Tag Archive: ป้องกันมะเร็ง

ความลับของอวกาศ

ในคืนวันศุกร์ กับคนที่ ใช้งานร่วมกัน รายงาน ภาพและ เชื่อมโยงไปยังบาคาร่า แผนที่ที่ จมอยู่ใต้น้ำ ใน เปลวไฟ สีแดง และสีส้ม แสดงให้เห็น พื้นที่ อันตราย

แผ่นดินไหวเริ่มขึ้นใน ออเรนจ์ , ประมาณ 30 ไมล์ จาก Los Angeles สั่นเป็นความรู้สึก ข้าม มากของ ลุ่มน้ำ Los Angeles ในทางตรงกันข้ามกับ การสั่นสะเทือน สองสัปดาห์ ที่ผ่านมาซึ่ง มาพร้อมกับเขย่า ขนาดใหญ่ หนึ่งนี้ ผลิต กลิ้ง เป็นเวลานาน

นางสาว โจนส์ กล่าวว่าเธอ สงสัยว่า การขาดของ กิจกรรม ทางธรณีวิทยา อย่างรุนแรง ตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว Northridge , และ7.3 ริกเตอร์ แผ่นดินไหว แลนเดอร์ ที่เกิดขึ้นในซ้อมทะเลทราย ที่ห่างไกล เมื่อสองปีก่อน คิดเป็น กล่อม

“มันเป็น แผ่นดินไหว ขนาดใหญ่ มากที่ เรียงลำดับของการ ผ่อนคลายทั้งบาคาร่า พื้นที่ LA ” เธอ กล่าวว่า “มัน เอา พลังงานออกมาจาก เปลือก. ”

นาง สาว โจนส์ กล่าวว่า เธอคิดว่า ไหว ที่ผ่านมา จะทำให้มัน ง่ายต่อการ ชุมนุม ทางการเมืองที่ สนับสนุน มาตรการ เช่น การบังคับให้ เจ้าของที่จะ จ่ายเงินเพื่อ ฟื้นฟู อาคารเก่า “เมื่อคุณมี ความเสียหาย มัน ง่ายมากที่ จะพูดคุยกับ ผู้คนเกี่ยวกับ สิ่งที่คุณ ต้องทำเพื่อ หลีกเลี่ยงความเสียหาย ” เธอ กล่าวว่า

“มี ชีวิต จริง เป็นเดิมพัน ” นางสาว โจนส์ กล่าวว่า “เรา อย่าง รู้ว่ามี อาคารที่ จะฆ่า คน เมื่อพวกเขา ยุบ . ”

โร เบิร์ต Silvey เจ้าของธุรกิจการทำความสะอาด พรม ใน Fullertonกล่าวว่าเขารู้สึก ตกใจที่ เขย่า ของแผ่นดินไหวแต่ อึกอัก มากขึ้นโดย ระลอก การเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ อยู่แล้วมี ผลกระทบ กว้าง ในทุกทวีป และ มหาสมุทรทั่ว โลกที่ นักวิทยาศาสตร์ รายงานเมื่อวันจันทร์ และพวกเขา เตือนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีแนวโน้ม ที่จะเติบโต อย่างมีนัยสำคัญ ยิ่ง ถ้า การปล่อยก๊าซ เรือนกระจก จะถูกนำ ภายใต้การควบคุม

จะ ได้รับ 20 ปีนับตั้งแต่ ภาคใต้ของ รัฐแคลิฟอร์เนีย มีประสบการณ์ แผ่นดินไหวใหญ่ ที่บาคาร่าออนไลน์มีประสิทธิภาพ temblor 6.7 แมกนิจูดที่ ผ่านการ รีด Northridge ฆ่า 57 คน แต่ ยืด ของความสงบ แผ่นดินไหว นี้แม้ว่า การต้อนรับใน รูปแบบที่ชัดเจน ได้ ทำลาย ความพยายามที่จะ บังคับให้ Los Angeles ที่จะจัดการกับ สิ่งที่ เจ้าหน้าที่ อธิบายถึง ข้อบกพร่อง ที่ ร้ายแรง ที่อาจเกิดขึ้น ในการเตรียม แผ่นดินไหว

“17 ปี ที่ผ่านมา ได้รับ เวลา ที่เงียบสงบที่สุด ที่เราเคยเห็น ” ลูซิลย์ เอ็ม โจนส์ วิหค ที่สำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกากล่าวว่า “บางที เรากำลัง เริ่มที่จะ หันหลังกลับ เข้าสู่ระดับปกติ มากขึ้น . ”

ระเบิด ของ กิจกรรมแผ่นดินไหวได้ มาในเวลาที่ สำคัญสำหรับการ เป็นส่วนหนึ่งของ ประเทศ นี้ เป็น Los Angeles confronts วิจารณ์ การเติบโต ที่ได้ สัมปทาน ในการ ดำเนินการเพื่อ ลด การบาดเจ็บล้มตาย แผ่นดินไหว นายกเทศมนตรีคนใหม่ ของ เอริค เอ็ม Garcetti ได้ ยึด เกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นปัญหา ที่กำหนด เขา ได้รับการแต่งตั้ง นางสาว โจนส์ เป็นที่ปรึกษา พิเศษ ในการวาด ขึ้นแผน แผ่นดินไหว เตรียมความพร้อม ดังต่อไปนี้ นำของ ซาน ฟรานซิส และเมืองอื่น ๆ

นาย Garcetti และ นางสาว โจนส์ กล่าวว่าอุปสรรค ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในการผลักดัน Los Angeles ที่จะใช้ ขั้นตอนที่ สำคัญ – ที่สำคัญที่สุดคือ เสริม หลายร้อย ของอาคาร คอนกรีต เก่า ที่มีความเสี่ยง ของ การล่มสลาย – ได้รับ การขาด ความรู้สึกเร่งด่วน ที่เกิดจาก ระยะเวลานานของ แผ่นดินไหว การอยู่เฉยๆ “เมื่อ เกิดแผ่นดินไหว ที่เกิดขึ้น ที่มีขนาดใหญ่ พอที่จะรู้สึก แต่มีขนาดเล็ก พอที่จะไม่ ทำให้เกิดความเสียหาย ที่ยิ่งใหญ่ ที่พวกเขา ช่วยให้เรา ให้ การรับรู้ ที่เราต้องการ ในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ” นาย Garcetti กล่าว

ความรักบำบัดโรค

การเพิ่ม ขึ้น ในช่วงสาม เดือนที่ผ่านมา เติบโตของยอดขาย ค้าปลีก ในไตรมาสที่สี่ ของปี 2013 เป็น 0.4 % ซึ่ง ลดลง อย่างมากจาก การเจริญเติบโตของ 1.6 % ในไตรมาส สี่ ที่ ในไตรมาสที่สาม

แม้จะมี พ รายเดือน และดาวน์ ร้านค้าปลีก ที่คาดว่าจะ เชียร์ ตัวเลข และความมุ่งมั่นของอังกฤษ ที่จะทำให้ การใช้จ่าย ในปีที่เมื่อ อัตราเงินเฟ้อ แซง ไกล เพิ่มขึ้น ค่าจ้าง

จำนวน เงินที่ ใช้จ่าย ในร้านค้า และออนไลน์ เพิ่มขึ้นจาก 6.1 % เมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อเทียบ กับเดือนธันวาคม 2012สำนักงานสถิติ แห่งชาติกล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อใน ปี 2013 เฉลี่ยประมาณ 3% และค่าจ้าง ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ย น้อยกว่า 1%

ธนาคาร แห่งประเทศอังกฤษ ตัวเลข เครดิต ปรากฏ แสดงให้เห็นว่า รายได้ครอบครัว กลาง จะจ่ายเงิน ลง หนี้ของพวกเขา ที่ก้าวช้า ที่จะปล่อย เงิน สำหรับการบริโภค มากกว่า splurgeของการใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับ เครดิต ของผู้บริโภค ที่สูงขึ้นมี ยอดขายที่แข็งแกร่ง ใน อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์เช่น iPads และ มาร์ทโฟน ได้ ในขณะที่ การกู้คืนใน ตลาดที่อยู่อาศัยยัง มีการเล่น เป็นส่วนหนึ่ง ที่ผลักดัน ยอดขาย ของ ใช้ในครัวเรือน

ลาก เฉพาะใน การขาย มาจาก การลดลง อย่างต่อเนื่องใน การซื้อ น้ำมัน

อลัน คล๊าร์ค , สหราชอาณาจักร นักเศรษฐศาสตร์ที่ ธนาคาร สโกเทีย กล่าวว่า ตัวเลขที่ นำแสตมป์ใน การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

เขากล่าวว่า “มันเป็น บูมยอดขายค้าปลีก ในสหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้น 2.6 % เดือนใน เดือน ในเดือนธันวาคม – อย่างหนาแน่น ที่สูงขึ้น กว่าที่คาดไว้ . “.

