีโอรสธิดา ได้ออกบวชเป็นฤาษีบำเพ็ญตบะในป่าถึงสองพันปี จนหนวดเครายาวรุงรัง จนมีนกกระจาบมาทำรัง นกกระจาบได้พูดว่า พระฤาษีโคดมเป็นคนบาป ด้วยเป็นกษัตริย์ก็ไม่มีบุตรธิดา ยังหนีมาออกบวชจนทำให้เสียวงศ์กษัตริย์ พระฤาษีได้ฟังจึงคิดได้ จึงบำเพ็ญตบะตั้งพิธีขอผู้หญิงขึ้น คือนางกาลอจนา และอยู่กินกันจนมีธิดาคือนางสวาหะ ต่อมาพระอินทร์ และพระอาทิตย์ต้องการจะแบ่งฤทธิ์ไปช่วยพระนารายณ์ปราบยักษ์ จึงไปทำให้นางตั้งครรภ์และคลอดโอรส ออกมาเป็นพระยากากาศและสุครีพ ต่อมานางสวาหะ จึงเล่าเรื่องให้พระฤาษีฟัง พระฤาษีจึงอธิษฐานว่า จะปล่อยลูกลงน้ำ ถ้าใครเป็นลูกให้ว่ายน้ำกลับมาหาตน ถ้าไม่ใช่ให้กลายเป็นลิงเข้าป่าไป หลังจากปล่อยลูกทั้ง 3 ลงน้ำ คงมีแต่นางสวาหะคนเดียวว่ายกลับมา ส่วนพระยากากาศและ สุครีพกลายเป็นลิงเข้าป่าไป พระฤาษีโกรธมากจึงกลับมาสาปนางกาลอัจนาเป็นหิน นางกาลอัจนาจึงสาปนางสวาหะ ให้ยืนขาเดียวกินลมอยู่ในป่าเชิงเขาจักรวาล จะพ้นคำสาปเมื่อมีลูกเป็นลิงมีฤทธิ์เลิศกว่าลิงอื่น ๆ

 

มียักษ์อีกตนหนึ่งชื่อ นนทก มีหน้าที่ล้างเท้าเทวดาที่มาเฝ้าพระอิศวร ณ เชิงเขาไกรลาสถูกเหล่าเทวดาลูบหัวทุกวันจนหัวล้าน มีความเสียใจและแค้นใจ จึงไปเฝ้าพระอิศวรทูลขอนิ้วเพชร ชี้ไปที่ใครต้องตาย เมื่อพระอิศวรให้พรแล้ว จึงกลับไปล้างเท้าเทวดาตามเดิม เมื่อถูกเหล่าเทวดาลูบหัวอีก จึงเอานิ้วเพชรชี้เทวดาล้มตายไปเป็นอันมาก เหล่าเทวดาจึงไปทูลฟ้องพระอิศวร พระอิศวรจึงให้พระนารายณ์ไปปราบ พระนารายณ์ได้แปลงกายเป็นนางอัปสรไปร่ายรำยั่วยวนจนนนทกหลงกลรำตาม เอานิ้วเพชรชี้ไปที่ต้นขาตนเองล้มลง พระนารายณ์จึงกลับร่างเดิมเหยียบอกนนทกไว้ นนทกจึงว่าพระนารายณ์กลัวตนจึงต้องแปลงร่างมา พระนารายณ์จึงสาปให้นนทกไปเกิดใหม่ มีสิบหัวสิบหน้าและยี่สิบมือ สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ มีคทาและธนูเป็นอาวุธ ส่วนพระองค์จะเกิดเป็นมนุษย์มี 2 มือ ตามไปฆ่า แล้วจึงฆ่านนทกตาย

เมื่อนนทกตายแล้วจึงไปเกิดเป็นโอรสของท้าวลัสเตียนและ พระนางรัชดาเทวี ชื่อว่าทศกรรฐ์ แปลว่าผู้มีสิบหู มีน้องชาย 2 คน ชื่อ พิเภกและกุมภกรรณ และมีน้องสาวชื่อนางสำมนักขา ต่อมาทศกรรฐ์ได้ไปศึกษาพระเวทย์กับฤาษีโคบุตร

กำเนิดพิเภก

ฝ่ายพระอิศวร เมื่อรู้ว่านนทกไปเกิดเป็นทศกรรฐ์ที่กรุงลงกา เป็นยักษ์ที่ร้ายกาจและมีฤทธิ์มาก และเห็นว่าแม้พระนารายณ์จะอวตารไปปราบ ก็เห็นจะยาก จึงสั่งให้เวศญาณเทพบุตร ลงไปเกิดเป็นโอรสท้าวลัสเตียนกับพระนางรัชดาเทวี โดยประทานแว่นวิเศษใช้เรียนวิชาโหราศาสตร์ เพื่อเป็นไส้ศึกให้กับพระนารายณ์ และได้ชื่อว่าพิเภก

 

ทำวามรู้จักประเพณีผีกระจาด

ประเพณีนี้จะจัดขึ้นก็ต่อเมื่อบุตรคนแรก (ลูกคนโต) ของครอบครัวมีอายุประมาณ 2 ขวบครึ่งเป็นต้นไป หรือโตจนสามารถเดินวิ่ง และจับทัพพีใส่บาตรได้ พ่อแม่จึงกำหนดงานทำบุญผีกระจาดขึ้น เมื่อพ่อแม่กำหนดวันทำบุญผีกระจาดเป็นที่แน่นอนแล้ว ก็จะเชิญแม่ผีสามคนจากสามหมู่บ้านในตำบลบางกระบือ (คือยายหมา ดาวหาง, ยายจำรัส คุ้มหมู และยายสง่า สวยเอี่ยม) และนิมนต์พระสงฆ์ 5 รูปจากวัดใกล้บ้าน จากนั้นแจ้งกำหนดงานให้ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านทราบ บางงานอาจรวมทำบุญหลายๆ ครอบครัว ในคราวเดียวก็ได้ ก่อนวันงานต้องเตรียม

  1. “ตาเฉลว” 5 ใบ คือ กระจาดสานด้วยไม้ไผ่เป็นตาโปร่งๆ บริเวณปากกระจาดสานเป็นลายกลีบบัวปากพาน 5 กลีบ และตกแต่งด้วยกระดาษสี
  2. ธงกระดาษสี ใช้ปักที่ตาเฉลว และแต่ละธงติดสตางค์ตามศรัทธา
  3. สิ่งของที่ต้องใส่ในตาเฉลว 3 อย่าง คือ ขนมกง มะพร้าวอ่อน และกล้วย

ในวันงานเมื่อญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมาพร้อมกัน เจ้าภาพ (พ่อแม่ของเด็ก) จุดธูปเทียนไหว้พระ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ในระหว่างนี้พ่อแม่ของเด็กจะจัดขันข้าวไว้ให้ลูกตักชาย เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เสร็จ เจ้าภาพถวายภัตตาหาร หลังจากนี้พระสงฆ์ให้พรและทำพิธีกรวดน้ำ เจ้าภาพจึงนำกระจาด (ตาเฉลว) ทั้ง 5 ใบ มาวางไว้หน้าพระสงฆ์ เจ้าภาพจึงมอบกระจาดให้ศิษย์วัดต่อไป

ในระหว่างพิธีสงฆ์ แม่ผีจะทำพิธีไหว้ผีกระจาดไปพร้อมๆ กันโดยแม่ผีจะแยกมาจัดพิธีห่างจากชายคาบ้าน โดยใช้ผ้าขาวหรือเสื่อปูลาด สิ่งที่นำมาประกอบพิธีไหว้ คือ สำรับหวาน และสำรับคาว สำรับคาว ประกอบด้วย เหล้าขาว 1 ขวด ไก่ 1 ตัว หมูสามชั้น

