Tag Archive: นานาสาระ

ข้อความเตือนใจจากนักแข่งรถ

ใน อาชีพของ ชูมัคเกอร์ แข่ง F1 , ” การปกครอง ของเขา เลี่ยง ” คือ เกินสงสัย ก่อนที่จะ เกษียณอายุ แรกของเขา ในปี 2006 : ” เจ็ดครั้ง แชมป์ไมเคิล ชูมัคเกอร์ ยังถือ เกือบทุก บันทึกคะแนน ในหนังสือโดย มีอัตรากำไร มาก . ”

กีฬาที่ได้ทำ ชูมัคเกอร์ เป็นคน ที่รวย มาก “ก่อน ที่ เขาจะเกษียณ เป็นครั้งแรกที่ ชูมัคเกอร์ เป็นรายได้ 60,000,000 $ 80 $ ล้านปี เป็นหนึ่งใน นักกีฬา ที่สูงที่สุดเงิน ของโลก ” ในปี 2001 ของ ซุปเปอร์สตาร์ กีฬา – 59 ล้านดอลลาร์ใน รายได้

เขากลับไป แข่ง ไม่ได้ นำไปสู่ ชนิดของการ ประสบความสำเร็จ ก่อนหน้านี้ เขามีความสุข ขณะ ที่ ไทม์สกล่าวว่า ” หลังจากที่ ห่างหายไป สามปี ชูมัคเกอร์ ที่ ได้รับรางวัลห้า ของชื่อ ของเขากับ เฟอร์รารี่ ใน ปีติดต่อกัน โผล่ออกมาจาก การเกษียณอายุ ที่จะขับรถ อีกครั้ง จาก 2010 ผ่าน 2012, เวลาสำหรับทีม เมอร์ นี้ . กลับมาได้รับการพิสูจน์ ที่น่าผิดหวัง กับ คนขับ เยอรมัน จะ winless และจัดการ เพียงคนเดียวที่ ผิวชั้นสาม . ”

ชูมัคเกอร์ ซึ่งกลาย 45 ในวันศุกร์ที่ เมื่อเขาล้มลง ตีหินในขณะที่ การเล่นสกี แต่ การปะทะกัน ที่เกิด ช้ำ ไปทั่ว สมองของเขา “มี hematomes มี นิด ๆ หน่อย ๆ ทุกที่ ” ดร. Emmanuel เกย์ ผู้สื่อข่าว อังคาร ในขณะที่เขา อธิบาย สภาพ ของชูมัคเกอร์

ชู มัคเกอร์ ได้รับใน อาการโคม่า ชักนำแพทย์ – ออกแบบมาเพื่อลด อาการบวมของ สมองของเขา – ตั้งแต่ เข้ารับการรักษา ที่โรงพยาบาล ในวันอาทิตย์ที่

แม้จะมี วันอังคาร ข่าวดี แพทย์ ยังคง เตือนว่า พวกเขา ยังไม่สามารถ ทำนายสิ่งที่ จะเกิดขึ้นกับอดีต สูตรหนึ่ง แชมป์ “เราไม่ สามารถบอกคุณได้ อีกต่อไป ใน อนาคต” เจอราร์ด Saillant ศัลยแพทย์และเพื่อน ของครอบครัว กล่าวว่า

การยอมตายของหนุมาน

พระรามจึงบอกว่ารูปร่างเหมือนกัน มองไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แล้วจึงฉีกชายผ้าให้สุครีพผูกแขนไว้ สุครีพจึงไปท้าพระยาพาลีใหม่ พระรามจึงยิงพระยาพาลีด้วยศรพรหมาสตร์ พระยาพาลีจับศรได้ แล้วถามพระรามว่าเรื่องรบนี้เป็นเรื่องระหว่างพี่น้อง ฤาษีไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยว พระรามจึงบอกว่าพระยาพาลีได้ผิดคำสาบานกับพระอิศวรไว้ และต้องตายด้วยศรพระนารายณ์ แล้วพระรามจึงกลายร่างเป็นพระนารายณ์ พระยาพาลีจึงสำนึกตัวว่าได้ทำผิด จึงขอรับโทษ พระรามสงสารจึงว่าให้เอาศรสะกิดเลือดเพียงหยดเดียวก็จะสังเวยอำนาจศรได้ พระยาพาลีไม่ยอมขอลาตาย แล้วสอนสุครีพก่อนตาย

จากนั้นได้ปล่อยให้ศร ปักตัวเองตาย ส่วนไพร่พลวานรได้หนีกระจัดกระจายไป สุครีพจึงทูลว่า จะรวบรวมให้ได้ภายในเจ็ดวัน เพื่อจะได้ไปปราบยักษ์ที่ลงกา ส่วนพระรามไม่ยอมพักในเมืองขีดขิน จะไปพักที่เชิงเขาคันธมาทน์ ระหว่างเดินทางพบพระยายูงทอง    พระยายูงทองจึงทูลว่า นางสีดาสั่งไว้ว่าถูกทศกรรฐ์ลักไปกรุงลงกา ขอให้ติดตามไปช่วย ต่อมาจึงพบฝูงลิงป่า ฝูงลิงป่าได้ถวายผ้าสไบของนางสีดาแก่พระราม ฝ่ายพระอินทร์เห็นพระรามและพระลักษณ์    เดินทางไปยังเขาคันธมาทน์ เพื่อชุมนุมกองทัพไปปราบยักษ์ จึงให้พระวิศณุกรรม์ไปเนรมิตพลับพลาที่บริเวณอันเป็นชัยภูมิ แล้ววางเครื่องทรงไว้ให้เปลี่ยนหลังจากลงเพศฤาษี

 

หนุมานจึงทูลว่าจะไปพาสุครีพมาเฝ้า สุครีพจึงเล่าเรื่องที่พระยาพาลีพี่ชาย ขับไล่ออกจากเมือง แล้วผิดคำสาบานกับพระนารายณ์ในครั้งก่อน ทูลขอให้พระรามฆ่าพระยาพาลี พระรามจำได้ จึงให้สุครีพไปล่อพาลีออกมา สุครีพได้ไปท้าทายพระยาพาลี ทั้งสองได้ต่อสู้กัน แต่พระรามไม่สามารถแผลงศรฆ่าพระยาพาลีได้ เพราะทั้งสองเหมือนกันมาก พระยาพาลีสู้ชนะสุครีพ จับสุครีพขว้างไปเนินเขาจักรวาล แล้วกลับเข้าเมือง สุครีพต่อว่าพระรามที่ไม่ฆ่าพระยาพาลี

 