มุมมอง ของเขาถูก สะท้อน ใน ไตรมาส จำนวนมากทั่ว เมือง ซึ่ง เป็นเดิมพัน กับความแรงของ การรวบรวม การฟื้นตัว ทางเศรษฐกิจ ในปีนี้

แต่ เพิ่มขึ้น ในเดือนธันวาคมมาหลังจากที่ช้า เดือนตุลาคมและ เดือนพฤศจิกายนและ ส่อให้เห็นว่า ผู้ซื้อ รอ ได้นานกว่า ปกติสำหรับ การต่อรองราคา ในระยะ ถึง คริสมาสต์

โฮ เวิร์ด อาร์เชอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ อังกฤษ ที่ ไอเอชเอ ทั่วโลก เข้าใจ ได้ สบาย มากขึ้น ชี้ให้เห็นว่าตัวเลข ธันวาคม ตาม “ประสิทธิภาพโดยรวม เงียบ ” ในช่วง ไตรมาสที่ผ่านมา หลังการขาย ค้าปลีก ขยับ ขึ้น 0.2 % เดือน ต่อ เดือน ในเดือนพฤศจิกายน หลังจากที่ ลดลง 0.9 % ในเดือนตุลาคม

“นี่ แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภค ซ้ายมาก ของการใช้จ่าย คริสต์มาสของพวกเขา ในช่วงปลาย ความหวัง ในการได้รับ ข้อเสนอ ที่ดีขึ้น ในช่วงปลาย จากร้านค้าปลีก. นอกจากนี้ยัง แสดงให้เห็นว่า การใช้จ่าย มีความแข็งแกร่ง ในช่วงเริ่มต้น ของ การขาย การกวาดล้างเป็นผู้บริโภค บีบ มอง ที่จะใช้ ประโยชน์จากการ ต่อรองราคา ของแท้ ” เขา กล่าวว่า

แนวคิดของ มหาตม คานธี

 

ข้าพเจ้า นั้นไม่มีทางที่จะเป็นพิษเป็นภัยต่อโลก หรือประเทศอื่นใดโดยเด็ดขาด   เราต้องการให้ประเทศของเราเป็นอิสสระ แต่ไม่ใช่การเอารัดเอาเปรียบหรือขูดรีดผู้อื่นหรือด้วยการสร้างความเสียหาย ให้แก่ประเทศอื่น ข้าพเจ้าไม่ต้องการให้อินเดียเป็นอิสระ หากความเป็นอิสสระของอินเดียหมายถึงอังกฤษและชาวอังกฤษหายสาปสูญไปจากโลก ข้าพเจ้าต้องการให้อินเดียเป็นอิสสระ เพื่อประเทศอื่นจะได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างจากประเทศของข้าพเจ้า และเพื่อทรัพยากรของอินเดียจะได้เป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติ ลัทธิชาตินิยมในปัจจุบันสอนเราว่า บุคคลจะต้องตายเพื่อครอบครัว ครอบครัวจะต้องตายเพื่อหมู่บ้าน หมู่บ้านจะต้องตายเพื่ออำเภอ อำเภอเพื่อจังหวัด และจังหวัดเพื่อประเทศ นี้ฉันใดประเทศจะต้องเป็นอิสสระ และหากจำเป็น ก็จะต้องตายเพื่อประโยชน์ของโลก ฉันนั้น เพราะฉะนั้น ความรักชาติหรือความเข้าใจในเรื่องความรักชาติของข้าพเจ้า จึงมีความหมายว่า ประเทศชาติควรจะเป็นอิสสระ และหากจำเป็นก็ควรจะตายได้เพื่อมนุษย์ชาติจะได้มีชีวิตอยู่ ความรักชาติของข้าพจ้าไม่มีที่ว่างที่จะให้ความรังเกียจเชื้อชาติปะปนอยู่ ด้วยได้ ขอให้ความรักชาติของเราเป็นดั่งที่ว่ามานี้ไม่มีขอบเขตจำกัดในการให้บริการ แก่เพื่อนบ้านของเรา ซึ่งอยู่นอกพรมแดนที่ทางการของรัฐได้กำหนดกันไว้ พระผู้เป็นเจ้ามิได้เคยทรงร้างพรมแดนเหล่านี้

 

สำหรับ ข้าพเจ้าแล้ว ความรักชาติมีความหมายเช่นเดียวกับความมีมนุษยธรรม ข้าพเจ้ามีความรักชาติเพราะข้าพเจ้าเป็นมนุษย์และมีความเป็นมนุษย์ แต่ความรักชาติของข้าพเจ้าไม่มีความจำกัดจำเพาะ ข้าพเจ้าจะไม่ก่อความเสียหายแก่อังกฤษ หรือเยอรมันเพื่อประโยชน์ของอินเดีย ลัทธิจักรวรรดินิยมไม่มีที่พักพิงใน โครงการชีวิตของข้าพเจ้า กฎของผู้รักชาติไม่มีอะไรแตกต่างจากกฎของสังฆราช ผู้รักชาติจะไม่ใช่ผู้รักชาติอย่างสมบูรณ์หากขาดมนุษยธรรม กฏของการเมืองไม่มีอะไรขัดแย้งกับกฏของบุคคลการไม่ร่วมมือของเรานั้นมิใช่ เราไม่ร่วมมือกับชาวอังกฤษ หรือชาวตะวันตก หากแต่เราไม่ร่วมมือกับระบอบของชาวอังกฤษ เราไม่ร่วมมือกับอารยธรรมวัตถุนิยม เราไม่ร่วมมือกับความโลภ และการเอารัดเอาเปรียบการไม่ร่วมมือของเราเป็นการ ปฏิเสธที่จะทำงานกับนักปกครองอังกฤษ  ตามเงื่อนไขที่เขาได้สร้างขึ้นไว้ เราบอกกับนักปกครองของอังกฤษว่ามา มาร่วมงานกับเราตามเงื่อนไขของเราเถิดแล้วผลดีจะเกิดแก่เราแก่ท่านและแก่โลก เป็นส่วนรวม เราจะไม่ยอมเปลี่ยนความตั้งใจของเรา คนที่กำลังจะจมน้าตายจะไปช่วยผู้อื่นได้อย่างไร เราต้องช่วยตัวเราเองก่อนถึงจะช่วยผู้อื่นได้ ชาตินิยมของอินเดียไม่ใช่ชาตินิยมที่คับแคบ จำกัดจำเพาะ และต้องไม่ใช่ชาตินิยมที่รุกรานหรือสร้างความเสียหายให้แก่ผู้อื่น ชาตินิยมของอินเดียต้อง เป็นไปในลักษณะที่สร้างพลานามัย มีคุณธรรมของศาสนา และโดยเหตุที่มีศาสนาจึงมีมนุษยธรรม อินเดียจะต้องเรียนเพื่อมีชีวิตอยู่ ก่อนที่อินเดียจะตายเพื่อมนุษยชาติได้