สำรับหวาน ประกอบด้วย ขนมกง มะพร้าวอ่อน กล้วย 1 หวี วางคู่กันพร้อมบายศรีปากชาม และไข่ 1ฟอง พร้อมทั้งอาหารคาวหวานที่นำมาเลี้ยงพระนำมาเป็นของเคียงอีกหนึ่งชุด เพื่อเซ่นไหว้ด้วยแม่ผีจะเริ่มพิธีโดยจุดธูปเทียนจำนวนหนึ่ง บอกกล่าวเชิญผีว่า “ขอเชิญพ่อเฒ่าเจ้าของธง และแม่ของเรือนเจ้าของกระจาดมารับเครื่องสังเวยของลูก (เอ่ยชื่อของเด็กและพ่อแม่ของเด็ก) เขาได้ทำกระจาด 5 ใบให้แล้ว วงศ์วานว่านเครือผีกระจาดได้กลิ่นธูปขอเชิญแม่มารับเครื่องเซ่นไหว้ มีเหล้า มะพร้าวอ่อน กล้วยหวีงามและขนมกง ฯลฯ เชิญแม่มารับเครื่องสังเวย พร้อมกินให้อิ่มหนำสำราญมาอวยชัยให้พรแก่ลูกหลานวงศ์วานผีกระจาดอยู่เย็น เป็นสุขตลอดกาล” พร้อมกันนั้นแม่ผีจะปักธูปลงในถาดเครื่องเซ่น

เมื่อเสร็จทั้งพิธีสงฆ์และไหว้ผีกระจาดแล้ว เจ้าภาพจะเชิญญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านที่มาร่วมงานรับประทานอาหารร่วมกัน เมื่อได้เวลาพอสมควรแม่ผีจะทำพิธีลาผี โดยแบ่งเครื่องเซ่นผีทุกอย่างใส่กระทงใบตองนำไปไว้ทางสามแพร่งและกรวดน้ำให้ ผีกระจาด นอกจากประเพณีทำบุญผีกระจาดให้กับลูกคนโตแล้ว ยังมี “พิธีถวายธง” สำหรับลูกคนรองๆ ลงมา โดยการจัดพิธีถวายธงต่อพ่อเฒ่าเจ้าของธงให้มารับธงและปกป้องคุ้มครองลูกหลาน ของผีกระจาดให้อยู่ดีมีสุขตลอดไป โดยนำธงไปปักไว้หน้าโบสถ์ หรือวิหารที่วัดใกล้บ้าน ถ้าเป็นลูกชายให้ทำธงด้วยผ้าขาวรูปสามเหลี่ยม วาดรูปม้าบนพื้นธง ถ้าเป็นลูกผู้หญิงให้ทำธงสามชาย

สิบสิ่งที่ควรรู้

1 ไม่กี่ปีของการศึกษาไม่ได้ทำให้นักศึกษาคนหนึ่ง:

บ่อยเกินไปเยาวชนมุสลิมศึกษาหนังสือสองสามเล่มหรือไม่กี่ปีแล้วจึงพัฒนา “นักศึกษา” ซับซ้อน พวกเขาเริ่มต้นที่จะบังคับความคิดเห็นกับคนอื่น ๆ ราวกับว่าพวกเขาไม่สามารถจะผิด พวกเขากลายเป็นทิฐิกับมุมมองอื่น ๆ และพวกเขาเขียนออกใครที่ไม่เห็นด้วยกับพวกเขาเป็นความผิดปกติ

เรา จำเป็นต้องตระหนักถึงก่อนที่เราจะเริ่มต้นการเดินทางของเราของความรู้ที่ วิทยาศาสตร์ของศาสนาอิสลามเป็นจำนวนมากและลึก; ความหลากหลายของความคิดเห็นในเฟคห์มีหลายและโอกาสเสมอถูกขวามีบาง ผม แนะนำให้ทุกเพื่อนสาวของฉันมุสลิมที่จะเหยียบระมัดระวังให้อัตตาในการตรวจ สอบความแตกต่างกับวิธีการเป็นไปได้ของการผิดและไม่เคยลืมที่จะพูดว่า “อัลลอรู้ดีที่สุด”

2 มารยาทมาก่อน:

ในอดีตนักวิชาการส่วนใหญ่จะฝึกนักเรียนในมารยาทที่ดีก่อนที่จะสอนให้พวกเขารู้อิสลาม พ่อแม่เกินไปจะส่งเสริมให้เด็กของพวกเขาที่จะเรียนรู้มารยาทก่อนวิทยาศาสตร์อิสลาม

น่า เศร้าที่วันนี้หลายสถาบันไม่ได้สอนมารยาทที่ดีให้กับนักเรียนของพวกเขาคาด หวังว่าพวกเขาจะได้รับโดยอัตโนมัติพวกเขาผ่านการศึกษาของศาสนาอิสลาม นี้นำไปสู่ครูสอนศาสนาอิสลามที่มีมารยาทที่ไม่ดีซึ่งจะไล่คนออกจากศาสนาอิสลาม

ใน เรื่องนี้ใครที่กำลังศึกษาหรือการเรียนการสอนศาสนาอิสลามจะต้องเรียนรู้ มารยาทที่เหมาะสมในการจัดการกับคนเมตตาความอดทนและไม่ถูกตัดสินและต้องมี บุคลิกภาพที่ดึงดูดผู้คนมิฉะนั้นเราอาจจะทำอันตรายมากกว่าดี

3 การศึกษาศาสนาอิสลามไม่ได้ทำให้ใครคนหนึ่งภูมิคุ้มกันเพื่อบาป:

บางคนมีความเข้าใจผิดว่าหากพวกเขาศึกษาอิสลามที่พวกเขาจะไปถึงระดับของความกตัญญูที่พวกเขาไม่สามารถลื่น ความจริงก็คือ Shaytan พยายามก็ยากที่จะนำคนของความรู้ในทางที่ผิดมันมีผลกระทบต่อการเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุมชนโดยรวม

ดัง นั้นแทนที่จะทดลองปลูกน้อยกว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะเพิ่มและกระชับเป็น Shaytan พยายามที่จะใช้ทุกวิถีทางในการกำจัดของเขาที่จะนำเราออกนอกลู่นอกทาง เรา จำเป็นต้องตระหนักถึงนี้เตรียมความพร้อมสำหรับมันและไม่เคยปล่อยให้ยามของ เราลงไปในฐานะ Shayateen พยายามอย่างหนักมากที่จะทำให้ฤดูใบไม้ร่วงของชาวมุสลิมที่มีความรู้ในทางที่ ผิด

4 คนจะตัดสินคุณ:

ในขณะที่เราไม่ควรจะตัดสินคนเป็นครูสอนศาสนาอิสลามในความเป็นจริงที่คนยังจะตัดสินคุณ หลายคนกำลังข่มขู่โดยการฝึกชาวมุสลิม เมื่อพวกเขาเห็นการฝึกชาวมุสลิมพวกเขาเห็นข้อบกพร่องของตนเองและข้อบกพร่องและเพื่อให้พวกเขาค้นหาสำหรับความผิดในแต่ละที่ เราไม่ควรแปลกใจถ้าคนตัดสินท่าทางของเราเสื้อผ้าหรือจุดอ่อน; มันเป็นทางของพวกเขาเพื่อที่จะพยายามปลอบใจตัวเองหรือปรับบาปของพวกเขา เราจำเป็นต้องอยู่เสมอในใจและสามารถที่จะตอบสนองอย่างเหมาะสม

5 คุณเป็นตัวแทนของความศรัทธาของคุณ:

เมื่อคนเลือกที่จะศึกษาศาสนาอิสลามโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาได้รับชื่อพวกเขาโดยอัตโนมัติกลายเป็นตัวแทนของ Deen เมื่อคนเห็นImāmหรือชีพวกเขาคาดหวังที่จะเห็นตัวอย่างของศาสนาอิสลาม ถ้า คนเห็นเช่นบาปคนหนึ่งพวกเขาทั้งสองจะสูญเสียความเคารพต่อเขาและกลายเป็นไม่ แยแสเกี่ยวกับศาสนาอิสลามหรือพวกเขาจะใช้มันเป็นข้อพิสูจน์ว่ามันไม่สามารถ เป็นไปได้ว่าบาปใหญ่ ทั้งสองวิธีสำหรับครูอิสลามชีวิตของเราเป็นตัวแทนของเรา Deen ดังนั้นเราจึงควรระมัดระวังที่จะไม่ให้แสดงผลผิดพลาดของศาสนาอิสลาม

6 คุณจะได้รับการทดสอบ:

ไม่ต้องสงสัยชีวิตคือการทดสอบและมนุษย์ทุกคนจะถูกทดสอบตลอดเวลาในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่หนึ่งไม่ควรคิดว่าเป็นเพราะหนึ่งคือการเรียนการสอนศาสนาอิสลามและมันจะให้อัลลอชีวิตของความสะดวกและความสะดวกสบาย ค่อนข้างประวัติศาสตร์พิสูจน์ได้ว่าผู้ที่อยู่ใกล้กับอัลลอเป็นส่วนใหญ่การทดสอบอย่างรุนแรง ศาสดา (สันติภาพพวกเขา) กล่าวว่า “คนส่วนใหญ่ได้รับการทดสอบอย่างรุนแรงเป็นผู้เผยพระวจนะแล้วที่ใกล้เคียงที่ สุดกับพวกเขาในความกตัญญูแล้วที่ใกล้เคียงที่สุดที่พวกเขา.”