การอ่านภาษาบาลี

ภาษาสันสกฤต

ภาษาสันสกฤต เป็นภาษาที่มีวิวัฒนาการมาจากภาษาในคัมภีร์พระเวทของชาวอารยัน ถือเป็นภาษาที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนชั้นสูง แต่เดิมนั้นไม่ได้มีการวางหลักเกณฑ์เคร่งครัดนัก ต่อมาเมื่อระยะเวลาล่วงไปนานๆ ประกอบกับภาษาในคัมภีร์พระเวทนี้มีภาษาพื้นเมืองปะปนอยู่มาก เป็นเหตุให้หลักเกณฑ์ต่างๆ ของภาษานี้คลาดเคลื่อนไปมาก จนกระทั่งได้มีนักปราชญ์ของอินเดียคนหนึ่งชื่อ พระพทุธเจ้าทรงใช้สุทธมาคธีเป็นหลักในการประกาศคำสั่งสอนของพระองค์ และในสมัยนั้นทรงเผยแผ่พระธรรมด้วยวิธีมุขปาฐะ โดยมิได้มีบันทึกหรือเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ภาษาบาลีนี้นำมาใช้บันทึกพุทธวจนะเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อประมาณพุทธศตวรรษ ที่ 3 ปรากฏเป็นหลักฐานครั้งแรกในจารึกพระเจ้าอโศกมหาราช ถือเป็นภาษาประจำพุทธศาสนานิกายหินยาน ส่วนศาสนานิกายมหายานใช้ภาษาสันสกฤตบันทึกพุทธวจนะ (สุภาพร มากแจ้ง,2535 : 4 ) และต่อก็ใช้ภาษาบาลีจารึกพระธรรมลงในพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นตำราหลักทางพระพุทธศาสนาอย่างไรก็ตาม ภาษาบาลีก็มีลักษณะเช่นเดียวกันกับภาษาสันสกฤต คือใช้เป็นภาษาเขียนในพระไตรปิฎกของพุทธศาสนาเท่านั้น ไม่ได้ใช้พูดหรือใช้เขียนในชีวิตประจำวัน จึงไม่มีการเจริญเติบโต ไม่มีวิวัฒนาการเหมือนกับภาษาอื่นๆและกลายเป็นภาษาตายในที่สุด“ปาณินิ” ได้ศึกษาคัมภีร์พระเวททั้งหลาย แล้วนำมาแจกแจงวางหลักเกณฑ์ให้เป็นระเบียบและรัดกุม แต่งเป็นตำราไวยากรณ์ขึ้นเรียกชื่อว่า “อัษฎาธยายี” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นตำราไวยากรณ์เล่มแรกที่แต่งได้ดีที่สุดและมีชื่อเสียงไป ทั่วโลก และต่อมาได้มีผู้เรียกภาษาที่ปาณินิได้จัดระเบียบของภาษาไว้เป็นอย่างดีและ สมบูรณ์ที่สุดนี้ว่า “สันสกฤต” ซึ่งแปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ได้จัดระเบียบและขัดเกลาเรียบร้อยดีแล้ว” แต่กฎเกณฑ์ที่ปาณินิได้วางไว้นี้กลับเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ภาษาสันสกฤตไม่ มีวิวัฒนาการเหมือนภาษาอื่นๆ เพราะนอกจากภาษาสันสกฤตจะถือว่าเป็นภาษาที่ศักดิ์สิทธิ์ ใช้ในหมู่ของนักปราชญ์ โดยเฉพาะกษัตริย์และพราหมณ์ที่เป็นบุรุษเพศ กฎเกณฑ์และรายละเอียดปลีกย่อยยังทำให้ไม่เอื้อต่อการใช้ จึงทำให้ภาษาสันสกฤตเป็นภาษาตายในที่สุด

1. ภาษาสมัยเก่า หมายถึงภาษาที่ใช้ในคัมภีร์พระเวท ได้แก่ คัมภีร์ฤคเวท ยชุรเวท สามเวท และอาถรรพเวท  รวมตลอดทั้งคัมภีร์อุปนิษัท ซึ่งเป็นคัมภีร์สุดท้ายของคัมภีร์พระเวท (เวทานต์) ภาษาที่ใช้ในคัมภีร์ต่างๆ เหล่านี้จะมีความเก่าแก่ลดหลั่นกันมาตามลำดับ ภาษาสันสกฤตก็จัดอยู่ในสมัยนี้ด้วย

2. ภาษาสมัยกลาง ได้แก่ ภาษาปรากฤตซึ่งเป็นภาษาถิ่นของชาวอารยันที่ใช้กันท้องถิ่นต่างๆของประเทศอินเดีย  เช่นภาษามาคธี มหาราษฏรี เศารเสนี เป็นต้น ภาษาในสมัยนี้มีลักษณะโครงสร้างทางเสียง และนอกจากจะเรียกว่าภาษาปรากฤตแล้วยังมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  “ภาษาการละคร”เพราะเหตุที่นำไปใช้เป็นภาษาพูดของตัวละครบางตัวในบทละครสันสกฤตด้วย

3. ภาษาสมัยใหม่ ได้แก่ ภาษาต่างๆในปัจจุบัน เช่น ภาษาฮินดี เบงกาลี ปัญจาบี มราฐี       เนปาลี  เป็นต้น ภาษาเหล่านี้แม้จะเข้าใจกันว่าสืบมาจากภาษาปรากฤต แต่มีลักษณะของภาษาผิดกันมาก เพราะมีภาษาตระกูลอื่นที่ไม่ได้สืบมาจากภาษาของชาวอารยันเข้าไปปะปนกันมากบ้าง น้อยบ้างแล้วแต่เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์

 

ภาษาบาลี

ภาษาบาลี เป็นภาษาปรากฤตภาษาหนึ่งที่มีวิวัฒนาการมาจากภาษาพระเวท ภาษาบาลี คือ ภาษาที่ชาวมคธใช้พูดกันในแคว้นมคธ เรียกว่า “ภาษามาคธี” พระพุทธเจ้าทรงใช้ภาษานี้ประกาศพระศาสนาของพระองค์ ภาษามาคธีนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ( เจิม ชุมเกตุ, 2525:3 )

1.       สุทธมาคธี เป็นภาษาของชนชั้นสูง คือภาษาของกษัตริย์หรือภาษาทางราชการ

2.       เทสิยาหรือปรากฤต ได้แก่ ภาษาประจำถิ่น

 

ที่มาของอินเทอร์เน็ต

การให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยได้เริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ เดือน มีนาคม พ.ศ. 2538 โดยความร่วมมือของรัฐวิสาหกิจ 3 แห่ง คือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย และสำนักงานส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยให้บริการในนาม บริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย (Internet Thailand) เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์รายแรกของประเทศไทย

จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้ ปี 2534 (30คน) ปี 2535 (200 คน) ปี 2536 (8,000 คน) ปี 2537 (23,000 คน)

ใน ปี 2550 จากจำนวนประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไปประมาณ 59.97 ล้านคน พบว่า มีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ 16.04 ล้านคน คิดเป็น ร้อยละ 26.8 และมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 9.32 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 15.5 เมื่อพิจารณาตามภาคพบว่า กรุงเทพฯ มีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ร้อยละ 40.2 และอินเทอร์เน็ต ร้อยละ 29.9 รองลงมาคือ ภาคกลางมีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ร้อยละ 27.5 และอินเทอร์เน็ต ร้อยละ 15.7 ภาคเหนือมีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ร้อยละ 26.0 และอินเทอร์เน็ต ร้อยละ 15.6 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ร้อยละ 22.9 และอินเทอร์เน็ต ร้อยละ 11.9 ภาคใต้มีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ร้อยละ 25.2 และอินเทอร์เน็ต ร้อยละ 12.7

อินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) จากการเกิดเครือข่าย ARPANET (Advanced Research Projects Agency NETwork) ซึ่งเป็นเครือข่ายสำนักงานโครงการวิจัยชั้นสูงของกระทรวงกลาโหม ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการสร้างเครือข่ายคือ เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อ และมีปฏิสัมพันธ์กันได้ เครือข่าย ARPANET ถือเป็นเครือข่ายเริ่มแรก ซึ่งต่อมาได้ถูกพัฒนาให้เป็นเครือข่าย อินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน

การประยุกต์ใช้งานอินเทอร์เน็ต

1. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีเมล์ (e-Mail)
2. สนทนา (Chat)
3. อ่านหรือแสดงความคิดเห็นในเว็บบอร์ด
4. การติดตามข่าวสาร
5. การสืบค้นข้อมูล / การค้นหาข้อมูล
6. การชม หรือซื้อสินค้าออนไลน์
7. การดาวโหลด เกม เพลง ไฟล์ข้อมูล ฯลฯ
8. การติดตามข้อมูล ภาพยนตร์ รายการบันเทิงต่างๆ ออนไลน์
9. การเล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์
10. การเรียนรู้ออนไลน์ (e-Learning)
11. การประชุมทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต (Video Conference)
12. โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP)
13. การอับโหลดข้อมูล
14. อื่นๆ

ปัจจุบัน จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกโดยประมาณ 1.463 พันล้านคน (ข้อมูล ณ เดือน มิถุนายน 2551) โดยเมื่อเปรียบเทียบในทวีปต่างๆ พบว่าทวีปที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดคือ ทวีปเอเชีย คิดเป็นร้อยละ 39.5 รองลงมาได้แก่ ทวีปยุโรป ร้อยละ 26.3 และอเมริกาเหนือ ร้อยละ 17.0 แต่หากจัดลำดับจำนวนผู้ใช้ตามประเทศ ประเทศที่มีประชากรผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดคือประเทศจีน คิดเป็นจำนวน 253 ล้านคน

อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดยการเชื่อมต่อมินิคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ไปยังมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แต่ในครั้งนั้นยังเป็นการ เชื่อมต่อโดยผ่านสายโทรศัพท์ ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้ช้าและไม่เป็นการถาวร จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2535 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้ทำการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับมหาวิทยาลัย 6 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(NECTEC), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าด้วยกันเรียกว่า “เครือข่ายไทยสาร”

 

สื่อการสอนคือ

 

สื่อการสอน (Instructional Media) หมายถึง สื่อชนิดใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นเทปบันทึกเสียง สไลด์ วิทยุ โทรทัศน์ วีดิทัศน์ แผนภูมิ ภาพนิ่ง ฯลฯ ซึ่งบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียนการสอน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหรือช่องทางสำหรับผู้สอนส่งไปถึงผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายที่ผู้สอนวาง ไว้ได้เป็นอย่างดี

เอดการ์ เดล (Edgar Dale) ได้จัดแบ่งสื่อการสอนเพื่อเป็นแนวทางในการอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างสื่อ โสตทัศนูปกรณ์ต่าง ๆ ในขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงขั้นตอนของประสบการณ์การเรียนรู้ และการใช้สื่อแต่ละประเภทในกระบวนการเรียนรู้ด้วย โดยพัฒนาความคิดของ Bruner ซึ่งเป็นนักจิตวิทยา นำมาสร้างเป็น “กรวยประสบการณ์” (Cone of Experiencess) โดยแบ่งเป็นขั้นตอนดังนี้

  1. ประสบการณ์ตรง โดยการให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงจากของจริง เช่น การจับต้อง และการเห็น เป็นต้น
  2. ประสบการณ์รอง เป็นการเรียนโดยให้ผู้เรียนเรียนจากสิ่งที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด ซึ่งอาจเป็นการจำลองก็ได้
  3. ประสบการณ์นาฏกรรมหรือการแสดง เป็นการแสดงบทบาทสมมติหรือการแสดงละคร เนื่องจากข้อจำกัดด้วยยุคสมัยเวลา และสถานที่ เช่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ หรือเรื่องราวที่เป็นนามธรรม เป็นต้น
  4. การสาธิต เป็นการแสดงหรือการทำเพื่อประกอบคำอธิบายเพื่อให้เห็นลำดับขั้นตอนของการกระทำนั้น
  5. การศึกษานอกสถานที่ เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ต่าง ๆ ภายนอกสถานที่เรียน อาจเป็นการเยี่ยมชมสถานที่ การสัมภาษณ์บุคคลต่าง ๆ เป็นต้น
  6. นิทรรศการ เป็นการจัดแสดงสิ่งของต่าง ๆ เพื่อให้สาระประโยชน์แก่ผู้ชม โดยการนำประสบการณ์หลายอย่างผสมผสานกันมากที่สุด
  7. โทรทัศน์ โดยใช้ทั้งโทรทัศน์การศึกษาและโทรทัศน์การสอนเพื่อให้ข้อมูลความรู้แก่ผู้เรียนหรือผู้ชมที่อยู่ในห้องเรียนหรืออยู่ทางบ้าน
  8. ภาพยนตร์ เป็นภาพที่บันทึกเรื่องราวลงบนฟิล์มเพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ทั้งภาพและเสียงโดยใช้ประสาทตาและหู
  9. การบันทึกเสียง วิทยุ ภาพนิ่ง อาจเป็นทั้งในรูปของแผ่นเสียง เทปบันทึกเสียง วิทยุ รูปภาพ สไลด์ ข้อมูลที่อยู่ในขั้นนี้จะให้ประสบการณ์แก่ผู้เรียนที่ถึงแม้จะอ่านหนังสือ ไม่ออกแต่ก็จะสามารถเข้าใจเนื้อหาได้
  10. ทัศนสัญลักษณ์ เช่น แผนที่ แผนภูมิ หรือเครื่องหมายต่าง ๆ ที่เป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งของต่าง ๆ
  11. วจนสัญลักษณ์ ได้แก่ตัวหนังสือในภาษาเขียน และเสียงพูดของคนในภาษาพูด

ทำความรู้จักกับชนเผ่ามองโกล

มีประชากรกว่า 5 ล้าน 8 แสนคน ที่สำคัญอยู่รวม ๆ กัน ที่เขตปกครองตนเองมองโกเลียในตลอดจนจังหวัดและอำเภอปกครองตนเองในมณฑลหรือ เขตปกครองตนเองต่าง ๆ เช่น เขตซินเกียง มณฑลชิงไห่ กันซู่ เฮยหลงเจียง จี๋หลินและเหลียวหนิง เป็นต้น ชนชาติมองโกลใช้ภาษามองโกลที่สังกัดตระกูลภาษา อัลไต คำว่า มองโกลมีขึ้นก่อนที่สุดเมื่อสมัยราชวงศ์ถาง เวลานั้นเป็นเพียงชื่อเผ่าชนหนึ่งในบรรดาเผ่าชนต่าง ๆ จำนวนมากของชาวมองโกลแหล่งเกิดของเผ่าชนนี้อยู่ที่เขตฝั่งตะวันออกแม่น้ำ เออร์กูนา ต่อมาค่อย ๆ ย้ายไปสู่ทางตะวันตกระหว่างเผ่าชนต่าง ๆ พากันปล้นสะดมประชากร สัตว์เลี้ยงและสินทรัพย์จนได้เกิดสงครามระหว่างเผ่าชนต่าง ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อปี 1206 เถี่ยมู่เจินได้รับการสนับสนุนเป็นมหาราชชาวมองโกล ชื่อเจงกิสข่านและได้สถาปนาประเทศมองโกเลียขึ้น หลังจากนั้นที่ภาคเหนือของจีน ก็มีชนชาติหนึ่งอันเข้มแข็งเกรียงไกร มีความมั่นคงและได้รับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกนั่นก็คือชนชาติมองโกล ต่อมาเจงกิสข่านได้รวมเผ่าชนต่าง ๆ ตลอดจนทั่วประเทศจีนเข้าเป็นเอกภาพและได้สถาปนาราชวงศ์หยวนขึ้น ชาวมองโกล ส่วนมากนับถือศาสนาลามะ ชนชาติมองโกลเคยสร้างคุณูปการอันสำคัญในด้านการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ปฏิทินและดาราศาสตร์ แพทยศาสตร์ตลอดจนด้านอื่น ๆ ของจีน