แม้ ธรรมชาติจะมีการขจัดออกไปอยู่อย่างไม่น้อย  แต่ธรรมชาติก็มีอยู่ได้ด้วยการดึงดุดเข้ามา ความรักใคร่ซึ่งมีต่อกันช่วยให้ ธรรมชาติมีชีวิตสืบเนื่องกัน ความรักตนเองบังคับให้ต้องรักและคิดถึงผู้อื่น ชาติต่างๆอยู่ร่วมกันได้เพราะคนซึ่งประกอบกันเป็นแต่ละชาติ มีความรักใคร่นับถือกัน วันหนึ่งเราจะต้องขยายกฎแห่งครอบครัวให้เป็นกฎประจำสากลจักรวาล เช่นเดียวกับที่เราขยายกฎแห่งครอบครัวให้เป็นกฏแห่งชาติ เพราะชาติก็คือครอบครัวใหญ่มนุษยชาติเป็นเอกะ คือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะมนุษยชาติมีกฏแห่งศีลธรรมปกครองอยู่อย่างเท่าเทียมกัน มนุษย์ทั้งมวลมีความเสมอภาคกันในสายตาของพระผู้เป็นเจ้า จริงอยู่มนุษย์แบ่งออกเป็นเชื้อชาติ ฐานะ และอื่นๆ แต่ยิ่งมีฐานะสูงเท่าใด ความรับผิดชอบของมนุษย์ก็ยิ่งมีสูงมากขึ้นเท่านั้นภาระหน้าที่ของข้าพเจ้า นั้นมิได้มีเพียงเพื่อภราดรภาพของชาวอินเดียหรือเพียงเพื่อเสรีภาพของ อินเดีย แม้ว่าทุกวันนี้ภาระหน้าที่สองประการนี้จะดึงดูดกำลังใจกำลังกายของข้าพเจ้า ไปแทบจะหมดก็ตาม ข้าพเจ้าตั้งความหวังไว้ว่า ด้วยการปฎิบัติภาระหน้าที่ที่จะให้อินเดียมีความเป็นไทแก่ตัวเองเสียก่อน แล้วข้าพเจ้าจะสามารถปฎิบัติหน้าที่อันเกี่ยวกับภราดรภาพของ มนุษย์ได้ความรักชาติของข้าพเจ้ามิได้มีขอบเขตอยู่ในวงอันจำกัดข้าพเจ้ารัก มนุษย์ทุกชาติ ทุกภาษาข้าพเจ้าชิงชังความรักชาติชนิดที่เอาเปรียบหรือสร้างความทุกข์ยากให้ แก่ชาติอื่น ความรักชาติตามความเข้าใจของข้าพเจ้านั้นจะต้องสอดคล้องกับสวัส ดิภาพ ของมนุษย์เสมอและไม่มีข้อยกเว้นไม่เต่เท่านี้เท่านั้นศาสนาที่ข้าพเจ้า นับถือซึ่งเป็นที่มาแห่งความรักชาติของข้าพเจ้า ยังครอบคลุมวิถีทางอันประเสริฐนั้นได้แก่การเป็นมิตรกับโลกและถือว่ามนุษย์ ทั้งผองเป็นพี่น้องกันผู้ใดที่แบ่งแยกในเรื่องการนับถือศาสนาผู้นั้นเป็นผู้ ที่ให้การศึกษาที่ผิดแก่สมาชิกในครอบครัว และเป็นผู้ที่สร้างความร้าวฉานและความไม่มีศาสนาให้เกิดขึ้น ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่และขอตายเพื่อเสรีภาพของอินเดีย เพราะนี้เป็นส่วนหนึ่งของความสัตย์ อินเดียที่เป็นอิสสระเสรีเท่านั้นที่จะบูชากราบไหว้พระเจ้าที่แท้จริงได้ ข้าพเจ้าทำงานเพื่อเสรีภาพของอินเดีย เพราะสัญชาติญาณสอนข้าพเจ้าว่าในฐานะที่เกิดในอินเดียและมีวัฒนธรรม เป็นอินเดีย ข้าพเจ้าเหมาะสมที่สุดที่จะรับใช้อินเดีย และอินเดียก็มีสิทธิเรียกร้องการรับใช้จากข้าพเจ้าก่อนประเทศอื่น แต่ความรักชาติของข้าพเจ้าไม่แต่ไม่มุ่งร้ายต่อประเทศอื่นเท่านั้น หากยังมุ่งดีต่อทุกประเทศ ในความหมายอันแท้จริงอีกด้วย เสรีภาพของอินเดียในทัศนะของ

 

ข้าพเจ้าไม่ต้องการให้อังกฤษเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ หรือถูกหลู่เกียรติ ข้าพเจ้าจะรู้สึกเสียใจที่จะได้เห็นโบสถ์ เซ็นต์ปอล ได้รับความเสียหาย เช่นเดียวกับที่จะได้เห็นโบสถ์ กาศี วิศวนาถ และสุเหร่า ยุมา ได้รับความเสียหาย ข้าพเจ้าพร้อมที่จะปกป้องโบสถ์ กาศี วิสวนาถ สุเหร่า ยุมา และโบสถ์ เซนต์ปอล ด้วยชีวิตของข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าจะไม่ยอมทำลายชีวิตใดชีวิตหนึ่ง เพื่อปกป้องศาสนสถานเหล่านี้ นี่คือความแตกต่างขั้นมูลฐานระ หว่างข้าพเจ้ากับชาวอังกฤษ อย่างไรก็ตาม จิตใจข้าพเจ้าอยู่ข้างชาวอังกฤษ เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ขอชาวอังกฤษชาเมริกัน และใครก็ตามที่ได้ยินเสียงข้าพเจ้า โปรดอย่าได้มีความแคลงใจเลย ทั้งนี้มิใช่เป็นเพราะาพเจ้ารักชาวอังกฤษ และเกลียดชาวเยอรมัน ข้าพเจ้าไม่คิดว่าในฐานะที่เป็นประชาชาติหนึ่งชาวเยอรมันหรือชาวอิตาลีจะเลวไปกว่าชาวอังกฤษ เราทั้งหลายต่างก็เป็นปถุชนคนธรรมดาหมือนๆกัน และเราทั้งต่างก็เป็นสมาชิกของครอบครัวมนุษย์อันกว้างใหญ่ไพศาล ข้าพเจ้าจะไม่ขอแบ่งแยก ข้าพเจ้าไม่เคยอวดอ้างคุณวิเศษของชาวอินเดีย ซึ่งก็มีทั้งคุณธรรมและความเลวาย เหมือนมนุษย์ชาติอื่นๆ ทั่วไป มนุษยชาติมิได้แบ่งแยกออกเป็นส่วนๆ โดยไม่เกี่ยวข้องกันษย์อาจจะอยู่ในเคหสถานบ้านเรือนห่างไกลกัน แต่มนุษย์ก็มีความสัมพันธ์กันข้าพเจ้าไม่ได้พูดว่า

” ขอให้อินเดียเป็นสุข ๆเถิด โลกจะเป็นอย่างไรก็ช่าง !”
ข้าพเจ้าจะไม่พูดเช่นนี้เป็นอันขาด หากจะขอพูดว่า
“ขอให้อินเดียเป็นสุขๆ เถิด และขอให้โลกเป็นสุขด้วย” 