ได้เตรียมที่จะได้รับการทดสอบและใช้เป็นเครื่องหมายแสดงว่าอัลลอรักคุณและต้องการที่จะทดสอบความรักของคุณสำหรับพระองค์ โปรด จำไว้ว่าท่านศาสดา (สันติภาพพวกเขา) กล่าวว่า “ใครก็ตามที่ embarks บนเส้นทางที่จะศึกษาศาสนาอิสลามได้ลงมือเส้นทางสู่พาราไดซ์.” มันไม่ใช่ข้อมูลเพียงอย่างเดียวที่จะให้บุคคลที่จะพาราไดซ์; มันเป็นความสำเร็จของเขาสิทธิ โดยการทำความเข้าใจการฝึกและพระธรรมให้ผู้อื่นและการรับมือกับทุกปัญหาที่ไปพร้อมกับนี้ว่าในท้ายที่สุดจะนำไปสู่พาราไดซ์

7 การศึกษาไม่ควรจะสิ้นสุด; ค่อนข้างมันควรจะเป็นขั้นตอนในการสูงกว่าเป้าหมาย:

ฉันได้พบ Moulanas หลายอิและShuyūkhกับเป้าหมายที่ไม่มีแรงบันดาลใจ แม้จะมี ummah มีปัญหามากมายที่ต้องจัดการกับคนเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่ดูแล การวิเคราะห์ต่อไปผมรู้ว่าพวกเขาออกไปเรียนกับหนึ่งในเป้าหมายดังต่อไปนี้: เพื่อโปรดพ่อแม่ของพวกเขาจะได้รับชื่อหรือได้รับความรู้ เมื่อ พวกเขาได้รับความรู้ที่พวกเขาไม่ได้รู้หรือสนใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อให้ พวกเขาพร้อมดำเนินการกับชีวิตของพวกเขาเช่นลาแบกหนังสือ

คนที่ศึกษาศาสนาอิสลามใดควรจะครุ่นคิดและหาแรงจูงใจที่ดีในการศึกษา บางทีคุณอาจต้องการที่จะกลายเป็น da’ee และวิธีการของคำแนะนำสำหรับที่ไม่ใช่มุสลิม บางทีคุณอาจต้องการที่จะสร้างศูนย์อิสลามในพื้นที่ที่ต้องการอย่างใดอย่างหนึ่ง บางทีคุณอาจต้องการกลายเป็น mujtahid ในเขตข้อมูลที่ขาดนักวิชาการที่มีคุณภาพหลาย สิ่งที่คุณตัดสินใจก็ควรจะเป็นสิ่งที่มีเกียรติที่คุณต้องการจะทำอย่างไรเพื่อประโยชน์ของอัลลอหลังจากจบการศึกษาของคุณ ในระยะสั้นการศึกษาไม่ควรเป้าหมาย แต่หมายถึงการช่วยให้บรรลุเป้าหมายสูงขึ้น

8 คุณไม่สามารถเปลี่ยนทุกคน:

ในชีวิตเราไม่เคยได้รับสิ่งที่เราต้องการ ในทำนองเดียวกันในการทำงานอิสลามสิ่งที่ไม่เคยไปทางของเรา โปรดจำไว้ว่าทุกคนไม่คุณพบจะเห็นด้วยกับคุณฟังคุณหรือยอมรับข้อความของคุณ ค่อนข้างมีเสมอจะเป็นคนที่จะไม่เห็นด้วยกับคุณหรือแบนออกปฏิเสธคุณ นี้ คือความเป็นจริงและเราจะต้องมีการเตรียมการนี้โดยตระหนักถึงคำแนะนำเป็น เพียงในมือของอัลเลาะห์และเราจะเพียงความรับผิดชอบสำหรับการถ่ายทอดข้อความ

9 คุณจะทำผิดพลาด:

ส่วนมากของเราศึกษาศาสนาอิสลามที่จะทำขึ้นสำหรับความผิดของอดีตของเรา ยัง เป็นมนุษย์ที่เราไม่เคยเป็นอิสระจากบาปและความผิดพลาดและเพื่อให้บางคนกลาย เป็นความสุขและให้ขึ้นการทำงานอิสลามเมื่อพวกเขารู้ว่าพวกเขาอยู่ในขณะนี้มี ความรู้ แต่บางครั้งยังตกอยู่ในความบาป

ความ จริงก็คือ Shaytan ต้องการให้เราเลิกและโดยทำเช่นนั้นเราเป็นเพียงการเล่นในมือของเขา แต่เป็นผู้ทรงอภัยมากที่สุดให้กับผู้ที่สำนึกผิด เวลา ที่คุณล้มลงและทำผิดพลาดให้เลือกตัวเองกลับขึ้นทุกปีจะหันไปอัลเลาะห์ในการ กลับใจและพยายามอีกครั้งเพื่อเป็นมุสลิมที่ดีและไม่เคยอนุญาตให้บาปหรือความ ผิดพลาดของคุณหยุดคุณจากการทำงานอิสลาม ค่อนข้างมันจะกระตุ้นให้เราทำการทำงานอิสลามมากขึ้นเพื่อให้การกระทำที่ดีของเราเกินดุลบาปของเราเมื่อวันสุดท้าย

10 รางวัลสำหรับการศึกษาและการเรียนการสอนศาสนาอิสลามมีมูลค่ามัน:

ขณะที่ส่วนใหญ่ของข้างทำให้ดูเหมือนการทำงานอิสลามเป็นเขตที่ยากที่ไม่ได้เป็นวัตถุประสงค์ของบทความนี้ วัตถุประสงค์เป็นเพียงการเตรียมความพร้อมสำหรับความท้าทายหลายที่และความรับผิดชอบที่เราเผชิญในขณะที่พยายามที่จะให้บริการอัลเลาะห์

ความจริงก็คือรางวัลของการจัดการกับทุกอย่างที่กล่าวเป็นจริงมันคุ้มค่าไม่ว่าจะเป็นผลตอบแทนที่อยู่ในโลกนี้หรือใน akhirah เท่า ที่ akhirah ไปเรารู้ว่าเส้นทางของความรู้นำไปสู่การ Paradise แต่เพิ่มเติมเพื่อที่ความจริงที่ว่าinshā’Allāhคุณจะได้รับรางวัลสำหรับการ กระทำที่ดีของผู้ที่คุณสอนหรือสร้างแรงบันดาลใจที่จะทำดี

ในแง่นี้มันเป็นหนึ่งในการกระทำที่ดีเท่านั้นที่เราสามารถทำที่เก็บรางวัลคูณ ศาสดา (สันติภาพพวกเขา) กล่าวว่า “เมื่อคนตายสิ้นทั้งการกระทำของตนนอกจากสาม:. กุศลซึ่งยังคงได้รับประโยชน์ความรู้ที่เขาทิ้งไว้ข้างหลังที่คนได้รับ ประโยชน์จากเด็กและความชอบธรรมที่สวดภาวนาให้เขา”

เท่าที่โลกนี้ไปรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนอิสลามจะได้รับในโลกนี้จะเห็นผลของความพยายามของเขา เมื่อ คนจะบอกคุณว่าพวกเขามีการเปลี่ยนแปลงและกลายเป็นมุสลิมที่ดีกว่าเพราะ อิทธิพลของหรือเมื่อคนใช้เวลาของพวกเขา shahadah ที่อยู่ในมือของคุณมีความรู้สึกที่เท่าเทียมกันกับมันไม่เป็นและเสียสละที่ คุณได้ผ่านการ Deen ใดรู้สึกคุ้มค่า

การเพาะเมล็ดกาแฟ

 