โครงสร้างของระบอบประธานาธิบดี

หากประธานาธิบดีสังกัดพรรคการเมืองที่เป็นคนละพรรคกับพรรคการเมืองที่มี เสียงข้างมากในรัฐสภา ประธานาธิบดีอาจจะไม่สามารถบริหารประเทศอย่างราบลื่นได้โดยเฉพาะเมื่อต้อง การที่จะออกกฎหมายบางฉบับ แต่ตามความเป็นจริงในประเทศสหรัฐอเมริกา พรรคการเมืองที่เป็นพรรคการเมืองหลักในรัฐสภามักจะเป็นคนละพรรคกับพรรคการ เมืองที่ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี แต่การบริหารงานก็ไม่เกิดความขัดแย้งมากมายนัก

1. มีการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers) ได้แก่การแยกอำ นาจหน้าที่ฝ่าย บริหารกับนิติบัญญัติ หลักการที่สำ คัญของการแบ่งแยกอำ นาจได้แก่ ประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกมาจากประชาชนจะเป็นผู้สรรหาและแต่งตั้งคณะรัฐ มนตรี โดยผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา รัฐมนตรีจะไม่สามารถเป็นสมาชิกรัฐ สภาได้ ตรงนี้จะเห็นได้ว่าตรงข้ามกับระบบรัฐสภาที่สมาชิกรัฐสภาเป็นกลุ่มเดียว กับรัฐบาล

2. ประมุขของรัฐและประมุขของฝ่ายบริหารเป็นคน ๆ เดียวกัน ระบบนี้กำ หนดให้ หัวหน้าฝ่ายบริหาร ได้แก่ประธานาธิบดีเพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะหากรัฐบาลมีความแตกแยกกัน จะเกิดผลเสียอย่างไรต่อระบบรัฐสภาในระบบประธานาธิบดีอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด เพื่อตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ประธานาธิบดีเป็นบุคคลที่ได้รับเลือกตั้งมาจากประชาชนทั้งประเทศ ทำ ให้ ประธานาธิบดีมีอำ นาจในการบริหารประเทศอย่างมากมาย และได้รับความ เคารพจากประชาชนในฐานะประมุขของประเทศอีกด้วย

3. ฝ่ายบริหารเป็นอิสระต่อการควบคุมต่อรัฐสภา เนื่องจากรูปแบบการปกครองนี้มี ลักษณะของการแยกอำ นาจระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้น ประธานาธิบดีจึงเป็นอิสระจากการควบคุมของรัฐสภา รัฐสภาไม่มีอำ นาจลงมติ ไม่ไว้วางใจรัฐบาล

4. รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อประธานาธิบดี เนื่องจากประธานาธิบดีเป็น ประมุขของฝ่ายบริหารแต่เพียงผู้เดียว จึงหมายความว่าประธานาธิบดีมีอำ นาจ ในการแต่งตั้งถอดถอนรัฐมนตรีได้ รัฐมนตรีในระบบประธานาธิบดีไม่ต้องรับผิด ชอบต่อรัฐสภา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จำ เป็นต้องไปร่วมประชุมรัฐสภา เพื่อตอบ กระทู้ถามจากรัฐสภาแต่ประการใด

5. ใช้หลักการคานอำ นาจ (Balance of Power) เนื่องจากทั้งประธานาธิบดีและรัฐ สภาต่างได้รับเลือกตั้งมาจากประชาชน ดังนั้นจึงมีการแบ่งแยกอำ นาจกันอย่าง เด็ดขาดทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ โดยใช้วิธีการตรวจสอบอำ นาจซึ่ง กันและกัน (Check and Balances) ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในอำ นาจมาก เกินไปกว่าที่กำ หนดไว้ในรัฐธรรมนูญ หลักการคานอำ นาจก็คือ ประธานาธิบดีมี อำ นาจในการใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) ตามรัฐธรรมนูญ โดยการไม่ลงนามใน กฎหมายที่เสนอโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ในขณะที่รัฐสภามีอำ นาจลบล้างสิทธิยับยั้ง ดังกล่าวของประธานาธิบดีได้ด้วย ทั้งนี้โดยการลงคะแนนรอบสอง ซึ่งหาก คะแนนเสียงของสมาชิกสภาทั้งสองเห็นด้วยคะแนน 2 ใน 3 ก็จะถือว่ากฎหมาย นั้นมีผลบังคับใช้ได้ นอกจากนี้รัฐสภามีอำ นาจอย่างหนึ่งที่จะกล่าวโทษ ประธานาธิบดีได้ อำ นาจที่จะกล่าวโทษนั้น เรียกว่าอิมพีชเม้นต์ (Impeachment) โดยการอิมพีชเม้นท์นั้นต้องมีคะแนนสองในสามของรัฐสภา และขั้นตอนสุดท้าย วุฒิสภาจะเป็นผู้ปลด (Removal) ตำ แหน่งประธานาธิบดี ซึ่งใช้คะแนนสองใน สามของจำ นวนวุฒิสมาชิก

6. บทบาทของวุฒิสภา (Senate) มีอำ นาจในการให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งเจ้า หน้าที่ฝ่ายบริหาร เช่น รัฐมนตรี หรือเอกอัครราชทูตตามที่ประธานาธิบดีเสนอมา หากวุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบก็จะดำ รงตำ แหน่งใด ๆ ไม่ได้

7. อำ นาจตุลาการ สำ หรับตำ แหน่งผู้พิพากษานั้น อำ นาจในการแต่งตั้งเป็นของ ประธานาธิบดี โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน ตุลาการโดยเฉพาะ ประธานาธิบดีมีอำ นาจในการถ่วงดุลรัฐสภาโดยใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) ในขณะ ที่รัฐสภาใช้วิธีการกล่าวโทษ (Impeachment) เพื่อให้วุฒิสภาเป็นผู้ปลด (Removal) ประธานาธิบดีในสหรัฐอเมริกาหน่วยงานใดที่มีหน้าที่ตัดสินว่า กฎหมายใดขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ? ศาลสูง (Supreme Court) มีอำ นาจชี้ขาดว่ากฎหมายฉบับใดที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ออกมานั้นขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อตรวจสอบการใช้อำ นาจ ของฝ่ายนิติบัญญัติไปด้วยในตัว ซึ่งหากกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัตินั้น ขัดกับหลักรัฐธรรมนูญ กฎหมายฉบับนั้นก็เป็นอันตกไป สำ หรับการปกครองระบบประธานาธิบดีนี้ มีข้อดีและข้อเสียดังนี้