อินเดียจะยืนยงและมีความเป็นไทอยู่ได้ก็ต่อเมื่อ อินเดียมีความรักใคร่และเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ทั้งนี้มิใช่เฉพาะเพื่อนมนุษย์ที่อาศัยอยู่ ณ จุดเล็กๆ บนพื้นโลกที่มีชื่อเรียกว่านเดีย อินเดียอาจจะเป็นประเทศที่ใหญ่ในเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับประเทศที่เล็กกว่า แต่ในโลกอันกว้างใหญ่ไพศาล หรือในสากลจักรวาล อินเดียเป็นเพียงจุดเล็กๆ จุดเดียวเท่านั้นการไม่เชื่อว่าโลกจะมีสันติภาพถาวรได้ คือการไม่เชื่อว่ามนุษย์มีคุณธรรม ความดีอยู่ในธรรมชาติของมนุษย์เอง ตราบจนเท่าทุกวันนี้การที่โลกยังไม่สามารถมีสันติภาพถาวรได้นั้น เป็นเพราะมนุษย์ผู้พยายามสร้างสันติภาพทั้งหลายขาดความจริงใจต่อกัน มนุษย์ยังไม่ตระหนักถึงความจริงข้อนี้ การผสมทางเคมีโดยขาดความสมบูรณ์ทางสูตรจะไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพฉันใด การสร้างสันติภาพโดนขาดเงื่อนไขอันสมบูรณ์ก็จะไม่ประสบความสำเร็จฉันนั้น หากผู้นำของประเทศมหาอำนาจผู้กุมกลไกแห่งการทำลายล้าง จะตระหนักถึงอำนาจอันประลัยของกลไกเหล่านั้น  แล้วเลิกใช้มันโดยเด็ดขาด สันติภาพอันถาวรก็ย่อมจะเกิดขึ้นได้ แต่สภาพเช่นนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ ตราบใดที่ประเทศมหาอำนาจไม่ยอมละทิ้ง แผนการกวรรดินิยม และไม่ยอมเลิกแข่งขันการทำลายวิญญาณของตนเอง ด้วยการสร้างความต้องการให้ากขึ้น แล้วพยายามหาวัตถุตอบสนองความต้องการนั้นๆ ให้มากขึ้นเรื่อยๆข้าพเจ้ามีความเห็นว่า ลัทธิอหิงสาสามารถนำมาใช้ปฏิบัติได้ในความสัมพันธ์ระหว่างรัฐต่อรัฐ ข้าพเจ้าทราบดีว่า อาจจะเป็นการหมิ่นเหม่สักหน่อยที่จะอ้างถึงสงครามที่ผ่านมา แต่ก็เห็นจะเป็นเรื่องที่หลีกเลื่ยงไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจแจ่มแจ้งยิ่งขึ้น ในทัศนะของข้าพเจ้าสงครามโลกที่ผ่านมา เป็นการขยายอำนาจบาตรใหญ่ของคู่สงคราม ทั้งสองฝ่ายทำสงครามเพื่อช่วงชิงผลประโยชน์อันจะได้จากประเทศที่อ่อนแอ การช่วงชิงผลประโยชน์นี้มีชื่อเรียกกันโก้ๆ ว่าการค้าสากล ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นว่า หากโลกไม่ด้องการฆ่าตนเอง โลกจะต้องตกลงรื่องการลดกำลังรบกันให้ได้ และในการนี้ จะต้องไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่ง ยอมเสี่ยงอันตรายด้วยการลดกำลังรบของตนเองก่อน หากโชคดีเป็นไปได้ดังกล่าว การกระทำเพื่อก่อให้เกิดนติ

ภาพของประเทศนั้น จะเป็นเครื่องทำลายความกินแหนงแคลงใจของประเทศตรงกันข้าม และจะช่วยกระตุ้นให้ประเทศอื่นปฏิบัติตาม สันติภาพซึ่งโลกใฝ่ฝันปราถนาจะเกิดขึ้นได้ด้วยวิธีนี้ระเทศที่ปฏิบัติได้เช่นนี้ย่อมได้ชื่อว่า ได้กระทำสิ่งที่ถูกต้อง และได้เสียสละเป็นอย่างสูง ทั้งนี้พื่อสันติสุขของประเทศนั้นเองและของประเทศอื่นเป็นการแน่นอนที่สุดว่า หากโลกไม่ยุติการแข่งขันสร้างอาวุธ ซึ่งกำลังกระทำอยู่อย่างบ้าคลั่งในทุกวันนี้แล้วไซร้ ความพินาศหายนะชนิดที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนเลย จะต้องอุบัติขึ้นในโลกอย่างแน่แท้ ผู้ที่มีชีวิตรอดมาได้ในฐานะฝ่ายชนะ จะมีชีวิตอยู่อย่างซังกะตาย ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า นอกจากอหิงสาอันได้แก่วิธีแห่งสันติเท่านั้นที่จะนำมนุษยชาติไปสู่สันติได้หากไม่มีความโลภ การสร้างอาวุธก็จะไม่มี หลักการของอหิงสา ไม่ยอมให้มีการเอารัดเอาเปรียบ ขูดรีดใดๆทั้งสิ้น เมื่อใดที่การขูดรีด เมื่อนั้นจะเกิดความรู้สึกว่าอาวุธยุทธสัมภาระเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น การลดอาวุธอันแท้จริงจะไม่เกิดขึ้น ตราบใดที่ประเทศชาติไม่เลิกการขูดรีดเอารัดเอาเปรียบกัน

ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ หากโลกนี้ปราศจากความรักใคร่ และความเมตตาเหมือนครอบครัวเดียวกัน

เอ็นจีโอ คืออไร

มีหลายต่อหลายครั้งที่ เอ็น จี โอ ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมในการพิจารณาแก้ปัญหาความขัดแย้ง ด้วยความไม่แน่ใจว่าหากเข้าร่วมแล้วอาจถูกถือว่าไปร่วมพิจารณาแล้วจะถูกมัด มือให้การสรุปเป็นไปตามที่มีผู้ต้องการ โดยไม่ฟังเสียงชาวบ้านหรือ เอ็น จี โอ ที่เข้าไปร่วม ซึ่งแนวคิดนี้ต้องปรับเปลี่ยน การขัดแย้งจะไม่มีทางแก้ได้เลยถ้าไม่พิจารณากันด้วยเหตุผลและด้วยข้อมูล ทุกฝ่ายที่นำเสนอข้อมูลจะถูกตรวจสอบได้โดยผู้รู้ว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง หรือไม่ ต้องมีความจริงใจซึ่งกันและกัน มีการพิจารณาอย่างโปร่งใส ข้อมูลถูกตรวจสอบได้ และก็ต้องได้รับการยอมรับจากผู้เกี่ยวข้องด้วยเหตุผล ถ้าไม่เชื่อข้อมูลก็ต้องมีข้อมูลที่ดีกว่ามาหักล้าง จะอ้างเอาลอย ๆ ว่าข้อมูลที่เอามาใช้เป็นข้อมูลไม่ถูกต้องก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูก เพราะทุกฝ่ายต้องหักล้างกันด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริง ไม่ใช่คิดเอา คาดเดาเอา เมื่อเราสามารถจะนั่งลงถกเถียงกันด้วยเหตุผล ด้วยข้อมูล ซักไซ้กันได้ ย่อมจะเป็นวิธีการดีที่สุดที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาความขัดแย้ง แต่การแก้ปัญหาจะเกิดไม่ได้เลยหากแต่ละฝ่ายยังคงดึงดันว่าตนเองถูก คนอื่นผิด และไม่ยอมรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน ความขัดแย้งก็จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ประเด็นสุดท้ายที่ สำคัญมากคือการไม่ทำการตามข้อตกลงเมื่อมีการเจรจากันด้วยเหตุผลแล้ว หากฝ่ายที่ต้องปรับแก้ไม่ทำตามมติ อีกฝ่ายหนึ่งก็รับไม่ได้ ฝ่ายคัดค้านเมื่อตกลงแล้วก็ต้องยอมให้เป็นไปตามนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางฝ่ายรัฐหรือฝ่ายผู้ประกอบการก็ต้องยึดมั่นในข้อตกลง ประวัติในอดีตมักสร้างความไม่มั่นใจให้กับการตกลงในปัจจุบัน เพราะปรากฏอยู่บ่อย ๆ ว่าเมื่อตกลงกันได้แล้ว การติดตามช่วยเหลือแก้ไขสภาพตามที่ตกลงไว้เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัตินั้น มักจะล่าช้า หรือปฏิบัติไม่ตรงตามที่ตกลงไว้ โดยมักถือว่าได้เปรียบแล้ว จะทำอย่างไรก็ได้ ซึ่งเป็นการกระทำที่น่าละอาย ปราศจากคุณธรรม ซึ่งสร้างความไม่ไว้วางใจในการตกลงในเรื่องอื่น ๆ ต่อมา ส่วนทางฝ่าย เอ็น จี โอ การตัดสินใจต่าง ๆ ในการยอมรับวิถีทางเลือกต่าง ๆ นั้นต้องให้เป็นของชาวบ้านเอง หรือผู้เดือดร้อนเอง เอ็น จี โอ เพียงแต่ให้คำปรึกษาในด้านข้อมูลที่ถูกต้อง มีที่มาที่ไป ซึ่งเอามายืนยันกับอีกฝ่ายหนึ่งได้ แต่ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะไปให้ความเห็นแทรกแซงการตัดสินใจของชาวบ้าน เอ็น จี โอ ต้องให้แต่เหตุผลและต้องไม่สร้างความกดดันให้กับการตัดสินใจของชาวบ้าน หากทุก ๆ ฝ่ายพยายามช่วยขจัดความขัดแย้งและปกป้องผลชาวบ้านไม่ให้เสียเปรียบได้นั้น คือการช่วยนำบ้านเมืองไปสู่สภาพ-การณ์ที่ดีขึ้น