เมล็ดกาแฟอาราบิกาส่วนใหญ่ปลูกในละตินอเมริกา แอฟริกาตะวันออก อาราเบียหรือเอเชีย ส่วนเมล็ดกาแฟโรบัสตาปลูกในแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลาง ไปจนถึง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบางส่วนของประเทศบราซิล เมล็ดกาแฟที่ปลูกในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันส่งผลให้เมล็ดกาแฟของแต่ละท้อง ถิ่น ทำให้เกิดลักษณะเฉพาะตัว อย่างเช่น รสชาติ กลิ่น สัมผัสและความเป็นกรด ลักษณะรสชาติของกาแฟนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ปลูกเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์กำเนิดและกระบวนการผลิตด้วย ซึ่งโดยปกติแล้ว ความแตกต่างนี้จะสามารถรับรู้กันในท้องถิ่นเท่านั้น

กาแฟมักจะได้รับการขยายพันธุ์โดยวิธีเพาะเมล็ด วิธีดั้งเดิมในการปลูกกาแฟคือการใส่เมล็ดกาแฟจำนวน 20 เมล็ดในแต่ละหลุม เมื่อย่างเข้าฤดูฝน เมล็ดกาแฟครึ่งหนึ่งจะถูกกำจัดตามธรรมชาติ เกษตรกรมักจะปลูกต้นกาแฟร่วมกับพืชผลประเภทอื่น ๆ อย่างเช่น ข้าวโพด ถั่วหรือข้าว ในช่วงปีแรก ๆ ของการเพาะปลูก

กาแฟสายพันธุ์หลักที่ปลูก กันทั่วโลกมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ Coffea canephora และ Coffea arabica กาแฟอาราบิกา (ผลผลิตจาก Coffea arabica) ถูกพิจารณาว่าเหมาะแก่การดื่มมากกว่ากาแฟโรบัสตา (ผลผลิตจาก Coffea canephora) เพราะกาแฟโรบัสตามักจะมีรสชาติขมกว่าและมีรสชาติน้อยกว่ากาแฟอาราบิกา ด้วยเหตุผลดังกล่าว กาแฟที่เพาะปลูกกันจำนวนกว่าสามในสี่ของโลกจึงเป็น Coffea Arabica อย่างไรก็ตาม Coffea canephora สามารถพิสูจน์ได้ว่าสามารถก่อให้เกิดโรคได้น้อยกว่า Coffea arabica และสามารถปลูกได้ในสภาพแวดล้อมที่ Coffea arabica ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ กาแฟโรบัสตามีปริมาณคาเฟอีนผสมอยู่มากกว่ากาแฟอาราบิกาอยู่ประมาณ 40-50% ดังนั้น ธุรกิจกาแฟจึงมักใช้กาแฟโรบัสตาทดแทนกาแฟอาราบิกาเนื่องจากมีราคาถูกกว่า กาแฟโรบัสตาคุณภาพดีมักจะใช้ผสมในเอสเพรสโซเพื่อให้เกิดฟองและลดค่าวัตถุดิบ ลง นอกจากกาแฟทั้งสองสายพันธุ์นี้แล้ว ยังมี Coffea liberica และ Coffea esliaca ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพืชท้องถิ่นของประเทศไลบีเรียและทางตอนใต้ของประเทศ ซูดานตามลำดับ

สาระจากพระคัมภีร์ ตอนที่2

คัมภีร์พระเวทเป็นเอกสารที่เก่าแก่ที่สุดฉบับหนึ่งของโลก คำว่าเวท มาจากรากศัพท์ในภาษาสันสกฤตว่า วิทฺ แปลว่า รู้ หมายถึงความรู้ที่รวบรวมไว้ในบรรดาหนังสืออันศักดิ์สิทธิ์ที่สุด หนังสือเหล่านี้เรียกคัมภีร์พระเวท ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์ทางวรรณกรรมที่เก่าแก่ที่สุดของโลก คัมภีร์พระเวทได้รับการสอนหรือสืบทอดต่อกันมาตลอดยุคอันยาวนานของชนชาติ อารยัน
อุปมาพระราชา

1) เทพอัศวินบำรุงเลี้ยงผู้ที่บูชาตนประดุจพระราชา 2 พระองค์ทรงช่วยเหลือประชากรของพระองค์ (106.4)
2) หัวหน้าหมู่บ้านผู้ให้เครื่องทักษิณาทานย่อมได้รับการยกย่องประดุจพระราชาในท่ามกลางหมู่ชน (107.5)
3) เทพอัศวินเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ประดุจพระราชา 2 พระองค์ผู้ทรงมีความสุข (143.6)

อุปมาวีรบุรุษนักรบ

1) เทพอัศวินเปรียบประดุจวีรบุรุษนักรบผู้แข็งแกร่งสองคน (106.7)
2) พระสวิตฤได้รับการอ้อนวอนให้มายังผู้ที่สวดสรรเสริญประดุจวีรบุรุษนักรบไปยังม้าศึกเพื่อออกสู้รบ (149.4)
3) บทสวดได้ปลุกเร้าพระอัคนีประดุจวีรบุรุษนักรบปลุกเร้าม้าศึกที่ประเปรียวในสมรภูมิ (156.1)

อุปมาแม่โค

1) ดวงหทัยของเทพเจ้าได้รับการอ้อนวอนให้ประทานสิ่งที่น่าปรารถนามาให้ประดุจแม่โคตัวใหญ่ที่มีน้ำนมเป็นอันมากให้นมอยู่ (101.9)
2) คำสวดสรรเสริญของผู้ประกอบยัชญพิธีดังไปถึงพระอินทร์ประดุจแม่โคที่ส่งเสียงร้องไปยังลูกโค(119.4)
3) ใจของสามีได้รับการเรียกร้องให้แล่นไปตามภรรยาของตนประดุจแม่โคกำลังแล่นไปตามลูกโค (145.6)
4) พระสวิตฤได้รับการอ้อนวอนให้มายังผู้ประกอบยัชญพิธีประดุจแม่โคที่กำลังเคลื่อนไหวไปมาอยู่ในป่าเดินไปยังหมู่บ้านโดยเร็ว (149.4)
5) เทพอัศวินได้รับการอ้อนวอนให้มารับเครื่องสังเวยในยัชญพิธีประดุจแม่โคที่หิวกำลังกินหญ้าจากทุ่งหญ้า (149.4)
6) ผู้สวดสรรเสริญได้สร้างบทสวดสรรเสริญแด่เทพีราตรีประดุจให้แก่แม่โคที่ให้นมมาก (127.8)
7) พระสวิตฤได้รับการอ้อนวอนให้มายังผู้สวดสรรเสริญประดุจแม่โคนมพันธุ์ดีที่พร้อมจะให้นมกำลังร้องและไปยังลูกโค (149.4)

อุปมาโคถึกและโคจ่าฝูง

1) พระอินทร์เป็นที่น่าสะพรึงกลัวแก่ศัตรูทั้งหลายประดุจโคจ่าฝูง (103.1)
2) เทพอัศวินมายังผู้ประกอบยัชญพิธีประดุจโคถึกไปยังทุ่งหญ้า (106.2)
3) พระอัคนีผู้ประกอบยัชญพิธีอันดีเคลื่อนเข้าหาเครื่องสังเวย ประดุจโคจ่าฝูงที่สุขภาพดีและมีพละกำลัง กำลังเคลื่อนที่เข้าสู่ทุ่งหญ้า (115.2)
4) เทพอัศวินมีอวัยวะอันแข็งแกร่งประดุจโคจ่าฝูง 2 ตัว ที่มีพละกำลังที่เคลื่อนที่ไปมาด้วยความร่าเริง (106.5)
5) พระอินทร์เป็นผู้กำจัดการกระทำของเหล่าศัตรูประดุจโคจ่าฝูงที่เผชิญหน้าศัตรู (116.4)