ข้อดีของระบบประธานาธิบดี

1. ประธานาธิบดีมีสิทธิเด็ดขาดในการเลือกคณะรัฐมนตรีของตัวเอง ดังนั้น ประธานาธิบดีจึงสามารถเลือกผู้ที่มีความชำ นาญเฉพาะด้าน เพื่อดำ รงตำ แหน่งสำ คัญ ๆเช่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นต้น

2. รัฐมนตรีมีเวลาเต็มที่ในการปฏิบัติภาระกิจ เพราะไม่ต้องรับผิดชอบต่อรัฐสภา ไม่จำ เป็นต้องประชุมสภา หรือเสียเวลาในการตอบกระทู้ถามของรัฐสภา ซึ่งทำ ให้คณะรัฐมนตรีมีอิสระเต็มที่ในการบริหารกระทรวงตามที่ได้รับมอบหมายจาก ประธานาธิบดี โดยไม่ต้องหาเสียงจากสมาชิกรัฐสภา

3. หากเกิดวิกฤติการณ์ฉุกเฉิน ประธานาธิบดีมีอำ นาจอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติ หน้าที่อย่างเด็ดขาด เพราะเป็นอิสระปราศจากการควบคุมของรัฐสภา

 

การพัฒนาชุมชน

การจัดตั้งสหกรณ์
การขอจดทะเบียนตั้งสหกรณ์จะต้อง ปฏิบัติเป็นไปตาม มาตรา 33,34,35,36 และ 37 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ประกอบระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วยวิธีดำเนินการขอจัดตั้งสหกรณ์ พ.ศ. 2547 กล่าวคือ ต้องมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของบรรดาสมาชิก โดยวิธีช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามหลักการสหกรณ์ มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจ และปฏิบัติในแต่ละขั้นตอนถูกต้อง มิใช่จะพิจารณาแต่เฉพาะเอกสารประกอบการพิจารณาถูกต้องหรือไม่ และปฎิบัติในแต่ละขั้นตอนถูกต้อง มิใช่จะพิจารณาแต่เฉพาะเอกสารประกอบการพิจารณาถูกต้องหรือไม่ อีกทั้งความพร้อมและความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกถือเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ เบื้องต้น ที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จในการดำเนินงานของสหกรณ์ต่อไป

วิสาหกิจชุมชนแตกต่างจากธุรกิจอื่นอย่างไร
ธุรกิจ อื่นส่วนใหญ่มุ่งแสวงหาผลกำไรเป็นหลักและอาจจะไม่ให้ความ สำคัญต่อผลเสียที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและสังคมเท่าที่ควร แต่วิสาหกิจชุมชนเป็นกระบวนการสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน เป็นการประกอบการบนพื้นฐานการใช้ความรู้ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนอย่างรู้คุณค่า เพื่อการพึ่งพาตนเองของครอบครัว ชุมชน และระหว่างชุมชน โดยมุ่งประโยชน์ทางสังคมแก่ชุมชนมากกว่าการแสวงหากำไรสูงสุดมุ่งต่อการอยู่ ร่วมกันอย่างสงบการมีสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยในชุมชนและ มุ่งต่อการรักษาระบบนิเวศของสังคมโดยรวม

 

วัตถุประสงค์
การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้เป็นองค์กรรอบรับในการดำเนินงานของชุมชน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน มีผู้รับผิดชอบบริหาร มีการจัดองค์กรและระบบงาน จะทำให้สามารถขอรับการสนับสนุนเงินทุนจากแหล่งต่าง ๆ ได้ วิสาหกิจชุมชน ตามแนวทางของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นวิสาหกิจชุมชนระดับตำบลที่เกิดขึ้นตามโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตของ ชุมชน

กฎหมายที่จะรองรับวิสาหกิจชุมชน
ปัจจุบันมีพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 แต่ควรปรับปรุงให้ใช้กฎหมายสหกรณ์และกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มารองรับเพิ่มขึ้น อีก เพื่อวิสาหกิจชุมชนต้องมีลักษณะเท่าทันกระแสโลกและกระแสทุน มีความฉับไวในการปรับตัวเพื่อการต่อสู้ หลีกเลี่ยง พิทักษ์ประโยชน์ของชุมชน นั้นๆ

กฏระเบียบของโลก

แนวคิดที่ว่าตลาดสามารถปรับตัวเองให้มีเสถียรภาพได้ เป็นเพียงความเชื่อ คาร์ล โพลันยิ ในงานเขียนของเขาได้แสดงให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎเกณฑ์ของตลาดให้ได้ผลจะ ต้องมีอำนาจทหารหรือตำรวจ แม้ว่าในทางปฏิบัติความจำเป็นใช้กำลังบังคับอาจไม่เกิดขึ้นเลย แต่ก็มิได้หมายความว่าไม่จำเป็นต้องมีกำลังสำรอง โลกาภิวัตน์ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ยังต้องพึ่งอำนาจทหารประจำการของประเทศที่เป็นผู้บังคับใช้กฎเกณฑ์

สง ครามอ่าวเปอร์เชีย 1991 ชี้ให้เห็นโครงสร้างและวิธีการทำงานของระเบียบโลกใหม่ ความขัดแย้งอันเป็นชนวนของสงครามเริ่มจากปัญหาที่โยงกับหลักการเรื่อง อาณาเขต ซัดดัม ฮุสเซน มีโครงการที่จะฟื้นฟูอิรัคหลังสงครามกับอิหร่านโดยวางแผนสร้างแรงต่อรอง ระดับภูมิภาคที่ประกอบด้วยประเทศที่ผลิตน้ำมัน ทั้งนี้เพื่อควบคุมแหล่งน้ำมัน

 

ตัวเองให้เป็นองค์กรการเมืองเศรษฐกิจที่ซับซ้อน : ภูมิภาคย่อย รัฐแบบดั้งเดิม และภูมิภาคใหญ่ ประกอบด้วยสถาบันที่มีบทบาทและขอบเขตอำนาจมากน้อยต่างกันไป เมืองหลวงสำคัญ ๆ ของโลกเปรียบเสมือนคีย์บอร์ดของเศรษฐกิจระดับโลก กระบวนการสร้างอุดมการณ์ข้ามชาติมีการ แข่งขันกันเป็นกระแสนำ และกระแสต่อต้าน มีสถาบันที่จะผนึกหรือประสานระหว่างรัฐสำคัญ ๆ และระหว่างเขตภูมิภาคใหญ่ ๆ เข้าด้วยกัน มีกระบวนการเจรจาหลายฝ่าย เป็นเครื่องมือเพื่อบริหารจัดการกับความขัดแย้ง สร้างสันติภาพ กำหนดกฎเกณฑ์และให้บริการการค้าระหว่างประเทศ การคมนาคม การสาธารณสุข ฯลฯ ภาพรวมที่เกิดมีลักษณะใกล้เคียงกับระบบของ ยุโรปกลางมากกว่ารูปแบบเวสฟาเลีย หรือระบบความสัมพันธ์ของรัฐต่าง ๆ ที่มีอำนาจอธิปไตย ดังที่มีการพูดกัน