มักมีคำถามเกิดขึ้นเสมอ ๆ ว่า พวก เอ็น จี โอ เอาเงินจากไหนมาดำเนินการ เรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับ เอ็น จี โอ แต่ละกลุ่ม บางกลุ่มตั้งขึ้นมาโดยอาศัยบรรดาผู้ที่มีความคิดเห็นเหมือน ๆ กัน จะมีความตั้งใจที่จะรวมกันเพื่อช่วยทำกิจกรรมบางอย่างที่คนในกลุ่มนั้นมีความเชื่อว่าจำเป็นต้องทำ แต่ยังไม่เห็นมีใครเหลียวแล ดังนั้นพรรคพวกในกลุ่มนี้จึงอาจช่วยกันบริจาคเงินลงขันมาไว้เพื่อใช้ในกิจกรรมของกลุ่ม การดำเนินการแบบนี้มีอยู่มากทีเดียว ซึ่งผู้ลงมือดำเนินการเองควักกระเป๋าตัวเองเพื่อช่วยทำให้งานที่จำเป็นนั้น ๆ เกิดขึ้นและลุล่วงไปตามเป้าหมาย ปกติก็มักมีอยู่ในกลุ่ม เอ็น จี โอ ที่ไม่ใหญ่นัก และไม่จดทะเบียน เนื่องจากไม่เห็นความสำคัญหรือประโยชน์จากการที่จะไปจดทะเบียนต่องานที่ต้องการทำ จึงไม่ต้องการและไม่มีความจำเป็นต้องไปจดทะเบียน

เอ็น จี โอ จำนวนมากซึ่งมักเป็นกลุ่มค่อนข้างใหญ่นั้น มีขอบเขตของงานกว้างขวางขึ้น พวกนี้มักได้รับเงินทุนสำหรับการดำเนินการจากการรับบริจาค พวกมูลนิธิต่าง ๆ ก็เช่นกันเป็นกลุ่มที่ต้องการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งถ้าเป็นมูลนิธิฯ ก็ย่อมจะมีกองทุนตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแล้ว แต่เงินที่ใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกเหนือจากดอกเบี้ยของเงินทุนก่อตั้งแล้วก็มักจะเป็นเงินที่ได้มาจากการบริจาค ซึ่งในกรณีที่เป็นองค์กรที่จดทะเบียนเหล่านี้ ตามกฎหมายต้องทำบัญชีการเงินอย่างถูกต้อง และยื่นต่อทางการทุกปีอยู่แล้ว จึงสามารถตรวจสอบการใช้เงินได้อย่างชัดเจน

ต่อกรณีที่มักมี ผู้แสดงความเห็นเชิงการแสดงความไม่พอใจว่าพวก เอ็น จี โอ รับเงินต่างชาติแล้วมาต่อต้านขัดขวางการพัฒนาประเทศ และบางครั้งถึงขนาดมีการกล่าวหาว่าไปรับเงินเขาในทำนองรับจ้างมาเพื่อทำให้ โครงการดี ๆ ในประเทศไม่มีโอกาสเกิด ซึ่งนับเป็นการกล่าวหาที่รุนแรงและน่าเกลียดมาก บางครั้งก็กล่าวหาว่าบรรดา เอ็น จี โอ นั้นพยายามหาเรื่องคัดค้าน ต่อต้าน เพื่อให้เห็นว่ามีผลงานจะได้ใช้เป็นการอ้างถึงเพื่อขอเงินอุดหนุนจากต่าง ชาติ ซึ่งความจริงข้อกล่าวหาทั้งหลายนี้เป็นการแสดงความมีอคติต่อการทำงานของ เอ็น จี โอ ส่วนใหญ่อย่างไม่เป็นธรรม แม้อาจจะมี เอ็น จี โอ บางส่วนที่มักมีกิจกรรมที่ทำให้เข้าใจเอาว่าเป็นการต่อต้านอยู่ตลอดมาก็ตาม ผู้ที่เป็น เอ็น จี โอ จริง ๆ นั้นต่างทุ่มเทในการทำงานตามส่วนที่ตัวเองเกี่ยวข้องอยู่อย่างเต็มสติกำลัง ดังนั้นความรู้สึกที่ฝังลึกกับงานที่ตนทำจึงทำให้เกิดอารมณ์เสมือนหนึ่งความ ไม่ยุติธรรมหรือความยากลำบากทั้งหลายกำลังเกิดขึ้นกับตนเองด้วย ดังนั้นในบางครั้งจึงอาจแสดงออกทางอารมณ์และทำให้ความมีเหตุมีผลลดลงไปได้ แต่โปรดอย่าได้กล่าวหาว่าเขาทำไปเพราะต้องการขัดขวางความเจริญของบ้านเมือง เลย บ้านเมืองไม่ได้ให้ความสนใจกับปัญหาเหล่านั้นอย่างที่ควรจะเป็นต่างหากจึงทำ ให้พวกเขาเกิดความ รู้สึกเดือดร้อนและมองภาพในแง่ลบมากขึ้น อย่างไรก็ตามต้องยอมรับด้วยเช่นกันว่าการต่อต้านของ เอ็น จี โอ บางกลุ่มอาจจะมีข้อมูลในด้านต่าง ๆ ไม่เพียงพอ แต่ได้เห็นความเดือดร้อนความยากจนของชาวบ้าน รวมทั้งความไม่ยุติธรรมทั้งหลายทั้งปวง จึงฝังใจอยู่กับความไม่ถูกต้องต่าง ๆ ดังนั้นจึงอาจมองภาพในแง่ลบ ขาดความไว้ใจในผู้อื่น ทำให้มีทีท่าของการต่อต้านตลอดเวลา ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะ เอ็น จี โอ จะต้องแน่ใจในข้อมูลและความถูกต้องต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือ แนะนำ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชาวบ้านได้อย่างถูกต้อง หากใช้อารมณ์และความรู้สึก ความคิดอ่านต่าง ๆ ที่เสนอแนะต่อชาวบ้านอาจจะไม่ถูกต้องได้