อุปมาม้า

1) เทพอัศวินมายังที่สวดสรรเสริญประดุจม้าศึก 2 ตัวกำลังไปเพื่อชัยชนะต่อข้าศึก (106.2)
2) เทพอัศวินทรงพลังเพราะได้รับเครื่องสังเวยประดุจม้า 2 ตัวมีพละกำลังเพราะได้กินหญ้า (106.5)
3) น้ำโสมที่พระอินทร์ทรงดื่มทำให้พระองค์ทรงพลังขึ้นไปประดุจม้าประเปรียวลากรถศึกไป (119.3)
4) ปิศาจผู้ทรงพลังครั้นจับฤษีอตริผูกมัดไว้แล้วก็ลากไปประดุจม้าตัวประเปรียว
5) เทพอัศวินช่วยฤษีอตริให้รอดพ้น (จากการถูกปิศาจจับ) และให้ไปตามปรารถนาของตนประดุจม้า (143.1)
6) น้ำโสมอันเป็นอมฤตไปสู่พระอินทร์ประดุจม้า (144.1)
7) พระสวิตฤรีดนมจากแม่โคที่ถูกล่ามไปบนสวรรค์ประดุจม้าที่กำลังสั้นเทิ้ม (149.1)

อุปมารถศึก

1) รถศึกอันว่องไวของเทพอัศวินเข้ามาใกล้เทพอัศวิน ประดุจรถศึกของผู้ฉลาดเข้ามาใกล้เจ้าของ (106.7)
2) สายแห่งเปลวเพลิงจากพระอัคนีมองเห็นได้ประดุจแถวรถศึกจำนวนมาก (142.8)
3) เทพอัศวินได้ทำให้ฤษีกักษีวานกลายเป็นคนใหม่ประดุจรถศึกที่ได้รับการซ่อมแซมดีแล้ว (143.1)
4) พระอัศวินส่องสว่างดุจรถศึก (ของพระอาทิตย์) (176.3)

อุปมา อื่น ๆ แม้จะมีการใช้ไม่ถึง 3 ครั้ง ในมณฑลที่ 10 แต่อาจจะมีใช้หรือปรากฏในมณฑลอื่น ๆ และเป็นอุปมาที่น่าสนใจยังมีอยู่อีกเป็นจำนวนมาก ดังตัวอย่างต่อไปนี้

อุปมาสามี
พระสวิตฤได้รับการอ้อนวอนให้มายังผู้สวดสรรเสริญ ประดุจสามีไปหาภรรยาของตน (149.4)

อุปมาสตรี
1) ภรรยาของฤษีมุทคละมีความเพลิดเพลินประดุจสตรีถูกสามีทอดทิ้งแล้วได้สามีกลับมาสมปรารถนา (102.11)
2) เทพประจำทวารได้รับการอ้อนวอนให้เปิดทางประดุจสตรีเปิดทางให้แก่สามีของนาง (110.5)

อุปมาคนปลูกข้าวบาร์เลย์
พระ อินทร์ได้รับคำอ้อนวอนให้ประทานทรัพย์สมบัติให้ผู้อุปถัมภ์ยัชญพิธีแต่ละคน ประดุจคนปลูกข้าวบาร์เลย์เก็บเกี่ยวต้นข้าวบาร์เลย์ทีละต้น (131.2)

อุปมาช้าง
เทพอัศวินเป็นผู้สังหารศัตรูประดุจช้างเมามันที่ทรงพลังกำลังโน้มอวัยวะลง (106.6)

อุปมาลูกศร
ไม่มีผู้ใดสามารถตรวจสอบความเร็วของม้าตารกษยะประดุจไม่มีผู้ใดสามารถตรวจสอบความเร็วของลูกศรที่แล่นมาถูกเป้าหมาย (178.3)

อุปมาหนี้
อุษาเทพีได้รับคำอ้อนวอนให้ขจัดความมืด ประดุจคนใช้ทรัพย์ขจัดหนี้สิน (127.7)

อุปมาสตรีผู้มีความกำหนัด
น้ำทั้งหลายไหลไปสู่มหาสมุทรประดุจสตรีผู้มีความกำหนัดไปสู่สามีของนาง (111.10)

อุปมาผู้ปกป้องตระกูล
พราหมณ์ผู้สวดนั่งล้อมรอบพระอินทร์ ประดุจผู้ปกป้องตระกูลนั่งล้อมรอบหัวหน้าตระกูลในเวลาที่หัวหน้าพร้อมจะออกไป (179.2)

อุปมาสุนัขป่า
พระอินทร์ได้รับการสวดอ้อนวอนให้บังคับบุรุษที่ประพฤติตนเยี่ยงสุนัขป่าให้มาอยู่ใต้อุ้งเท้าของผู้สวดอ้อนวอน (133.4)

ฉะนั้น สรุป อุปมาโวหารในคัมภีร์ฤคเวทสังหิตามีอยู่หลากหลาย เนื่องจากคัมภีร์ดังกล่าวมีจุดประสงค์เป็นบทสวดอ้อนวอนเทพของชาวอารยันและใน อุปมาโวหารซึ่งประกอบด้วยส่วนที่เป็นอุปมาและอุปไมย ส่วนใหญ่อุปไมยจึงเป็นเทพองค์ต่างๆ ที่ปรากฏในบทสวด ส่วนที่เป็นอุปมานั้นผู้แต่งได้ยกมาจากที่อื่นเป็นส่วนใหญ่ เช่น เทพ บุคคล สัตว์ สถานที่ สิ่งของ เหตุการณ์ รวมไปถึงความรู้สึกนึกคิดที่ชาวอารยันโบราณมองเห็นและนึกได้หรือเคารพบูชา อยู่ในชีวิตประจำวัน อุปมาบางอย่างที่พบได้ในสมัยนั้นอาจจะไม่มีหรือไม่นิยมในสมัยหลัง เช่นอุปมาเรื่องหนี้สิน อุปมากระสวยทอผ้า เป็นต้น แต่อุปมาบางส่วนพบบ่อยในสมัยหลังแต่ไม่พบในสมัยพระเวท เช่น อุปมาราชสีห์ หรืออุปมากา เป็นต้น

การสอนลูกน้อยด้วยดนตรีบำบัด

แม่และลูกน้อย

ดนตรีบำบัด คือ การนำดนตรี และกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับดนตรีมาใช้ประกอบ เพื่อการสร้างแรงจูงใจให้เกิดผลในด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างทักษะ และการเปลี่ยนแปลงทางการเรียนรู้ กายภาพ การสื่อสาร สังคม และอารมณ์ของผู้ที่เข้ารับการบำบัด

ในปัจจุบันมีการนำดนตรีมาใช้บำบัดโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีผลดียิ่งทั้งโรคทางกายและทางจิตเวช (กรีกเป็นชาติแรกใช้พิณดีดรักษาโรคซึมเศร้า) มีการค้นพบว่าดนตรีใช้ลดอาการเจ็บปวดจากการคลอดจากการถอนฟัน รักษาคนที่มีความเครียดกังวล แยกตัวจากสังคม หรือคนพิการซ้ำซ้อนได้ดีตลอดจนผู้ป่วยจิตเภท ผู้มีพฤติกรรมถดถอย เหงาเศร้าได้ อีกทั้งยังได้นำดนตรีบำบัดมาใช้กับผู้ป่วยจิตเวชพบว่าผู้ป่วยมีอาการ เรื้อรัง พฤติกรรมถดถอย แยกตัว จะกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างรวดเร็ว ผู้เหงาเศร้าจะยิ้มแย้มได้ หลังจากไม่เคยยิ้มมานานแล้ว น่าแปลกใจที่เสียงเพลงสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนได้

ดนตรีบำบัด สามารถใช้ได้อย่างกว้างขวางในคนทุกเพศทุกวัยและดนตรียังช่วยกระตุ้นพัฒนาการ ในเด็กปกติได้โดยการผ่อนคลายความตึงเครียด เพิ่มความสุขและความมั่นใจ เตรียมเด็กให้พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ โดยการฝึกประสาทหูให้รับฟังเสียงที่สูงต่ำ เรียนรู้การสร้างจินตนาการตามเสียงและจังหวะเพลง เรียนรู้การฟัง และการฝึกการทำความเข้าใจจากการสื่อสารกับครู ฝึกการเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเพลง การแสดงออกทางสีหน้าร่วมไปกับการเรียนรู้การเข้าสังคมและการทำงานร่วมกันกับ เพื่อนร่วมชั้น เรียนรู้การฝึกความอดทนและรอคอยคิวของตนเอง รู้จักการควบคุมอารมณ์ที่เหมาะสมและรู้จักการปลดปล่อย และระบายอารมณ์ เพื่อช่วยลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ นอกจากเด็กแล้วดนตรีบำบัดยังสามารถใช้รักษาภาวะเจ็บป่วยทางกาย เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคความจำเสื่อม ผู้ป่วยหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ติดยาเสพติด ผู้ที่มีปัญหาทางจิต ผู้มีความเครียด คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้เจ็บป่วยในระยะสุดดนตรีบำบัดได้ถูกนำมาศึกษาวิจัยเพื่อใช้ในสถานการณ์ ต่างๆ ได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ แม้แต่การคลอดบุตรก็มีการใช้เป็นที่ได้ผลเป็นอย่างดี ทำให้ทารกดูดนมและนอนหลับได้มากขึ้น ช่วยในการพัฒนาเด็กที่มีความบกพร่อง หรือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เช่น เด็กพิการ เด็กที่มีสติปัญญาบกพร่อง เด็กออทิสติก