ภาพหลายภาพที่ทับซ้อนกันอยู่ ชี้ให้เห็นช่องทางวางยุทธศาสตร์เข้าแทรกแซงได้หลายระดับเพื่อแสวงหาทางเลือก ให้กับขบวนการโลกาภิวัตน์ ทั้งนี้ความไร้เสถียรภาพของโครงสร้างใหม่ที่ก่อตัวขึ้น เป็นปัจจัยเอื้อที่สำคัญยิ่ง ความไร้เสถียรภาพนี้เกิดจากหลักการที่ขัดกันอยู่คือ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และการแบ่งเขตแดนเป็นอิสระจากกัน ทั้งนี้ หลักการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน โดยเนื้อหาไม่มีการแบ่งแยกเขตแดน แต่มุ่งสู่การแข่งขันในตลาดโลก มุ่งขยายการเงินระดับโลกสู่ประเทศต่าง ๆ โดยไม่มีขอบเขตจำกัดและมุ่งสู่การผลิตระดับโลก แต่รากฐานของหลักการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน คือวัฒนธรรมธุรกิจ ดังที่ซูซาน สเตรนช์ พูดถึง แต่หลักการแบ่งแยกเขตแดนเป็นอิสระจากกันเป็นหลักการรัฐที่มีพื้นฐานจากอำนาจ การทหาร

นักเขียนบางท่านเสนอว่าเมื่อหลักการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน มีความสำคัญมากขึ้น ย่อมทำให้หลักการแบ่งแยกเขตแดนเป็นอิสระจากกันลดความสำคัญลง แต่ข้อเสนอที่ว่ามีระบบความสัมพันธ์ต่างตอบแทนเกิดขึ้นอาจจะเป็นจริงมากกว่า

 

ระเบียบโลกใหม่นี้จึงอ่อนปวกเปียกที่ยอดสุด ยิ่งเวลาผ่านไปความเปราะบางนี้จะชัดเจนยิ่งขึ้น ระเบียบโลกมิได้แข็งแกร่งมากไปกว่าตัวพื้นฐานด้านสังคมที่พยุงส่วนยอดเอาไว้ โลกาภิวัตน์ด้านเศรษฐกิจกำลังสร้างความขัดแย้งและความแตกแยก ซึ่งพัฒนาขึ้นอย่างช้า ๆ แต่แน่นอนว่าจะกัดกร่อนฐานรากของการเมืองระดับโลก อำนาจทางการทหารของสหรัฐฯ และประเทศที่ร่วมเป็นพันธมิตรสนับสนุนกระบวนการโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ กำลังกำลังถูกท้าทาย โดยพลังทางสังคมที่เกิดขึ้น และโดยความขัดแย้งทางสังคมซึ่งขมึงเกลียวยิ่งขึ้นทั้งในประเทศยากจน และประเทศร่ำรวย เพื่อที่จะเข้าใจพลังทางสังคมที่ก่อตัวขึ้น จำเป็นต้องทบทวนถึงการก่อเกิดของอัตลักษณ์ต่างๆ ที่ให้ความหมายและบทบาทแก่ผู้คน และต้องทบทวนถึงความรู้ รูปแบบต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยอธิบายให้เราได้รู้ว่าควรจะรับมือกับการท้าทายจากอนาคตได้อย่างไร

สหรัฐฯ ตอบโต้กับอิรัคในฐานะที่สหรัฐฯ มีบทบาทเป็นผู้ควบคุมระเบียบเศรษฐกิจของโลก โดยมองว่าการกระทำของอิรัคเป็นการคุกคาม และยังได้แสวงหาแรงสนับสนุนจากประเทศอื่น ๆ เพื่อรักษาความมั่นคงเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ สหรัฐฯ ตัดสินใจเพียงลำพังที่จะทำสงครามกับอิรัค แล้วจึงให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติรับรองการตัดสินใจนั้น หลังจากนั้นมีข้อเสนอให้เยอรมนี ญี่ปุ่น ซาอุดิอาระเบีย และคูเวตร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายการทำสงครามซึ่งสหรัฐฯ ก็ได้รับการตอบสนองจากประเทศเหล่านี้

แต่บทบาทของผู้บังคับใช้กฎ ระเบียบก็มีปัญหาเรื่องความขัดแย้ง ภาพที่สหรัฐฯ สร้างให้ตัวเองในฐานะเป็นมหาอำนาจด้านการทหารระดับโลก เป็นจุดเด่น เป็นการผูกขาด และเป็นการกระทำฝ่ายเดียว ขณะที่สมรรถภาพการผลิตของสหรัฐฯ โดยเปรียบเทียบกับชาติอื่น ๆ ลดลง จุดนี้คือการที่ว่าสหรัฐฯ บริโภคมากกว่าที่จะจ่ายได้จากผลผลิตที่สหรัฐฯ ผลิตได้ แต่ภาวะการณ์นี้เกิดขึ้นได้เพราะต่างชาติจำนวนมาก พร้อมจะถือเงินดอลลลาร์ (หรือถือสินทรัพย์ในรูปของดอลลาร์) จากปลายปี 1987 เป็นต้นมา สหรัฐฯ ได้กลายเป็นประเทศลูกหนี้ที่ใหญ่ที่สุดของโลก นั่นคือต่างชาติเป็นผู้จ่ายส่วนต่างของการบริโภคเหนือการผลิตของสหรัฐฯ นั่นเอง ความเป็นเจ้า (hegemony) ของสหรัฐฯ ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ได้กลายเป็นระบบส่งบรรณาการแก่สหรัฐฯ

Human evolution

Economic doctrine that we have faced. And disprove it from the start. The investigation is consistent with the opinion of the common man. Capitalism is seen as a cost. The labor force and the competing theories of Lampedusa Marathas so prejudicial that is consistent with both the rich and the poor, so as to improve the race progressed incrementally. At least consistent with the common Which is the difference in civilization because of differences in race, ethnicity Likewise, it creates harmony and the formula seems to be the criteria for review. The ubiquitous presence already. Surprisingly, the spread of it, since the latter is a surprise to Darwin. With the world’s first book “Origin of Species” is not a conquest of him as a blend. (Assimilation) do.

However, we will have a human origin. All we know about him is that he is just a human being – as is to be found now. There is no record or evidence of them in the state to be lower than those found in the woods to the whatever bridge he crossed the wide gap. Which now separates humans from animals. Still not showing signs of it. Among the lowest savages as far as we know, the highest animal. It appears that there are differences to be reconciled not do – which is not only a difference in size or degree (Degree) but also in the type (Kind) with another character. Human reactions and emotions of many of the lower animals is shown. But whether humans have low levels of humanity is. It did not appear that he will be the one thing which no evidence exists in animals, although it is a little something that has been clearly recognized. It can hardly be defined. It has the ability to improve the human – animal which he advances.

Beavers build a dam. Nesting birds and the bees grains. But while the Beaver Dam a hive of bees, birds and the loss created by the same always. Home of the man transition from crude huts made of leaves and branches of a majestic building, equipped with all modern logistics happy dogs that can be connected together to achieve it. And may have been some training routines. But its ability to do that does not even count, but not always. Friendly man who steadily improved and civilized dog does not have the ability or intelligence than dogs of the forest. At least we do not continue to use animals as clothing. Hob. The invention of tools or weapons for themselves. The nourishment they need to eat other animals. Or a spoken language. But it does not appear to have seen or heard about a man who did not do so. The man in the story is not that what we know. It shows.

This ability – in addition to what nature has done to him. With what he’s done to himself. And in fact predictable physical properties (physical endowment) of humans is extremely low. Nothing in the world. He will not survive. Without this ability. Some exceptions might be some small islands in the Pacific Islands.

Without question, this is a matter that is not mentioned before. I would be hesitant to check on the little space as possible. To devote to this. This is because it deals with some problems as the highest spiritual. Pondering the human will. Directly or indirectly to anyone. But it is a question that appears natural. We have come to the conclusion that this is consistent with the rule or not great. The Human Development operated under the rules?

What are the rules? We must find an answer to this question. Although modern philosophy because it will ensure that there is a rule such as this unequivocally. But it does not explain the rules to be more desirable than a description of the subject. In the current economic problems, that’s why it still has a shortfall in port services. Federal funds are increasingly more economic.

Let us seize the firm. In fact as many as possible, we do not need to investigate how humans gradually developed from animal use. Issues related to the human as we know he was born with. He will probably have a close relationship with any one. The latter, it must be clear from the first light always. We can not be inferred from what I can to find out what they already know. The fact that we already know. We can only assume that’s what happened before we know it.

Everywhere and all the time people have demonstrated this capability – and all the time we have known. Some people take advantage of this capability. But he uses this ability levels vary greatly. The canoe to sail the rough water. Gun fired during Naboo meringue repeat. The roughly carved wood with marble inspired by Greek art. Between the wild and modern scientific knowledge. Between the Indians and the white settlers who migrated to. Hot women between tribes and the state of Scottish society refined and beautiful, these would be vastly different.

Different levels of use of this ability. We shall not be claimed to be due to the difference in performance from the original – people growing up in today’s been a wild man in the history of this and we will find the widely different among. population of the same species, we can not be claimed to be due to differences in environment. Nature, but the only – source of education and science, the art of the moment. Nationals have been brutal occupation. And within a few years, the city was the land of the native tribes who hunted the woods. It is obvious that these differences are involved. Social development. Perhaps from beyond the minimum. We will develop better man when he was only a man. Thus, we conclude that only a combination of growth and improvement in the human condition, such as this year. Into the civilization. (Civilization) improved on his human civilization has advanced. Or friends participation in society.

What is the law of civilization? We will describe the different stages of civilization. Of different communities with common core what? The progress of civilization is the result of what was real. We will be prepared to adapt to the society that supports different civilizations that do not support. Or to explain why an institution or state. Which one may be causing the advancement of civilization. Ballast once held back progress?

This belief is reflected in the progress of civilization is. Development or evolution. During this man’s ability to increase his speed and features. With the effect of causing the same to be used as the source of Species or different species (species) of animals and plants – that is, the survival of the best. And the transfer of the property to be inherited.

In that civilization is an evolutionary one – which is the language of Herbert Spencer, it was advances from the same inconsistencies as a non-specific. Corresponding to a specific difference (from an indefinite, incoherent homogeneity to a definite, coherent heterogeneity) – there is no doubt. But this does not explain or identify the reasons which support or brace gravity. The evolution. Spencer said of the sweep, which aims to explain the – under the guidance of all matter and energy. It includes all these reasons, it is just that. I can not say. However, as described by the rules. Philosophy of development is not specifically on this issue. And made a comment. Or be a unity in the comments. Which is not consistent with the facts.

General description of the progress of this. I thought that was very similar to the common vision of the money. Analyze the causes of the economic wealth without equal. If he has a theory. Usually the theory is that there is plenty of money to be found for those who are. Willing and able. And folly. Laziness Or recklessness as to the difference between the rich and poor. And therefore descriptions of common differences. Of civilization is the difference in being able to. The nation is civilized races. And the progress of civilization is superior because of the rarity of this – as well as the British people are generally seen as a victory for the British and their properties. The fair – the sublime than the French eat frogs. And Americans in general, I think that the rule by the people. Innovation, invention actively. And well-being on average higher than other people because “the good of the Yankees” superior.

Chelsea dominated the world of ideas is now as follows: the struggle to remain human effort to encourage new inventions and innovation are increasingly struggling with the consequences. Prosperity and a better ability to make progress is to be determined. By inheritance. And has been expanded by a trend of people who are prepared to own the best. Or the most advanced in order to survive and spread out among the various parties and trends, national or ethnic tribes cooked himself the best or the most advanced in the future. Survive in the struggle between different social groups have a theory to explain the difference between humans and animals. And the difference in progress between humans themselves. With certainty, but it is not as common now. I recently had to explain this difference by using the theory of The creation of a special intervention of God.

The action of this theory is the popular cult Destiny (fatalism) with the hope of one. The ubiquitous presence in modern literature, listening to * by this progress is the result of power. Many of which act slowly, steadily, and without mercy. For the human mind to war, slavery, oppression, famine and plague, superstition poverty and misery. Which appear in modern civilization. Is the reason that drives people to the removal of the inferior and larger type than the gene is the power to dictate the pace of the front and the progress in the past is the foundation for new advances are people so. As a result of the changes made to those persons in the past is in order. Long lasting. Any form of social organization and the individuals who compose the society, so the theory is based on the words of Herbert Spencer ** – is “a radical change in favor of (radical) than a radical ideological change. Any current thinking “by virtue of which it seeks to change the nature of the human being at the same time. This theory is. “Conservatives than any ideological conservatives of today would think” because this theory assumes that there are no changes other than the change in the nature of a man slowly. Sages teach that this will not reduce the obligation to try to reform the wrongful acts, as well as a divine command. Doctrine teaches that God has set before you. Confirmed that it is the duty of all those who are struggling to survive. But, as generally understood. As a result, the popular cult of Destiny – “Though we may be doing. Grinding mill of God will continue regardless of the length or the. Retardation of us, “I said to allude to this only to show you what I am holding. That are being spread and penetration into the idea in general to quickly search for truth. We should not give consideration to the results of it makes our thoughts turn turned to go, but I considered going current civilization is as follows: Civilization is the result of powerful men who, by the way indicated a gradual change. human nature, and to improve and enhance the ability of humans to slowly between civilized people and savages is a difference in the education of the tribe. Species as long as the island permanently in mind. And improvements are likely to continue to rise to Aryabhata – fairly high up, we reached a point where progress seems to be normal for us, and we look Forward with confidence in the great achievement of mankind to be born than later – some even believe that most people do not make scientific progress. Immortality, and he can not travel to a planet but a star with It enabled him to create the sun and the universe itself. ***

But without rising to the stars. Once the theory of progress, which seems to be too simple for us. Among civilizations is underway to look around the world, it would be faced with the great facts – that is, the suspension stiffened their civilization. Humanity does not have the most current ideas about progress. Most current mobile mankind. (Such as our own ancestors had considered until a period of two to three people this age) that at the time of the perfection of man. There may be differences between wild and civilized by that theory. The forest also developed an extremely weak. This makes it somewhat.

The child’s progress. But the theory that human progress is the result of a common cause. Continuous. We will describe an advanced civilization to the interruption, but how? We can not mention Hindus and ethnic Chinese as well as could be said. Superior to that of the wild due to over training. We are like the adults and for nature. While he was still a child. Hindus and Chinese used to be civilized when we were in the forest. They have ruled that cities are well organized and strong literature, philosophy, refined manners and the division of labor (division of labor) is a fairly large commercial. And sophisticated art while our ancestors are uncivilized people homeless. Living in huts and tents, leather. Indians do not grow to even less. As we progress from this state of barbarism to civilization, dating back to the 19th century, Hindu and Chinese still live with that. If progress is the result of the rules of the course. Avoid punishment. And eternal. The driving force of human progress. How do we explain this?

The philosophy of development is the most popular one is the Walter Bagehot (“Physics and Politics”) has recognized the force of this objection. And try to explain this way: The first thing you need to make a civilized man is his breed. Induced him to live with men under the law. The laws and traditions are also increasing. Intensified and expanded by means of natural selection. Tribes or nations together in this way has an advantage over tribes or ethnic groups, traditions, and laws which are not included in the most intense and solid than it has. Continue to progress. These advances will continue to be a situation when they are induced to. Discussion and allow freedom and flexibility necessary for progress updates.

Bagehot description which is provided with a certain skepticism. As he said this himself. I think that the general theory to be reliable. It is useless to say anything to them because we are all clear that it is you. Explain the facts.

The resulting combination of atomic motion. Which in turn breaks down into atoms when the equilibrium state and the rest later. The new movement when the force of the impact. This will make the process of historical evolution. Cause the material to break down more and more gas. This will cause the one with the combination of the gas as it can be said that the combination of the individual in the community to generate power. The light and warmth of civilization. However, when this process breaks down the individual components which is at equilibrium into their routine. It was followed by disruptions. And the scattering due to the invasion of the barbarians is essential. For the process and the growth of civilization again.

However, a similar comparison is the most dangerous way of thinking that it might be connected to the similarities. But also hide or obscure the truth. And then there is that similarity is only superficial. When members of the community, emerging gradually in children with new vitality. A small community with the power to decline as humans. On the power of the majority of the force will be equal to the sum of the individual as a representative body of the international community would not lose significant power. The essential elements of its power is reduced.

However, the similarity comparison between the ordinary life of the nation. Individual. And in comparison to the one I proposed. It is clearly aware of the fact that one potential – that is, the fact that the barriers to progress and eventually arise. Because progress itself. And what has destroyed all previous civilizations, it is a condition that occurs. Due to the growth of civilization itself.

This is a truth which philosophy is now ignored. But it is true that the most important. The theory is that with the advancement of mankind has not plausibly be explained by this fact.

Likely to cause an erection, which Bagehot said to show itself off from its early stages of development, and his example about it almost from the wild or semi-wild, but civilization to the interruption of these steps. far before it breaks down. Should have a civilization are growing far more when compared with the wild, but it’s still a weak liberal and progressive civilization to a halt this week, at the point where almost nothing worse than a lot of areas. superior civilization of modern Europe around the 16th century, or at worst the beginning of the 15th century to the point that it needs to be discussed. Welcome new and all kinds of brain activity. They are the architects of the Arts and Science building boom reached a very high level of innovation or improvement to a sequence. The ship is the only ship to the USS Henry the 8th most innovative in many ways the same. The inventors have discovered that the update has stopped close to what’s most important to us and we can learn from some of them even. The engineers who built the canals for irrigation and navigation. The philosophy is to compete and have a good idea of religious conflict. One of the great missionary religion is similar to Christianity in many respects it is. In India. To replace the old religion spread widely throughout the country to China. But it was religion to replace the original sources of the same way that Christianity has been replaced as the first source of the count long after humans have to live together for life and living. aggressive Innovation resulting in improved progress. And even more than that. Both India and China have taken on a new life of the conqueror and the tradition. Model with different ideas.

Civilization to the interruption as much as possible. Of the civilization as we know it is of Egyptian civilization. Even art that came back as normal and the coagulate. But we know that behind the scenes, this term has to be the lively and canned Reed act opera – a civilization that developed and expanded as our civilization is now – otherwise, the arts and sciences. will not rise as high as just that. And excavation soon light on Egypt’s ancient than that of basic but well below what we know. Same about Egypt – from sculpture and carving, which is rather stiff and formal. To shine with life and meaning. It shows a powerful, natural and artistic freedom as an indication that the active life and extended. For advanced civilizations, which is now not the same as it would have been different.

But not only the cessation of these civilizations theory. Currently, the development did not explain. It is not just that the man was walking along the path of progress to me then. Breaks down. But as far as humans have walked the way of progress, then backwards too. The face of this theory is not just one single case only – it is a universal rule ever. Civilization, every civilization the world has ever seen would have a hard time growing strongly inhibited the degradation and decline. Those arising in civilization and prosperity. But now remained stagnant civilization and our civilization itself, which is not. Old as the pyramids, while Abraham looked – behind the pyramid is the distance of the historic 20th century have been recorded.

It is no doubt true. That our civilization has a broader base. Are more advanced. Moving faster. And civilizations that have risen above it. However, in these terms. But it will not progress to civilization than the Greeks – Roman Than to civilizations – Greek, Roman civilization progressed beyond Asia. And if it’s more advanced. That does not prove anything about the archive and its future prospects. Unless they can demonstrate that it is superior to what the various causes of failure altogether. Current theories of earlier civilizations did not show this.

In fact. If the explanation of the facts of universal history. Do not have any theories to go beyond this theory. That civilization is the result of the method of natural selection, which acts to improve and The ability of human beings. That civilization has occurred in various places, and there are progressive with a different speed. Not that it is not consistent with this theory. Because that may be the result of the balance between the forces that drive inequality and Against it. But the progress has started everywhere. (Even on the lowest among the tribes. We still have some progress) without any of that is going to continue. Instead, stop or reverse the loss of all. It is not entirely consistent with it. This is because if the progress made to bring about improvements in the nature and cause of human progress, even though more and more to be interrupted occasionally. The general rule is that progress will be continually – advances have led to a breakthrough. And civilization will develop into a more noble civilization.

Not only with the general rules of international law only if it is contrary to this. Empire Earth is the tomb of the dead as much as the graves of the dead man’s progress will be suitable for the more advanced. Strong and progressive civilization, every civilization of modern civilization, as well as our own in the back and down manually. Again that art has deteriorated. Science sink. Is waning. The sparsely populated. The people who built the temple and the city’s powerful. The river and mountains piercing. Nourish the earth like a garden. The most elaborate and adopt a resolution into the sub and then return to the savage life that pathetic even a small amount of the loss. Memories of what their ancestors did. And respected as the remaining parts of the immense contribution that high. Or the genius of the people of God before the great flood. This is particularly true. When we think of the past, take a look. As if it is not rigid rules, which we hope may be exempt. More so than the young man. “Sense of his life through all limbs” will I be exempt from the die, a fate shared by everyone Scipio lamenting the ruins of the city of Carthage, that “even as neo-Rome one day.