เอ็น จี โอ ย่อมาจากภาษาอังกฤษ Non-governmental Organization (NGO) หมาย ความถึงกลุ่มคนกลุ่มใดก็ได้ที่รวมตัวกันประกอบกิจกรรมเพื่อส่วนรวม จะเป็นกิจกรรมอะไรก็ได้ แต่พวกนี้มิใช่ทำกิจกรรมนั้น ๆ ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถึงแม้ว่าความหมายนี้จะกว้างขวางมาก กลุ่มคนเหล่านี้จะเป็นพวกที่รวมตัวกันเพื่อทำประโยชน์ต่อส่วนรวม มิใช่การรวมตัวกันเพื่อแสวงหาผลประโยชน์เข้ากลุ่มของตน ซึ่งนั่นจะเป็นแบบอย่างของธุรกิจ บางครั้งในภาษาไทยจึงเรียกกันว่า “องค์กรพัฒนาเอกชน” หรือ “องค์กรเอกชน” โดยอาจตั้งเป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ดูเรื่องเล็ก ๆ ไปจนถึงเป็นกลุ่มใหญ่ ทำเรื่องใหญ่ ๆ ระดับชาติก็ได้ บางกลุ่มอาจถือว่าเป็นงานประเภท “อาสา” เข้า มาทำ จึงไม่สนใจว่าจะต้องไปจดทะเบียนอย่างเป็นทางการให้เป็นที่ยอมรับ เพราะการทำดีทำประโยชน์ไม่จำเป็นต้องไปประกาศให้ใครรู้ว่าใครเป็นคนทำ ในขณะเดียวกันรัฐก็เปิดโอกาสให้มีการจดทะเบียนเป็นหลักฐาน เพื่อป้องกันการขัดแย้งกันในภายหลัง เพราะเมื่อรวมตัวทำงานที่มีประโยชน์อาจมีคนสนใจช่วยบริจาคเงินให้มาทำงาน หากมีเงินมาก ๆ เข้าหรือมีทรัพย์สินอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้นก็จะต้องมีกฎเกณฑ์ทำเพื่อมิให้เกิดมีการฉกฉวยไปเป็นประโยชน์ ส่วนตน เกิดการบาดหมางกันขึ้นได้ จึงเปิดให้มีการจดทะเบียนพร้อมทั้งมีธรรมนูญขององค์กรนั้น ๆ อย่างชัดเจนในการดำเนินการ บางกลุ่มอาจไม่อยู่ในสถานะที่จะมีเจ้าหน้าที่คอยทำบัญชี คอยจัดการรายงานต่อทางการได้ตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ พวกเหล่านี้ก็อาจรวมตัวกันช่วยกันทำ เชื่อใจกัน หวังผลแต่การช่วยเหลือผู้อื่น จึงไม่สนใจการจดทะเบียน เพราะถือว่าคล่องตัวกว่าในการทำงาน บางครั้งจึงถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มเถื่อน แต่พวกนี้ก็ได้ทำประโยชน์ให้สังคมเป็นอันมาก ดังนั้น เอ็น จี โอ จึงมีความหลากหลายมาก

กระนั้นก็ตามงานของ เอ็น จี โอ ส่วนมากเป็นลักษณะของการปิดทองหลังพระ ซึ่งมีเป้าหมายในการดำเนินการเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีงามที่เป็นประโยชน์ และแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รูปแบบของการดำเนินงาน และวัตถุประสงค์ของแต่ละกลุ่มก็แตกต่างกันไป แม้มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าควรให้มีการรวมกันเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะ เอ็น จี โอ ย่อมมีความหลากหลาย เพราะปัญหาแตกต่างกัน เป้าหมายในการทำงานของแต่ละกลุ่มก็แตกต่างกัน จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะให้มีการรวมกัน ความจริงความหลากหลายคือความแข็งแกร่งในการให้การช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายให้เป็นไปได้อย่างทั่วถึง และลงไปถึงรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างถี่ถ้วน

เมื่อถามว่าการรับเงินช่วยเหลือจากต่างชาติเลวร้ายนักหรือ ซึ่งแน่นอนหากรับเงินมาเพื่อบ่อนทำลายความเจริญของชาติจริง ก็ผิดแน่และไม่ควรปล่อยเอาไว้ด้วย ต้องเอามาลงโทษ แต่ปัจจุบันมีองค์กรนานาชาติเป็นจำนวนมากที่มีทุนให้กับ เอ็น จี โอ ในประเทศที่กำลังพัฒนาให้แก้ปัญหาต่าง ๆ ตามที่องค์กรหลักกำลังรณรงค์เพื่อเป็นการช่วยแก้ปัญหาในระดับโลกร่วมกัน ทำไมจะรับทุนจากผู้ที่หวังดีต่อโลกเหล่านี้ไม่ได้ รัฐเองก็รับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศในรูปแบบต่าง ๆ อยู่ เช่นนี้จะถือว่ารัฐทำไม่ถูกต้องด้วยหรือไม่ ความจริงเป็นการสมควรเสียด้วยซ้ำไปที่จะให้บรรดาผู้คนจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งเป็นผู้เอาทรัพยากรต่าง ๆ ของโลกไปใช้กันอย่างมากมาย จนเกิดความเดือดร้อนในระดับโลกขึ้นเช่นในปัจจุบัน และทรัพยากรส่วนมากที่ใช้ก็ไปจากประเทศกำลังพัฒนานั่นเอง ดังนั้นจึงเป็นการสมควรที่คนจากประเทศที่พัฒนาทั้งหลายจะต้องร่วมกันเสียสละเงิน แล้วส่งมาให้ดำเนินการแก้ปัญหาต่าง ๆ ในประเทศกำลังพัฒนานั้นได้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และอะไรก็ตามที่ต้องทำในประเทศกำลังพัฒนาก็ย่อมเป็นผลดีต่อประเทศพัฒนาแล้วด้วย เพียงแต่จะต้องเลือกดูให้ชัดเจนว่าการช่วยเหลือให้ทุนนั้นเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาหรือมีสิ่งแอบแฝง เพื่อการตัดสินใจรับหรือไม่รับความช่วยเหลือนั้นได้ถูกต้อง

สิ่งที่ควรยกมาวิเคราะห์ในเรื่องการต่อต้านนี้มีหลายประเด็นด้วยกันที่เกี่ยวข้องกับ เอ็น จี โอ ทั้งนี้เพื่อให้ความขัดแย้งต่าง ๆ ที่ในปัจจุบันมีมากเหลือเกินนี้ ลดความรุนแรงลง เพราะสภาพสังคมไทยปัจจุบันกำลังเต็มไปด้วยปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างก็อ้างว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก ยิ่งปล่อยไว้นานความฝังใจว่าสิ่งที่คิดนั้นถูกต้อง ยิ่งทำให้ไม่สามารถยอมรับความคิดอื่นได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องวิเคราะห์หาวิธีแก้ไข

สิ่งแรกที่ควรเรียกร้องคือเรื่องของการทำความจริงให้ปรากฏ นักวิชาการที่มีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ จริงซึ่งก็มีอยู่มากมายตามสถาบันการศึกษาต่าง ๆ น่าที่จะต้องแสดงความคิดเห็นเชิงวิชาการสู่สาธารณชนในฐานะที่อยู่ในสถาบันการศึกษา การให้บริการสังคมโดยบริสุทธิ์ ไม่มีใครมาจ้าง แต่ถ้าเป็นเรื่องที่มีความสับสนและตนเองมีความรู้ต้องออกมาให้ความคิดเห็นที่ชัดเจน เพื่อแก้ไขมิให้ความไม่รู้จริงนำไปสู่ความเชื่อที่ผิด ๆ และกลายเป็นปัญหาของความขัดแย้ง แต่ที่ต้องระวังคือนักวิชาการที่ออกมาให้ความคิดเห็นนั้นต้องให้ความคิดเห็นเฉพาะในสิ่งที่ตนเองมีความรู้จริง หากตนเองมีความเชี่ยวชาญทางสาขาอื่น แต่ต้องการแสดงความคิดของตนเกี่ยวกับเรื่องซึ่งไม่ใช่ความชำนาญทางวิชาการของตน ต้องทำให้ชัดเจนต่อสังคมว่าที่แสดงความคิดออกมาเช่นนั้นเป็นเพียงมุมมองตามความรู้สึก แต่ไม่ใช้ความคิดอ่านที่มีข้อมูลและความรู้จริงอยู่เบื้องหลัง ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าจะแสดงความห่วงใย การแสดงแนวคิดของตนเองตามความรู้สึกที่ตนเองกลั่นกรองมานั้น ต้องทำให้ชัดเจนว่าไม่ใช่เป็นการวิเคราะห์จากข้อมูล แต่เป็นเพียงความคิดเห็นของตนเท่านั้น เพราะนักวิชาการหลายต่อหลายคนมีผู้คนศรัทธาในความคิดอยู่แล้ว หากพูดอะไรมาคนก็จะเชื่อ เมื่อไม่ใช่ในสาขาที่ตนเองรู้ดีแล้วความคิดเห็นที่แสดงออกมาอาจไม่ถูกต้องทีเดียวก็ได้ แต่อาจมีผู้เชื่อ ถ้ามีผู้เชื่อความเสียหายก็จะเกิดต่อไปได้