คุณพ่อคุณแม่สามารถหากิจกรรมดนตรีบำบัดให้กับลูกได้นะคะ โดยหาเพลงให้ลูกฟังไม่ว่า จะเป็นเพลงคลาสสิค เพลงป๊อป หรือ เพลงอะไรก็ได้ที่ลูกชอบ โดยไม่ต้องบังคับลูก เด็กควรจะรู้สึกชอบด้วยตัวเองและเขาก็จะฟังอย่างมีความสุข ซึ่งสามารถเริ่มให้ลูกฟังดนตรีได้ตั้งแต่อยู่ในท้อง โดยการเปิดเพลงแล้วใช้หูฟังแนบที่ท้อง เมื่อลูกโตขึ้นก็ให้เรียนดนตรี ร้องเพลง หรือเต้นรำก็ได้ ซึ่งการเรียนดนตรีนั้นนอกจากความเพลิดเพลิน แล้วเด็กก็ยังได้ฝึกทักษะอย่างอื่น เช่น การประสานสัมพันธ์ระหว่างตากับสมอง ทั้งยังสามารถรู้จักตัวโน้ต ฝึกความพากเพียรและรับผิดชอบด้วย เพราะต้องคอยซ้อมบ่อยๆ เพราะฉะนั้นนอกจากจะช่วยบำบัดอารมณ์แล้ว ยังสามารถส่งเสริมคุณลักษณะที่ดีด้านอื่นๆ ได้อีก การให้ลูกน้อยฟังเพลงตั้งแต่ในครรภ์เป็นประโยชน์มากนะคะ เพราะมีรายงานการวิจัยว่าทารกสามารถได้ยินเสียงทางหน้าท้องแม่ สามารถแยกความแตกต่างของระดับเสียงได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นเพลงคลาสสิค ทารกจะชอบมาก โดยดูจากการเต้นของหัวใจที่จะเต้นเพิ่มขึ้นในขณะที่ได้ฟังเพลง

จากการวิจัยพบว่าดนตรีบำบัดสามารถใช้กับเด็กทั่วไปได้ เพราะจะช่วยพัฒนา IQ และ EQ โดยเฉพาะในช่วงวัยแรกของชีวิต ประมาณ 0-3 ปี เป็นช่วงที่เหมาะสมมากที่จะพัฒนารากสมองให้เจริญเติบโตขึ้น พ่อแม่สามารถสร้างกิจกรรมดนตรีบำบัดให้ลูกได้ เช่น การร้องเพลงให้ฟัง จับลูกโยนตัวไปมา หาเพลงให้ลูกฟัง ซึ่งจะเป็นเพลงคลาสสิค หรือเพลงสมัยใหม่ก็ได้ สามารถใช้ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อลูกยังเล็กๆ การใช้เพลงกล่อมเด็กเป็นสิ่งที่ดีมากนะครับ เพราะเพลงกล่อมเด็กเป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาสำหรับเด็ก ทั้งท่วงทำนองนุ่มนวลและเนื้อเพลงที่มีความหมายดี ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่น ทั้งยังทำให้ลูกได้ใกล้ชิดกับแม่ แม้กระทั่งการไกวเปลในขณะร้องเพลงให้ลูกฟัง ก็ยังเป็นการสร้างความรักความอบอุ่นให้ลูกได้ เพราะว่าเด็กสามารถสัมผัสถึงจังหวะในการไกวเปลได้อีกด้วย

การที่พ่อแม่จะสนับสนุนให้ลูกน้อยเล่นดนตรีไม่ได้หมายถึงการเล่นเครื่องดนตรีที่จริงจังหรอกนะคะ จึงไม่จำเป็นต้องรอให้ลูกโตแล้วพาไปเรียนดนตรีอย่างเดียว การเล่นของเล่นที่ให้เสียงก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน ของเล่นชิ้นเล็กที่เขย่าแล้วเกิดเสียงนำมาให้ลูกเล่นได้ค่ะ ลูกอาจโยกตัวตามเสียงที่เคาะเป็นจังหวะ นั่นก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งของเขาแล้วค่ะ ทั้งยังช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมือด้วย นอกจากการเล่นดนตรีของลูกน้อยแล้ว การที่ให้ลูกมีประสบการการฟังดนตรีหลายชนิด จะทำให้เขารู้จักดนตรีเยอะขึ้น และเลือกดนตรีที่เขาชอบได้ ไม่ว่าจะเป็นการประกวดร้องเพลง การแข่งขัน หรือ การพาลูกน้อยไปฟังเพลง ชมคอนเสิร์ตสามารถช่วยพัฒนาการของลูกได้มากทีเดียว การทำกิจกรรมดนตรีด้วยกันเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวด้วยนะคะ การที่ให้ลูกน้อยเรียนดนตรี ไม่ใช่ทำให้รู้จักตัวโน้ตหรือเล่นดนตรีเป็นอย่างเดียว แต่ดนตรียังช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูกด้วย การจำตัวโน้ตช่วยฝึกความจำ การประสานสัมผัสมือ ตา และสมอง การเข้าสังคม และอารมณ์ที่เป็นสุข เดี๋ยวนี้มีหลักสูตรดนตรีที่ให้ผู้ปกครอง เข้าไปเรียนกับลูกด้วยนะคะ นอกจากจะช่วยให้ลูกเรียนได้ดีขึ้นเพราะมีพ่อแม่ช่วยทบทวนแล้ว ยังสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

ตามที่กล่าวไว้ในตอนแรกนะคะลักษณะทางอารมณ์ของแต่ละคน ทุกคนก็จะมีความแตกต่างกันไปในการรับฟังเพลงก็เช่นเดียวกันค่ะการรับฟังเพลง นั้นก็จะแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคลการเลือกรับฟังเพลงที่มี ความเหมาะสมกับสภาวะทางจิตใจนั้นจะก่อให้เกิดผลในด้านการบำบัดตามความหมาย ของดนตรีบำบัดค่ะ ครั้งหน้าเราจะมาดูกันว่าการฟังเพลงในลักษณะใดที่จะเหมาะสมในการบำบัดอารมณ์ สำหรับลูกน้อย

ในการจะใช้ดนตรีบำบัดสำหรับลูกน้อยนั้นเราต้องเลือก ให้เหมาะสมตามสภาวะทางอารมณ์ของลูกในแต่ละคนซึ่งจะแสดงออกมาทางพฤติกรรที่ แตกต่างกับออกไป การเลือกดนตรีให้เหมาะกับภาวะทางอารมณ์ของลูกมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการ ช่วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการแสดงอารมณ์ของลูกน้อย

มีคำกล่าวว่า คนเรียนดนตรีคลาสสิค บอกถึงความเป็นคนละเอียดใจเย็น แต่คนที่คล่องแคล่วเคลื่อนไหวรวดเร็วก็น่าจะชอบแบบร็อค ซึ่งดนตรีแต่ละอย่างก็สามารถทำให้ผู้เรียนไปถึงจุดหมายได้เหมือนกัน อยู่ที่ว่าใครจะชอบแบบไหนมากกว่า เพราะฉะนั้นการเลือกดนตรีให้กับลูกน้อยจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะต้องคำนึงถึงความชอบของลูกน้อยด้วย ล