ประเด็นที่สองคือภาครัฐ ซึ่งมักจะเฉยเมินในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เมื่อมีผู้เดือดร้อน หากร้องเรียนมาตามปกติก็มักจะไม่ได้รับความสนใจเท่าไร แต่ถ้ามีการแสดงความรุนแรงมากขึ้น เช่น จับกลุ่มกันให้ใหญ่ขึ้น มีการปิดถนน ประท้วงยืดเยื้อ ทำท่าทีรุนแรง ฯลฯ จนกระทั่งเป็นข่าวเป็นเรื่องที่มีผู้สนใจมากขึ้น ถึงเวลานั้นภาครัฐจึงมักจะโดดลงมาแก้ปัญหา เท่ากับเป็นการสอนผู้ประท้วงทั้งหลายว่าต้องใช้ความรุนแรงหรือมีทีท่าข่มขู่ รัฐจึงจะรีบจัดการ ดังนั้นผู้ประท้วงจึงหาทางทำวิธีการที่ทำให้เป็นข่าว หรือให้มีผู้เดือดร้อนมาก ๆ เดี๋ยวรัฐก็จะเข้ามาแก้ไข ความเฉยเมยเช่นนี้ต้องปรับเปลี่ยน ต้องถือว่าเรื่องที่มีผู้เดือดร้อนก็ต้องรีบมาให้การเอาใจใส่ และรีบปรับปรุงสภาพเพื่อให้พันสภาพเดือดร้อนนั้น อย่ารอจนเรื่องบานปลาย

เอ็น จี โอ เองก็ต้องมีการทบทวนดูบทบาทของตนเองกันบ้าง เอ็น จี โอ ที่ทำทุกอย่างดี ถูกต้อง ได้ผลอยู่แล้ว ย่อมเป็นตัวอย่างของ เอ็น จี โอ อื่น ๆ ได้ แต่ เอ็น จี โอ ซึ่งยังมีความรู้สึกกันอยู่ว่าการเป็น เอ็น จี โอ นั้นต้องหาเรื่องประท้วง ซึ่งลึก ๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องคือเป็นการไปสอดส่องดูว่ามีอะไรที่เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง แล้วขุดคุ้ยขึ้นมาตีแผ่ มิฉะนั้นความบกพร่องต่าง ๆ เหล่านั้นจะถูกซ่อนอยู่กับโครงการต่าง ๆ ยากที่จะเห็นได้ แต่การนำมาตีแผ่และกลวิธีในการดำเนินการนั้นต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ที่คนอื่น ๆ เขาจะมอง การแก้ปัญหาโดยใช้ความรุนแรงนั้นไม่ถูกต้องและมักไม่ประสบความสำเร็จ แต่ต้องใช้ข้อมูลและเหตุผลที่ถูกต้องเป็นเครื่องชี้ หากพิจารณาแล้วจะเห็นว่าผู้อ้างตัวว่าเป็น เอ็น จี โอ นั้นก็มีหลายรูปแบบ ส่วนมากเป็นพวกต้องการช่วยแก้ปัญหาด้วยความตั้งใจจริง ต้องการทำประโยชน์ให้สังคม แต่ก็ต้องยอมรับว่าปัจจุบันได้มีรูปแบบแบบอื่น ๆ เกิดขึ้นอีกมาก เพราะกระแสความสนใจในปัญหาสิ่งแวดล้อมของสังคมไทยนั้นสูงขึ้นมาก จึงมีหลายคนที่เข้ามาเป็น เอ็น จี โอ เพราะอยากมีชื่อเสียง ถ้าต้องการได้ชื่อเสียงด้วยการทำสิ่งที่ดีที่ถูกต้องก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้ามีสิ่งแอบแฝงก็เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะบางคนอยากมีหน้ามีตา ไม่สนใจในเรื่องงานเสียสละเหล่านี้เท่าใดนัก บางคนอยากใช้งานของการเป็น เอ็น จี โอ ให้ได้การยอมรับจากชาวบ้านเพื่อเป็นแนวทางเข้ามาสู่วงการเมือง เป็นต้น พวกเหล่านี้อาจทำให้ภาพลักษณ์ของผู้ต้องการทำดีร่วมกันเสียหายไปด้วย

 

กฎหมายสารสนเทศ

1.กฎหมายเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Transactions Law)
เพื่อรับรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ให้เสมอด้วยกระดาษ อันเป็นการรองรับนิติสัมพันธ์ต่าง ๆ ซึ่งแต่เดิมอาจจะจัดทำขึ้นในรูปแบบของหนังสือให้เท่า เทียมกับนิติสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่จัดทำขึ้นให้อยู่ในรูปแบบของข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ รวมตลอดทั้งการลงลายมือชื่อในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และการรับฟังพยานหลักฐานที่อยู่ในรูปแบบของข้อมูลอิเ ล็กทรอนิกส์

2. กฎหมายเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Signatures Law)
เพื่อรับรองการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยกระบว นการใด ๆ ทางเทคโนโลยีให้เสมอด้วยการลงลายมือชื่อธรรมดา อันส่งผลต่อความเชื่อมั่นมากขึ้นในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดให้มีการกำกับดูแลการให้บริการ เกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตลอดจนการให้ บริการอื่น ที่เกี่ยวข้องกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

3.กฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศใ ห้ทั่วถึง และเท่าเทียมกัน
(National Information Infrastructure Law)
เพื่อก่อให้เกิดการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ อันได้แก่ โครงข่ายโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ สารสนเทศทรัพยากรมนุษย์ และโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศสำคัญอื่น ๆ อันเป็นปัจจัยพื้นฐาน สำคัญในการพัฒนาสังคม และชุมชนโดยอาศัยกลไกของรัฐ ซึ่งรองรับเจตนารมณ์สำคัญประการหนึ่งของแนวนโยบายพื้ นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 78 ในการกระจายสารสนเทศให้ทั่วถึง และเท่าเทียมกัน และนับเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำของสัง คมอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อสนับสนุนให้ท้องถิ่นมีศักยภาพในการปกครองตนเองพัฒนาเศรษฐกิจภายในชุมชน และนำไปสู่สังคมแห่งปัญญา และการเรียนรู้

4. กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(Data Protection Law)
เพื่อก่อให้เกิดการรับรองสิทธิและให้ความคุ้มครองข้อ มูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจถูกประมวลผล เปิดเผยหรือเผยถึงบุคคลจำนวนมากได้ในระยะเวลาอัน รวดเร็วโดยอาศัยพัฒนาการทางเทคโนโลยี จนอาจก่อให้เกิดการนำข้อมูลนั้นไปใช้ในทางมิชอบอันเป ็นการละเมิดต่อเจ้าของข้อมูล ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงการรักษาดุลยภาพระหว่างสิทธิขั้นพื้นฐานใ นความเป็นส่วนตัว เสรีภาพในการติดต่อสื่อสาร และความมั่นคงของรัฐ

5.กฎหมายเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
(Computer Crime Law)
เพื่อกำหนดมาตรการทางอาญาในการลงโทษผู้กระทำผิดต่อระ บบการทำงานของคอมพิวเตอร์ ระบบข้อมูล และระบบเครือข่าย ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองการอยู่ร่วมกันของสังคม

6.กฎหมายเกี่ยวกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Funds Transfer Law)
เพื่อกำหนดกลไกสำคัญทางกฎหมายในการรองรับระบบการโอนเงินทาง อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งที่เป็นการโอนเงินระหว่างสถาบันการเงิน และระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ในรูปของเงินอิเล็กทรอนิกส์ก่อให้เกิดความ เชื่อมั่นต่อระบบการทำธุรกรรมทางการเงิน และการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น

การผ่าตัดมะเร็งเต้านม

สาระน่ารู้

สมาคมโรคเต้านมฯ จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในการผ่าตัดมะเร็งเต้านมแนวใหม่ ลดปัญหาเรื่อง แขนบวมหลังผ่าตัด เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ให้สามารถได้รับการรักษาอย่างมีมาตรฐานที่ดีมากขึ้นอย่างเท่าเทียมกันทั่วประเทศ

มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่จัดการรักษาได้ในทุกระยะของโรค และรักษาให้หายขาดได้ประมาณ 80-90% หากตรวจพบและทำการรักษาตั้งแต่ระยะที่เริ่มเป็น ข้อมูลทางสถิติของโรคมะเร็งในเพศหญิงของประเทศไทย พบว่ามะเร็งปากมดลูกพบมากเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือ มะเร็งเต้านม ในขณะที่ข้อมูลจากทั่วโลกพบมะเร็งเต้านมได้บ่อยสุด และมะเร็งปากมดลูกพบน้อยกว่า เนื่องจากในปัจจุบันมีข้อมูลด้านมะเร็งปากมดลูกที่มากพอและยังมีวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก สำหรับมะเร็งเต้านมนั้นถึงแม้จะมีข้อมูลเกี่ยวกับมะเร็งชนิดนี้เพียงพอแต่ยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ป้องกัน

พันเอกพิเศษ นพ.วิชัย วาสนสิริ แพทย์ประจำกองศัลยกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า กล่าวว่า การผ่าตัดมะเร็งเต้านมแนวใหม่ที่เรียกว่า การผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล (Sentinel lymph node dissection) นั้นเป็นวิธีการผ่าตัดที่ใช้ในการวินิจฉัยการกระจายของมะเร็งมายังบริเวณต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้โดยพิสูจน์ว่า ต่อมน้ำเหลืองต่อมแรกที่จะตรวจพบการแพร่กระจายของมะเร็ง ที่เรียกว่าต่อมน้ำเหลือง Sentinel นั้นมีการกระจายของเซลล์มะเร็งมาหรือไม่และหากพิสูจน์ได้ว่ายังไม่มีการกระจายของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลืองนี้ก็ไม่มีความจำเป็นในการเลาะต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ในระดับลึกลงไป

ในอดีต การผ่าตัดมะเร็งเต้านมจะเอาก้อนเนื้องอกของมะเร็งเต้านม พร้อมทั้งต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออกพร้อมๆ กันซึ่งเป็นวิธีมาตราฐาน ต่อมาในระยะหลังมีการผ่าตัดแบบเก็บเต้านมเอาไว้ แต่ก็ยังต้องผ่าต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ เนื่องจากมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่จะกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองก่อนที่จะไปที่อื่น ๆ

ปัจจุบันมีการผ่าตัดแบบใหม่ คือ การผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง Sentinel (Sentinel Lymph Node Biopy) โดยใช้สีหรือใช้สารกัมตภาพรังสี จากทฤษฎีที่ว่ามะเร็งที่เต้านมก่อนที่จะกระจายไปที่อื่น เชื่อว่าจะไปที่ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ก่อน ต่อมน้ำเหลืองจะเป็นตัวคอยเก็บกักเซลล์มะเร็งไว้ก่อนที่จะกระจายไปที่อื่น ถ้าสามารถจะหาต่อมน้ำเหลืองต่อมนี้ไปตรวจได้ก่อน เพื่อหาเซลล์มะเร็งว่ามีหรือไม่มีโดยการฉีดสี ก็จะทำให้สามารถทำนายได้ว่าต่อมน้ำเหลืองที่อื่นๆ จะมีการกระจายหรือไม่ ถ้าตรวจแล้วที่ต่อม Sentinel ไม่พบการกระจายของเซลล์มะเร็งก็เชื่อได้ว่าต่อมน้ำเหลืองอื่นๆ ที่รักแร้ไม่น่าจะมีเซลล์มะเร็ง แต่ถ้าตรวจแล้วพบว่ามีเซลล์มะเร็ง เซลล์มะเร็งนั้นอาจจะกระจายไปต่อมน้ำเหลืองตัวอื่นๆได้ จึงต้องมีการนำต่อมน้ำเหลืองไป เพื่อวินิจฉัยว่ามีเซลล์มะเร็งกระจายไปต่อมน้ำเหลืองหรือไม่ วิธีนี้สามารถบอกได้ว่าจะมีการกระจายหรือไม่

สำหรับวิธีการผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง Sentinel มีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1

ศัลยแพทย์จะฉีดสีพิเศษหรือสารกัมมันตรังสีเข้าไปที่บริเวณเต้านม เพื่อศึกษาทางเดินน้ำเหลืองว่ามะเร็งจะเคลื่อนที่ไปตามทางเดินน้ำเหลืองทิศใดบ้างและ ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที

ขั้นตอนที่ 2

ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดด้วยแผลขนาดเล็กที่รักแร้เพื่อตัดต่อมน้ำเหลืองที่ติดสีหรือตรวจพบกัมมันตรังสี ที่เรียกว่าต่อมน้ำเหลือง Sentinel 1-2 เม็ด  ส่งให้พยาธิแพทย์ตรวจทางห้องปฏิบัติการว่ามีการกระจายของเซลล์มะเร็งมาในต่อมน้ำเหลืองที่ตัดออกมาหรือไม่ ซึ่งจะทราบผลในเวลา 30-40 นาที  (ระหว่างการผ่าตัด) ถ้าพยาธิแพทย์ตรวจไม่พบเซลล์มะเร็ง ศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเลาะต่อมน้ำเหลืองที่เหลืออยู่ในระดับลึกลงไปออก

ข้อดีของการผ่าตัดลักษณะนี้ จะสามารถลดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้แบบเดิมเช่นอาการแขนบวม, ชาใต้ท้องแขน, ต้องค้างสายระบายน้ำเหลืองนานๆ และภาวะหัวไหล่ติดได้ และลดค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดและพักฟื้นของผู้ป่วยด้วย

พันเอกพิเศษ นพ.วิชัย วาสนสิริ กล่าวว่า การกระจายของมะเร็งไปที่ต่อมน้ำเหลืองเป็นตัวบอกพยากรณ์โรคที่ดีที่สุดที่จะช่วยบอกระยะโรคว่าระยะที่เท่าไหร่ ซึ่งส่วนใหญ่ถ้ามีการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองแล้วจะเป็นระยะที่ 2 ขึ้นไป นอกจากนี้ การกระจายของเซลล์มะเร็งไปที่ต่อมน้ำเหลืองยังใช้ในการตัดสินใจในการให้การรักษาเสริมหลังการผ่าตัด และถ้ามีการกระจายของเซลล์มะเร็งไปที่ต่อมน้ำเหลืองการผ่าตัดรอบต่อมน้ำเหลืองก็เป็นการเอามะเร็งที่รักแร้ออกไปเป็นการรักษาไปในตัว แต่วิธีนี้ก็มีผลข้างเคียง เช่น อาการชาใต้ท้องแขน อาการแขนบวม นอกจากนี้ผลข้างเคียงอื่นๆ ก็มี เช่น หัวไหล่ติด

ด้านพลตรี นพ.สุรพงษ์ สุภาภรณ์ นายกสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการผ่าตัดมะเร็งเต้านมแนวใหม่ ที่เรียกว่าการผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองเซนทิเนล กับแพทย์ในโรงพยาบาลศูนย์ ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 8 จังหวัด อาทิ เช่น จังหวัดเชียงราย, พิษณุโลก, นครสวรรค์ ,อุดรธานี, อุบลราชธานี,นครราชสีมา, สุราษฏร์ธานีและหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม สามารถได้รับการรักษาอย่างมีมาตรฐานที่ดีมากขึ้นอย่างเท่าเทียมกันทั่วประเทศ

“ปัจจุบันพบว่าโรคมะเร็งเต้านม (Breast cancer) เป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงไทย และเป็นอันดับแรก ๆ เทียบเท่ากับมะเร็งปากมดลูก และจากข้อมูลการรักษาในปัจจุบันพบว่า ในกลุ่มผู้ป่วยที่มาพบแพทย์และได้ผลการรักษาที่ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากพบภาวะมะเร็งช้าเกินไป หรือตรวจพบแต่ไม่ยอมมาปรึกษาแพทย์ ดังนั้น ทางสมาคมฯ จึงแนะนำให้หญิงไทยทั่วไป เริ่มตรวจคลำเต้านมด้วยตนเองเมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไป และควรตรวจเต้านมด้วยแมมโมแกรมและตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไปเพื่อให้ได้รับการรักษาได้เร็วที่สุดในกรณีที่พบว่าเป็นมะเร็ง” นายแพทย์สุรพงษ์กล่าว