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ ลูก…อารมณ์ร้อน ถ้าลูกหงุดหงิดฉุนเฉียวง่ายก็อาจจะเลือกเพลงที่เย็นๆ นุ่มๆ ฟังสบายๆ เปิดไว้ทั้งวัน จะช่วยทำให้อารมณ์เย็นขึ้นได้ ซึ่งโดยมากน่าจะเป็นเพลงบรรเลงที่มีความช้าของจังหวะ มีความเรียบของทำนอง หรือ เพลงคลาสสิค เช่น เพลงของ Beethoven ถ้าเป็นเพลงไทยก็อาจจะเป็นช้าๆ เช่น เพลงบัวขาว ก็จะช่วยให้รู้สึกดื่มด่ำกับดนตรีและเนื้อเพลงด้วย

สำหรับพ่อแม่ที่ลูกมีภาวะซึมเศร้า ก่อนอื่นเราลองมาสังเกตุอาการซึมเศร้าในเด็กกันก่อนดีกว่าค่ะโดยเด็กที่อยู่ ในภาวะนี้จะมีอาการซึมๆ ไม่ร่าเริงไม่เบิกบาน ร้องไห้บ่อย ไม่สนุกกับสิ่งแวดล้อม นอนไม่หลับหรือหลับมากผิดปกติ ความคิดช้า เคลื่อนไหวช้า หรือหงุดหงิดกระวนกระวาย รู้สึกอ่อนเพลียหากเจ้าตัวเล็กของคุณมีอาการดังที่กล่าวมานี้ ลองเปิดเพลงที่ดูครื้นเครงดูสิคะ เช่น เพลงที่มีจังหวะสั้น หรือเร็ว เช่น เพลงยุคคลาสสิคของโมสาร์ท เพลงสมัยใหม่ก็เป็นเพลงที่เต้นแล้วสนุก เช่น เพลงแร็พ ซึ่งจะช่วยทำให้อารมณ์ซึมเศร้าคลายลงและรู้สึกสนุกสนานขึ้นค่ะ คุณพ่อคุณแม่อาจลองนำไปใช้กับลูกน้อยดูนะคะ บางทีอาจจะพบว่า เสียงดนตรีที่ไพเราะ จังหวะที่เหมาะสม ช่วยบำบัดอารมณ์ให้สงบเย็นและเป็นสุขได้ ผลของการบำบัดด้วยดนตรีในเด็กพบว่าดนตรีบำบัดจะช่วยให้โลกของเด็กจะเปิด กว้างขึ้น โดยมีดนตรีเป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอก เสียงดนตรีจะทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย ลดความหวาดระแวง และวางใจในสัมพันธภาพกับผู้อื่น อีกทั้งยังทำให้เด็กจะรู้จักตัวเองมากขึ้นโดยผ่านการใช้เสียงดนตรีที่ กระตุ้นให้เขาแสดงความรู้สึกต่างๆ ออกมา

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ลูกมีสมาธิสั้น หรือ เป็นเด็กที่มีความสนใจสั้น ความหมายของเด็กสมาธิสั้น ก็คือ เด็กที่ซนหรือว่าดื้อมาก ไม่ชอบอยู่นิ่ง ซึ่งส่วนใหญ่นั้น จะมีการถ่ายทอด ทางพันธุกรรม ในเรื่องของ ระบบประสาท และสารเคมีในสมอง หรือเกิดจาก สภาพของสิ่งแวดล้อม ที่ไม่เหมาะสม เด็กที่มีระดับสติปัญญาปกติ สามารถแบ่งออกเป็นสองประเภท ดังนี้

เด็กสมาธิสั้นประเภทแรกจะเกิดความบกพร่อง ทางสมอง ซึ่งเด็กพวกนี้จะ ขี้หลงขี้ลืม เหม่อลอย มีความช่างฝัน ประมาณว่าชอบทำของหายบ่อยๆ ให้ความสนใจสิ่งหนึ่งสิ่งใด ที่คนปรกติไม่ให้ความสำคัญ ไม่สามารถที่จะเข้าใจ ในประโยคคำสั่งที่ยาวๆ มีความลำบากในการร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องใช้สมองความคิดเป็นเวลานานๆ

ส่วนประเภทที่สองเด็กจะมีลักษณะไม่ชอบอยู่นิ่ง นึกอยากทำอะไรก็ทำ คือเด็กที่มีอาการ หุนหันพลันแล่น ประมาณว่า ชอบพูดคุยจนมากเกินไป ลุกนั่งเดินวิ่งบ่อยๆ มีอาการลุกลี้ลุกลน ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่รู้จักระมัดระวังอันตราย มีอารมณ์แปรปรวน ไม่มีความอดทน ขี้ฟ้อง ชอบพูดขัดจังหวะผู้อื่น

พ่อแม่และครูจะมีความเห็นตรงกันว่าเป็นคนฉลาด แต่เด็กเรียนหนังสือไม่ได้ สอบตกหลายวิชา ต้องซ่อมเทอมละ 4-5 วิชา ผู้ใหญ่จะเข้าใจว่าเด็กนั้นไม่สนใจเรียน ไม่ตั้งใจเรียนเวลาอยู่ในห้อง ชอบพูดชอบคุย นั่งไม่นิ่ง บางคนจะเหม่อลอยไม่ฟังครู งานในห้องมักทำไม่เสร็จ การบ้านไม่ทำและไม่ส่งหรือทำไม่เสร็จ เด็กมักลืมทำในสิ่งต่างๆ ที่ถูกมอบหมายให้ทำ พ่อแม่จะรู้สึกเครียดมาก ควรใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง ลูกกลับใช้เวลาถึง 3-4 ชั่วโมง เป็นต้น เด็กเหล่านี้มีความผิดปกติที่ทางการแพทย์ บางครั้งจะเรียกเด็กกลุ่มนี้ได้อีกอย่างหนึ่งว่า เด็กไฮเปอแอคทีฟ

เราสามารถฝึกความสนใจและสมาธิให้ยาวขึ้นด้วยการเปิดเพลงให้ฟังวีดีโอ ร้องเพลง หรือเรียนดนตรีก็ได้วันละประมาณ 10-20 นาที เช่น ถ้าเขาชอบเพลงของศิลปินคนไหนก็อาจให้เขาได้ร้องเพลงนั้นก็ได้ตามที่เขาชอบ คุณแม่ก็จะเห็นพัฒนาการของคุณลูกที่มีความสนใจนานขึ้น มีสมาธิมากขึ้น แต่ต้องทำบ่อยๆ นะคะ เพียงแค่ครั้งสองครั้งยังไม่เห็นผล ต้องใช้เวลาค่ะ นอกจากนี้ผลจากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ ในเรื่อง เพลงเด็ก พบว่า การให้เด็กที่มีสมาธิสั้น หัดเล่นดนตรี จะเป็นการกระตุ้น ให้เด็กเกิดความสนใจในดนตรี และได้มีการระบายอารมณ์ออกมา ทำให้เด็กเกิดความผ่อนคลาย เด็กจึงมีสภาพของอารมณ์ที่ดีขึ้น สามารถจดจำเนื้อร้องต่างๆ ได้ และสามารถที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับเด็กทั่วไปได้ดีอีกด้วย ในครั้งหน้าเราจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องของการใช้ดนตรีในการบำบัดผู้ป่วยโรคมะเร็ง

การดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยดนตรีบำบัด ด้วยวิธีการเบี่ยงเบนความสนใจจะช่วยลดการกระตุ้นที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด ส่งเสริมการผ่อนคลายทางร่างกาย และทำให้เกิดความสุข ความงดงามทางจิตใจด้วย จุดประสงค์ของการนำดนตรีมาใช้ ก็เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวด ไปสู่ความสุขสบายเพลิดเพลิน และดนตรียังเพิ่มแรงจูงใจทำให้อยากเคลื่อนไหว มีบางครั้งที่พบว่าในยามปกติ เราอาจเป็นคนรักเสียงเพลงและร่วมกิจกรรมด้านดนตรี แต่เมื่อมีความเจ็บป่วยกลับปฏิเสธที่จะฟังดนตรี จึงควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้ในกรณีที่ไม่ชอบ

ในการบำบัดผู้ป่วยโรคมะเร็งก่อนอื่นเราต้องคำนึงถึงความต้องการ ความพร้อมที่จะใช้วิธีดนตรีบำบัดต่อมาก็สำรวจในเรื่องประสบการณ์ด้านดนตรี ความสามารถด้านดนตรี ประเภทเพลงที่ชอบ เครื่องดนตรีหรือเพลงที่คุ้นเคยซึ่งจะช่วยให้การจัดกิจกรรมดนตรีง่ายขึ้น และเป็นการสร้างความรู้สึกอบอุ่นประทับใจ หลังจากนั้นในการบำบัดต้องมีการจัดท่าผู้ป่วยให้อยู่ในท่าที่สบายที่สุด เจ็บปวดน้อยที่สุด โดยแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ใส่สบายไม่อึดอัด ใช้หมอน ผ้าห่ม ในการช่วยพยุงปรับให้อยู่ในท่าที่พอดี และควรอยู่ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก อุณหภูมิเย็นสบาย ไม่มีเสียงรบกวน ปรับแสงสีในห้องให้เย็นตา สะอาด เรียบร้อย สวยงามควรเลือกใช้เครื่องเสียงที่มีคุณภาพ ที่จะสามารถใช้ได้เองด้วยตนเองตามสะดวกและปลอดภัย ที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยคือควรมีการประเมิน ความเจ็บปวด ความวิตกกังวลของผู้ป่วยทั้งก่อน-หลังทำค่ะ ในการจัดให้ผู้ป่วยฟังดนตรีควรจัดให้ฟังในเวลาที่ยาลดความเจ็บปวดกำลังออก ฤทธิ์ และใช้เทคนิคการผ่อนคลายร่วมด้วย เวลาที่ใช้ในการฟัง หรือจำนวนครั้งที่ฟังในแต่ละวันก็มีผลในการลดความเจ็บปวด อย่างไรก็ตาม ดนตรีสามารถช่วยลดความเจ็บปวดได้ถึงจุดหนึ่ง และเป็นเวลาชั่วคราว จึงจำเป็นต้องฟังตามอาการเป็นประจำ ดนตรีที่ใช้ในการบำบัดความเจ็บปวด ควรเป็นเพลงบรรเลงไม่มีเนื้อร้อง, มีเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงนก น้ำตกร่วมด้วย ควรมีจังหวะที่ช้า มั่นคง สม่ำเสมอ ดนตรีที่ใช้ควรมีทำนองราบเรียบ นุ่มนวล ผ่อนคลายสดชื่นระดับเสียงควรจะปานกลาง – ต่ำ ไม่ควรเปิดดังมากเพราะความดังของของเสียงอาจไปกระตุ้นความเจ็บปวดให้เพิ่ม มากขึ้นด้วย ดนตรีที่นิยมใช้ เช่น พิณ เปียโน กีต้าร์ วงออร์เคสตร้า แจ๊สแบบช้า นุ่มนวล ป๊อปและเพลงคลาสสิก เป็นต้น

มีหลักฐานทางการวิจัยหลายชิ้นระบุถึงประโยชน์ของดนตรีที่มีต่อสุขภาพของ กลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง พบว่าช่วยลดความเจ็บปวด สามารถจัดการกับความเครียด ภาวะซึมเศร้าวิตกกังวล นอนไม่หลับ และการไม่อยากอาหาร สามรถช่วยควบคุมการหายใจ และจังหวะการเต้นของหัวใจให้กับผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและยัง ช่วยทารกที่ต้องคลอดก่อนกำหนดให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น ลดจำนวนวันที่อยู่ในตู้อบ และเพิ่มน้ำหนักตัว คนไข้ที่ผ่านการผ่าตัด เมื่อได้ฟังดนตรีจะช่วยลดการปวดและลดความต้องการใช้ยาแก้ปวด นอกจากนั้นดนตรียังช่วยลดความวิตกกังวล ซึมเศร้า โดดเดี่ยวในผู้ป่วยสูงอายุ ช่วยผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ให้มีอาการดีขึ้นได้อีกต้วย

การนำดนตรีมาใช้บำบัดด้วยเทคนิคที่เรียกว่า วันทูไฟว์ ซึ่งพบว่ามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จิตใจ และการทำงานของสมองในหลายด้าน ทั้งด้านความตึงตัวของกล้ามเนื้อ การไหลเวียนของโลหิต ความดันโลหิต การเต้นของชีพจรและการตอบสนองของม่านตา และผลของดนตรียังมีส่วนต่อการเปลี่ยนแปลงของสมอง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ สติสัมปชัญญะและจินตนาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ดนตรีบำบัด เปิดเผยถึงการคิดค้นเทคนิควันทูไฟว์ว่า จุดเริ่มต้นของการคิดค้นเทคนิคนี้ มาจากการสอนเปียโนที่มักทำให้เกิดความเครียดกับทั้งผู้เรียนและผู้สอน ซึ่งหลักการที่จะทำให้ผู้เรียนเล่นเปียโนได้ดี โดยไม่กดดัน ก็คือห้ามดุด่า และให้ผู้เรียนเลือกเพลงที่จะเล่นเอง โดยได้คิดค้นเทคนิคใหม่ คือ ใช้ตัวเลข หนึ่งถึงห้าแทนตัวโน้ต ทำให้ผู้ที่เข้ารับการบำบัดสามารถเรียนรู้หรือเข้าถึงได้โดยง่าย โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านคนตรีมาก่อน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ดนตรีบำบัดได้นำเทคนิคนี้มาทดลองใช้กับผู้ป่วยที่มี ปัญหาทางจิตที่โรงพยาบาลศรีธัญญา พบว่าได้ผลดี ทางโรงพยาบาลจึงใช้เป็นแนวทางการบำบัดด้วยดนตรีและได้จดลิขสิทธิ์ไว้กับกรม ทรัพย์สินทางปัญญาเรียบร้อยแล้ว สำหรับเทคนิควันทูไฟว์สามารถใช้ได้ผลกับผู้ป่วยที่มีปัญหาทางจิตหลายประเภท ด้วยกัน เช่น ผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ ผู้ที่มีอาการซึมเศร้า เด็กออทิสติก เด็กดาวซินโดรม เป็นต้น.

จะเห็นได้ว่าดนตรีนั้นสามารถทำอะไรได้มากกว่าการที่เราจะฟังเพื่อ การแก้เหงาแต่ดนตรีได้ให้ประโยชน์กับเราอย่างมากมายถ้าเรารู้จักเลือกที่จะ ฟัง การฟังก็มีได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และสภาวะทางอารมณ์ในขณะนั้นร่วมด้วยแต่ที่สำคัญการฟังให้เหมาะสมกับสภาวะ ความเจ็บป่วยของร่างกายจึงเป็นการใช้ดนตรีบำบัดที่เกิดประโยชน์ คงไม่มีใครคัดค้านความคิดที่ว่า

“ดนตรีสามารถเบี่ยงเบนความสนใจหรือความหมกมุ่นในใจของคนเรา ให้หันเหออกไปจากจุดเดิมที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความเจ็บปวด…”

แนวคิดในการทำบทความเรื่อง ดนตรีบำบัด

เนื่องจากการฟังดนตรีนั้นเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวกับประชาชน เป็นอย่างมาก ซึ่งการฟังดนตรีนั้นสามารถช่วยให้ผู้ฟังเกิดความเพลิดเพลินใจได้ แต่ประโยชน์ของการฟังดนตรีไม่ได้มีเท่านั้น ยังมีคนส่วยมากที่ยังไม่ทราบว่าการฟังดนตรีนั้นสามารถบำบัดโรคที่เป็นปัญหา ทางสุขภาพได้ เช่น การฟังดนตรีเพื่อการบำบัดรักษาอาการเจ็บปวดและทรมานของร่างกาย การใช้ดนตรีบำบัดสำหรับการรักษาโรคมะเร็ง รวมทั้งการใช้ดนตรีบำบัดในการแก้ไขปัญหาของลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์มารดาจนถึง วัยเด็ก เพื่อช่วยในการสร้างเสริมพัฒนาการที่ดีให้แก่เด็กได้อีกด้วย ผู้จัดทำจึงได้เล็งเห็นความสำคัญของการฟังดนตรีเพื่อให้เกิดประโยชน์ในด้าน การบำบัดโรค จึงได้นำบทความที่สาระสำคัญในเรื่องนี้มานำเสนอเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ ประชาชนและผู้ที่สนใจเพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของตนได้ และมีความมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะมีหลักการที่ถุกต้องในการเลือก ฟังดนตรีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด