knowledge

China man

Or sterile areas of the sudden spread throughout China. In particular, Liaoning Province has the highest number. Manchu people Manchu language. The family of languages Altaic. Because it is tainted with the Han people for a long time. And a call to come to a close. Current popular ethnic Manchu Han is accustomed to using. Only a small number of villages along the border is still used in some Manchu. In addition, there are some elderly people who can not speak Manchu. Manchu people dead religion yeast with the Lord God. Manchu people, a people with a long history of racism. Traced back to 2000 years ago, the ancestors of the ethnic Manchu living in a vast marshland in the middle and at the beginning of the Heilongjiang Lung Jiang and Nile River Sioux Su Li Jiang, which is located just north of Hill County. to Santa in the northeast region of China by the 12th century, the Manchu people, those people are called “The Third Angel” was established by the Jin Dynasty. since 1583 it has included the name Lehr HA. tribal unity and establish “eight banners” and the Manchu language. On c. Since 1635. Name of their nation as a “Manchu” when. Since 1636. Wong Tai planned, including a son named Noah Lehr HA reign. Change the name to “Qing” Since 1644 the Qing Dynasty invaded the Great Wall of China. Feudal dynasty, the Qing Dynasty became the union and the federal government over the last dynasty of China. Xinghai Revolution after 1911, the name of the Manchu nation as a “dead short” official. Manchu people have made a great contribution to China’s overall unity. China to expand its territory and reaching out to economic development and culture.

การส่งเสริมการอ่านในต่างประเทศ

ผู้วิจัยเรื่องนี้ให้ข้อสังเกตว่า ปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมหนังสือในสหรัฐอเมริกาจำหน่ายหนังสือเพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับ 25 ปีที่แล้ว ในปี 2000 มียอดจำหน่ายหนังสือเกินกว่า 2,000 ล้านเล่ม ยอด ขายหนังสือเพิ่มขึ้น แต่รายงานกล่าวว่า ผู้คนอ่านหนังสือเพื่อความเพลิดเพลินลดลง เหตุผลหนึ่ง คือ การ แข่งขันด้านเทคโนโลยี รายงานการวิจัยนี้ได้แสดงรายการใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงของชาวอเมริกันไว้ ด้วย ในปี 1990 ใช้จ่าย 6% ด้านโสตทัศนูปกรณ์รวมทั้งคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ และใช้จ่ายประมาณ 5.7% เพื่อซื้อหนังสือ แต่ปี 2002 ใช้เงินซื้อหนังสือ 5.6% และซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 24% อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายคนใช้เทคโนโลยีเพื่อรับฟังข้อมูลที่บันทึกมาจากหนังสือ หรืออ่านผ่านเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ

นายเดนา จิโออิอา ประธานของ National Endowment for the Arts กล่าวย้ำคำพูดว่า “รายงานการวิจัยนี้เป็นหลักฐานแสดงภาวะวิกฤติของชาติ”

อย่างไรก็ตาม มีบางคนแย้งว่า ชาวอเมริกันไม่ควรให้ความสำคัญกับคำเตือนดังกล่าวมากนัก นายชาลส์ แมคแกรธ อดีตบรรณาธิการฝ่ายแนะนำหนังสือ (book review) ของนิวยอร์กไทม์ส เขียนบทวิจารณ์ตั้งข้อสังเกตว่า งานวิจัยนี้เกี่ยวกับงานวรรณกรรมเท่านั้น แมคแกรธกล่าวว่า เขารู้สึกผิดหวังที่การวิจัยนี้ไม่รวมถึงงานเขียนสารคดี (non-fiction) ด้วย ทั้งๆที่หนังสือเกี่ยวกับเรื่องจริงกับเหตุการณ์ต่างๆนั้น มีข้อมูลสำคัญมากมายที่ผู้เขียนนำมาเสนอ ตัวอย่างเช่น หนังสือเกี่ยวกับสงครามในอิรักที่ตีพิมพ์ออกมา เร็วๆนี้ ทำให้เกิดการโต้วาทีระดับชาติขึ้น

แมคแกรธแสดงทัศนะเพิ่มเติมว่า การวิจัยนี้ไม่ได้ศึกษานิตยสาร หนังสือพิมพ์ และอินเทอร์เน็ตด้วย ทั้งๆที่กลุ่มตัวอย่างสามารถตีความคำว่า “วรรณกรรม” ได้กว้างมากตามใจปรารถนา กลุ่มตัวอย่างได้รับแจ้งแล้วว่า ไม่จำเป็นต้องตีความหมาย “แค่งานเขียนที่นักวิจารณ์หนังสือมีความเห็นว่าเป็นวรรณกรรมเท่านั้น”

ขณะที่ชาวอเมริกันอ่านงานวรรณกรรมน้อยลง กลับมีคนจำนวนมากขึ้นที่แสดงฝีมือด้านการเขียน งานวิจัย “การอ่านกับภาวะวิกฤติ” ระบุว่าการเขียนเชิงสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมทางภาษาจำนวนน้อยที่มีปริมาณผลงาน เพิ่มขึ้น และบรรดาบรรณาธิการต่างพยายามช่วยเหลือให้ผลงานของนักเขียนใหม่ๆได้รับการตี พิมพ์ หนึ่งในบรรณาธิการเหล่านั้นคือ เดวิด กรีน ซึ่งหลายปีมานี้ เขาจัดพิมพ์นิตยสารรวมเรื่องสั้นขนาด เล็กขึ้นมา ชื่อ Green’s Magazine เขาเล่าว่า มีค่าใช้จ่ายสูงในการผลิตและจัดส่งหนังสือทางไปรษณีย์ปีละ 4 ครั้ง คนอ่านเป็นชาวอเมริกันและแคนาดาจำนวนไม่กี่พันคน กรีนบอกว่า เหตุผลหนึ่งในการจัดพิมพ์ คือ เพื่อช่วยเหลือบรรดานักเขียนมือใหม่ เพราะเป็นเรื่องยากยิ่งที่นักเขียนใหม่ๆจะหาสำนักพิมพ์ดำเนินการให้

นักวิจัยสอบถามชาวอเมริกันจำนวน 17,000 คน เรื่องการอ่านหนังสือทไให้มีความรู้ โดยสามารถตีความคำว่า “งานวรรณกรรม” (literature) เป็นเช่นใดก็ได้ เรื่องที่แต่งขึ้น กวีนิพนธ์ บทละคร นิยายรัก เรื่องลึกลับสอบสวน หรือนิยายวิทยาศาสตร์ รวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบผลการวิจัยกับปี ค.ศ. 1982 และ 1992 ด้วย ผู้หญิงอ่านงานวรรณกรรมมากกว่าผู้ชาย แต่งานวิจัยแสดงให้เห็นด้วยว่า ทั้งชายและหญิงอ่านหนังสือน้อยลงๆ

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ชาวอเมริกันอายุระหว่าง 18-44 ปี อ่านงานวรรณกรรมมากกว่ากลุ่มอายุอื่นๆ แต่ผลการวิจัยครั้งนี้ (ปี 2002) พบว่า ความสนใจในการอ่านลดลงอย่างมากในกลุ่มผู้ใหญ่ตอนต้น และ กลุ่มที่อ่านน้อยลง คือ กลุ่มอายุ 65 ปีและมากกว่านี้

นายเดนา จิโออิอา แห่ง National Endowment for the Arts กล่าวว่า ชาวอเมริกันทุกวัยอ่านหนังสือน้อยลง มิใช่เฉพาะงานวรรณกรรมเท่านั้น เมื่อปี 1992 มีผู้ใหญ่อ่านหนังสือ 61% ในปี 2002 มี เพียง 57% และจำนวนหนังสือที่อ่านโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 18 เล่ม แต่มีบางคนที่อ่านหนังสือเพิ่มมากขึ้น ในกลุ่ม ผู้อ่านงานวรรณกรรม เกือบครึ่งหนึ่งอ่านนวนิยายและเรื่องสั้น 12% อ่านกวีนิพนธ์ และ 4% อ่านบทละคร

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันนี้ นักเขียนที่หาสำนักพิมพ์รับพิมพ์ผลงานของเขาไม่ได้เช่นในอดีต สามารถ พิมพ์ผลงานของตนเองออกมาทางอินเทอร์เน็ตได้ ด้วยวิธีนี้ ผู้คนก็สามารถอ่านผลงานเขียน หรือพิมพ์ออกมาได้อีกด้วย

ผู้ที่มีผลงานเขียนทางอินเทอร์เน็ตมีชื่อเสียงโด่งดังหลายคน เช่น นักเขียนชื่อก้องสตีเฟน คิง ก็จัดพิมพ์ผลงานเรื่อง “Riding the Bullet” ของเขาด้วยวิธีนี้ ผู้อ่านต้องชำระเงินเพียงเล็กน้อย ต่อมา คิงหยุดพิมพ์ผลงานเรื่อง “The Plant” ทางอินเทอร์เน็ต เพราะมีคนพิมพ์ผลงานของเขาออกมาโดยไม่ยอมจ่ายเงิน

งานวิจัย “การอ่านกับภาวะวิกฤติ” รายงานว่า จำนวนคนกว่า 90% บอกว่า พวกเขาชอบดูโทรทัศน์มากกว่าอ่านหนังสือ ครอบครัวอเมริกันโดยเฉลี่ยดูโทรทัศน์มากกว่า 3 ชั่วโมงในหนึ่งวัน รายงานระบุด้วยว่า โทรทัศน์ทำให้คนลดความสนใจในการอ่านหนังสือ

ทีมงานของเรา (VOA Special English) สนทนากับศาสตราจารย์ที่สอนวิชาวรรณคดีในรัฐแมรีแลนด์ ท่านหนึ่ง เธอเล่าว่านักศึกษาที่เรียนกับเธอจำนวนมากไม่ต้องการอ่านหนังสือที่สั่งให้อ่าน พวกเขาจะอ่านแค่ บทสรุป การวิจารณ์ หรือปริทรรศน์หนังสือเท่านั้น ศาสตราจารย์ท่านนี้กล่าวว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยยุคนี้ มีชีวิตเติบโตมากับโทรทัศน์

อย่างไรก็ตาม โทรทัศน์บางรายการมีอิทธิพลทำให้ผู้ชมอ่านหนังสือได้ด้วย เช่น รายการสนทนายอดฮิตของโอพราห์ วินฟรีย์ ได้จัดตั้ง “ชมรมคนรักหนังสือของโอพราห์” (Oprah’s Book Club) ขึ้นด้วย ในตอนเริ่มแรกนั้น เธอเลือกหนังสือที่พิมพ์ออกมาใหม่ๆที่เธอชอบ แล้วขอให้ผู้ชมอ่านหนังสือเล่มนั้นๆ และเขียนแสดงความคิดเห็นหรือวิจารณ์หนังสือส่งไปยังรายการของเธอ ชมรมนี้ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการพิมพ์หนังสืออย่างมาก สำนักพิมพ์ต่างๆต้องเพิ่มยอดพิมพ์เพื่อตอบสนองความต้องการของคนอ่าน ผู้ที่ต้อง การขอยืมหนังสือจากห้องสมุด พบว่ามีคนหลายร้อยเข้าคิวจองอยู่ก่อนแล้ว

ในปี 2002 โอพราห์ตัดสินใจถอดกิจกรรมชมรมนี้ออก แต่บัดนี้เธอได้นำกลับมาดังเดิมแล้ว ครั้งนี้ เธอเลือกวรรณกรรมคลาสสิก (คือวรรณกรรมยอดนิยมในอดีต และยังมีผู้ชื่นชอบอยู่จนถึงปัจจุบัน – ผู้แปล) เรื่อง “Anna Karenina” ซึ่งยอดนักเขียนเอกของโลกชาวรัสเซีย ลีโอ ตอลสตอย เขียนในช่วงทศวรรษปี 1870 ทำให้วรรณกรรมเรื่องนี้กลายเป็นหนังสือขายดีที่สุดเล่มหนึ่งในหมู่ชาวอเมริกันในห้วงเวลานี้

ชาวอเมริกันจำนวนมากจัดตั้งชมรมคนรักหนังสือ/รักการอ่านขึ้นมา สมาชิกอาจเป็นเพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนบ้าน ส่วนใหญ่กลุ่มคนเหล่านี้จะอ่านหนังสือเรื่องเดียวกันในเวลาเดียวกัน แล้วมาชุมนุมกันเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์ บางกลุ่มก็ทำกิจกรรมเหล่านี้ทางอินเทอร์เน็ต บางกลุ่มจะอ่านเฉพาะผลงานของนักเขียนดังๆ หรือบางครั้งก็อ่านผลงานของนักเขียนเพียงคนเดียว สมาชิกชมรมดังกล่าวในรัฐจอร์เจียกลุ่มหนึ่งเลือก อ่านหนังสือที่เกี่ยวกับชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน อีกกลุ่มหนึ่งเลือกอ่านที่แตกต่างกัน แล้วพวกเขาก็มาร่วมฟังหรืออ่านรายงานของกลุ่มอื่นๆ

เด็กๆก็เข้าเป็นสมาชิกของชมรมรักการอ่านด้วยเช่นกัน เช่น ในรัฐอิลลินอยส์ นายกเทศมนตรีของนครชิคาโก ชื่อ ริชาร์ด เดลีย์ ได้จัดตั้งชมรมดังกล่าวขึ้นในโรงเรียนต่างๆ ชมรมของเด็กๆสามารถขอความร่วมมือจากมูลนิธิ Great Books ซึ่งจะจัดเตรียมรายการหนังสือน่าอ่าน พร้อมมีจำหน่ายด้วย รวมทั้งการจัดฝึกอบรมให้สมาชิกสามารถนำการอภิปรายหรือวิจารณ์หนังสือได้ด้วย

ผู้แทนจาก National Endowment for the Arts กล่าวว่า การก้าวสู่ยุคการสื่อสารด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความบันเทิงและข้อมูลข่าวสารนั้น ย่อมไม่เป็นข่าวดีต่อสังคมของเรา รายงานการวิจัยบอกด้วยว่า นักอ่านทั้งหลายย่อมกระตือรือร้นต่อกิจกรรมของชุมชนมากกว่า และพบว่าคนที่อ่านงานวรรณกรรมมีแนว โน้มที่จะเสียสละเวลาของตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นมากกว่าคนที่ไม่อ่านหนังสือ เขาเหล่านั้นยินดีสนับสนุนผล งานศิลปะ และร่วมกิจกรรมกีฬาต่างๆอีกด้วย กล่าวโดยสรุปก็คือ การอ่านมีอิทธิพลต่อชีวิตของคนเรามาก ยิ่งกว่าความสุขหรือความพึงพอใจที่ได้จากการอ่านเสียอีก

สิบสิ่งที่ควรรู้

1 ไม่กี่ปีของการศึกษาไม่ได้ทำให้นักศึกษาคนหนึ่ง:

บ่อยเกินไปเยาวชนมุสลิมศึกษาหนังสือสองสามเล่มหรือไม่กี่ปีแล้วจึงพัฒนา “นักศึกษา” ซับซ้อน พวกเขาเริ่มต้นที่จะบังคับความคิดเห็นกับคนอื่น ๆ ราวกับว่าพวกเขาไม่สามารถจะผิด พวกเขากลายเป็นทิฐิกับมุมมองอื่น ๆ และพวกเขาเขียนออกใครที่ไม่เห็นด้วยกับพวกเขาเป็นความผิดปกติ

เรา จำเป็นต้องตระหนักถึงก่อนที่เราจะเริ่มต้นการเดินทางของเราของความรู้ที่ วิทยาศาสตร์ของศาสนาอิสลามเป็นจำนวนมากและลึก; ความหลากหลายของความคิดเห็นในเฟคห์มีหลายและโอกาสเสมอถูกขวามีบาง ผม แนะนำให้ทุกเพื่อนสาวของฉันมุสลิมที่จะเหยียบระมัดระวังให้อัตตาในการตรวจ สอบความแตกต่างกับวิธีการเป็นไปได้ของการผิดและไม่เคยลืมที่จะพูดว่า “อัลลอรู้ดีที่สุด”

2 มารยาทมาก่อน:

ในอดีตนักวิชาการส่วนใหญ่จะฝึกนักเรียนในมารยาทที่ดีก่อนที่จะสอนให้พวกเขารู้อิสลาม พ่อแม่เกินไปจะส่งเสริมให้เด็กของพวกเขาที่จะเรียนรู้มารยาทก่อนวิทยาศาสตร์อิสลาม

น่า เศร้าที่วันนี้หลายสถาบันไม่ได้สอนมารยาทที่ดีให้กับนักเรียนของพวกเขาคาด หวังว่าพวกเขาจะได้รับโดยอัตโนมัติพวกเขาผ่านการศึกษาของศาสนาอิสลาม นี้นำไปสู่ครูสอนศาสนาอิสลามที่มีมารยาทที่ไม่ดีซึ่งจะไล่คนออกจากศาสนาอิสลาม

ใน เรื่องนี้ใครที่กำลังศึกษาหรือการเรียนการสอนศาสนาอิสลามจะต้องเรียนรู้ มารยาทที่เหมาะสมในการจัดการกับคนเมตตาความอดทนและไม่ถูกตัดสินและต้องมี บุคลิกภาพที่ดึงดูดผู้คนมิฉะนั้นเราอาจจะทำอันตรายมากกว่าดี

3 การศึกษาศาสนาอิสลามไม่ได้ทำให้ใครคนหนึ่งภูมิคุ้มกันเพื่อบาป:

บางคนมีความเข้าใจผิดว่าหากพวกเขาศึกษาอิสลามที่พวกเขาจะไปถึงระดับของความกตัญญูที่พวกเขาไม่สามารถลื่น ความจริงก็คือ Shaytan พยายามก็ยากที่จะนำคนของความรู้ในทางที่ผิดมันมีผลกระทบต่อการเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุมชนโดยรวม

ดัง นั้นแทนที่จะทดลองปลูกน้อยกว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะเพิ่มและกระชับเป็น Shaytan พยายามที่จะใช้ทุกวิถีทางในการกำจัดของเขาที่จะนำเราออกนอกลู่นอกทาง เรา จำเป็นต้องตระหนักถึงนี้เตรียมความพร้อมสำหรับมันและไม่เคยปล่อยให้ยามของ เราลงไปในฐานะ Shayateen พยายามอย่างหนักมากที่จะทำให้ฤดูใบไม้ร่วงของชาวมุสลิมที่มีความรู้ในทางที่ ผิด

4 คนจะตัดสินคุณ:

ในขณะที่เราไม่ควรจะตัดสินคนเป็นครูสอนศาสนาอิสลามในความเป็นจริงที่คนยังจะตัดสินคุณ หลายคนกำลังข่มขู่โดยการฝึกชาวมุสลิม เมื่อพวกเขาเห็นการฝึกชาวมุสลิมพวกเขาเห็นข้อบกพร่องของตนเองและข้อบกพร่องและเพื่อให้พวกเขาค้นหาสำหรับความผิดในแต่ละที่ เราไม่ควรแปลกใจถ้าคนตัดสินท่าทางของเราเสื้อผ้าหรือจุดอ่อน; มันเป็นทางของพวกเขาเพื่อที่จะพยายามปลอบใจตัวเองหรือปรับบาปของพวกเขา เราจำเป็นต้องอยู่เสมอในใจและสามารถที่จะตอบสนองอย่างเหมาะสม

5 คุณเป็นตัวแทนของความศรัทธาของคุณ:

เมื่อคนเลือกที่จะศึกษาศาสนาอิสลามโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาได้รับชื่อพวกเขาโดยอัตโนมัติกลายเป็นตัวแทนของ Deen เมื่อคนเห็นImāmหรือชีพวกเขาคาดหวังที่จะเห็นตัวอย่างของศาสนาอิสลาม ถ้า คนเห็นเช่นบาปคนหนึ่งพวกเขาทั้งสองจะสูญเสียความเคารพต่อเขาและกลายเป็นไม่ แยแสเกี่ยวกับศาสนาอิสลามหรือพวกเขาจะใช้มันเป็นข้อพิสูจน์ว่ามันไม่สามารถ เป็นไปได้ว่าบาปใหญ่ ทั้งสองวิธีสำหรับครูอิสลามชีวิตของเราเป็นตัวแทนของเรา Deen ดังนั้นเราจึงควรระมัดระวังที่จะไม่ให้แสดงผลผิดพลาดของศาสนาอิสลาม

6 คุณจะได้รับการทดสอบ:

ไม่ต้องสงสัยชีวิตคือการทดสอบและมนุษย์ทุกคนจะถูกทดสอบตลอดเวลาในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่หนึ่งไม่ควรคิดว่าเป็นเพราะหนึ่งคือการเรียนการสอนศาสนาอิสลามและมันจะให้อัลลอชีวิตของความสะดวกและความสะดวกสบาย ค่อนข้างประวัติศาสตร์พิสูจน์ได้ว่าผู้ที่อยู่ใกล้กับอัลลอเป็นส่วนใหญ่การทดสอบอย่างรุนแรง ศาสดา (สันติภาพพวกเขา) กล่าวว่า “คนส่วนใหญ่ได้รับการทดสอบอย่างรุนแรงเป็นผู้เผยพระวจนะแล้วที่ใกล้เคียงที่ สุดกับพวกเขาในความกตัญญูแล้วที่ใกล้เคียงที่สุดที่พวกเขา.”

ได้เตรียมที่จะได้รับการทดสอบและใช้เป็นเครื่องหมายแสดงว่าอัลลอรักคุณและต้องการที่จะทดสอบความรักของคุณสำหรับพระองค์ โปรด จำไว้ว่าท่านศาสดา (สันติภาพพวกเขา) กล่าวว่า “ใครก็ตามที่ embarks บนเส้นทางที่จะศึกษาศาสนาอิสลามได้ลงมือเส้นทางสู่พาราไดซ์.” มันไม่ใช่ข้อมูลเพียงอย่างเดียวที่จะให้บุคคลที่จะพาราไดซ์; มันเป็นความสำเร็จของเขาสิทธิ โดยการทำความเข้าใจการฝึกและพระธรรมให้ผู้อื่นและการรับมือกับทุกปัญหาที่ไปพร้อมกับนี้ว่าในท้ายที่สุดจะนำไปสู่พาราไดซ์

7 การศึกษาไม่ควรจะสิ้นสุด; ค่อนข้างมันควรจะเป็นขั้นตอนในการสูงกว่าเป้าหมาย:

ฉันได้พบ Moulanas หลายอิและShuyūkhกับเป้าหมายที่ไม่มีแรงบันดาลใจ แม้จะมี ummah มีปัญหามากมายที่ต้องจัดการกับคนเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่ดูแล การวิเคราะห์ต่อไปผมรู้ว่าพวกเขาออกไปเรียนกับหนึ่งในเป้าหมายดังต่อไปนี้: เพื่อโปรดพ่อแม่ของพวกเขาจะได้รับชื่อหรือได้รับความรู้ เมื่อ พวกเขาได้รับความรู้ที่พวกเขาไม่ได้รู้หรือสนใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อให้ พวกเขาพร้อมดำเนินการกับชีวิตของพวกเขาเช่นลาแบกหนังสือ

คนที่ศึกษาศาสนาอิสลามใดควรจะครุ่นคิดและหาแรงจูงใจที่ดีในการศึกษา บางทีคุณอาจต้องการที่จะกลายเป็น da’ee และวิธีการของคำแนะนำสำหรับที่ไม่ใช่มุสลิม บางทีคุณอาจต้องการที่จะสร้างศูนย์อิสลามในพื้นที่ที่ต้องการอย่างใดอย่างหนึ่ง บางทีคุณอาจต้องการกลายเป็น mujtahid ในเขตข้อมูลที่ขาดนักวิชาการที่มีคุณภาพหลาย สิ่งที่คุณตัดสินใจก็ควรจะเป็นสิ่งที่มีเกียรติที่คุณต้องการจะทำอย่างไรเพื่อประโยชน์ของอัลลอหลังจากจบการศึกษาของคุณ ในระยะสั้นการศึกษาไม่ควรเป้าหมาย แต่หมายถึงการช่วยให้บรรลุเป้าหมายสูงขึ้น

8 คุณไม่สามารถเปลี่ยนทุกคน:

ในชีวิตเราไม่เคยได้รับสิ่งที่เราต้องการ ในทำนองเดียวกันในการทำงานอิสลามสิ่งที่ไม่เคยไปทางของเรา โปรดจำไว้ว่าทุกคนไม่คุณพบจะเห็นด้วยกับคุณฟังคุณหรือยอมรับข้อความของคุณ ค่อนข้างมีเสมอจะเป็นคนที่จะไม่เห็นด้วยกับคุณหรือแบนออกปฏิเสธคุณ นี้ คือความเป็นจริงและเราจะต้องมีการเตรียมการนี้โดยตระหนักถึงคำแนะนำเป็น เพียงในมือของอัลเลาะห์และเราจะเพียงความรับผิดชอบสำหรับการถ่ายทอดข้อความ

9 คุณจะทำผิดพลาด:

ส่วนมากของเราศึกษาศาสนาอิสลามที่จะทำขึ้นสำหรับความผิดของอดีตของเรา ยัง เป็นมนุษย์ที่เราไม่เคยเป็นอิสระจากบาปและความผิดพลาดและเพื่อให้บางคนกลาย เป็นความสุขและให้ขึ้นการทำงานอิสลามเมื่อพวกเขารู้ว่าพวกเขาอยู่ในขณะนี้มี ความรู้ แต่บางครั้งยังตกอยู่ในความบาป

ความ จริงก็คือ Shaytan ต้องการให้เราเลิกและโดยทำเช่นนั้นเราเป็นเพียงการเล่นในมือของเขา แต่เป็นผู้ทรงอภัยมากที่สุดให้กับผู้ที่สำนึกผิด เวลา ที่คุณล้มลงและทำผิดพลาดให้เลือกตัวเองกลับขึ้นทุกปีจะหันไปอัลเลาะห์ในการ กลับใจและพยายามอีกครั้งเพื่อเป็นมุสลิมที่ดีและไม่เคยอนุญาตให้บาปหรือความ ผิดพลาดของคุณหยุดคุณจากการทำงานอิสลาม ค่อนข้างมันจะกระตุ้นให้เราทำการทำงานอิสลามมากขึ้นเพื่อให้การกระทำที่ดีของเราเกินดุลบาปของเราเมื่อวันสุดท้าย

10 รางวัลสำหรับการศึกษาและการเรียนการสอนศาสนาอิสลามมีมูลค่ามัน:

ขณะที่ส่วนใหญ่ของข้างทำให้ดูเหมือนการทำงานอิสลามเป็นเขตที่ยากที่ไม่ได้เป็นวัตถุประสงค์ของบทความนี้ วัตถุประสงค์เป็นเพียงการเตรียมความพร้อมสำหรับความท้าทายหลายที่และความรับผิดชอบที่เราเผชิญในขณะที่พยายามที่จะให้บริการอัลเลาะห์

ความจริงก็คือรางวัลของการจัดการกับทุกอย่างที่กล่าวเป็นจริงมันคุ้มค่าไม่ว่าจะเป็นผลตอบแทนที่อยู่ในโลกนี้หรือใน akhirah เท่า ที่ akhirah ไปเรารู้ว่าเส้นทางของความรู้นำไปสู่การ Paradise แต่เพิ่มเติมเพื่อที่ความจริงที่ว่าinshā’Allāhคุณจะได้รับรางวัลสำหรับการ กระทำที่ดีของผู้ที่คุณสอนหรือสร้างแรงบันดาลใจที่จะทำดี

ในแง่นี้มันเป็นหนึ่งในการกระทำที่ดีเท่านั้นที่เราสามารถทำที่เก็บรางวัลคูณ ศาสดา (สันติภาพพวกเขา) กล่าวว่า “เมื่อคนตายสิ้นทั้งการกระทำของตนนอกจากสาม:. กุศลซึ่งยังคงได้รับประโยชน์ความรู้ที่เขาทิ้งไว้ข้างหลังที่คนได้รับ ประโยชน์จากเด็กและความชอบธรรมที่สวดภาวนาให้เขา”

เท่าที่โลกนี้ไปรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนอิสลามจะได้รับในโลกนี้จะเห็นผลของความพยายามของเขา เมื่อ คนจะบอกคุณว่าพวกเขามีการเปลี่ยนแปลงและกลายเป็นมุสลิมที่ดีกว่าเพราะ อิทธิพลของหรือเมื่อคนใช้เวลาของพวกเขา shahadah ที่อยู่ในมือของคุณมีความรู้สึกที่เท่าเทียมกันกับมันไม่เป็นและเสียสละที่ คุณได้ผ่านการ Deen ใดรู้สึกคุ้มค่า

การเพาะเมล็ดกาแฟ

 

เมล็ดกาแฟอาราบิกาส่วนใหญ่ปลูกในละตินอเมริกา แอฟริกาตะวันออก อาราเบียหรือเอเชีย ส่วนเมล็ดกาแฟโรบัสตาปลูกในแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลาง ไปจนถึง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบางส่วนของประเทศบราซิล เมล็ดกาแฟที่ปลูกในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันส่งผลให้เมล็ดกาแฟของแต่ละท้อง ถิ่น ทำให้เกิดลักษณะเฉพาะตัว อย่างเช่น รสชาติ กลิ่น สัมผัสและความเป็นกรด ลักษณะรสชาติของกาแฟนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ปลูกเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์กำเนิดและกระบวนการผลิตด้วย ซึ่งโดยปกติแล้ว ความแตกต่างนี้จะสามารถรับรู้กันในท้องถิ่นเท่านั้น

กาแฟมักจะได้รับการขยายพันธุ์โดยวิธีเพาะเมล็ด วิธีดั้งเดิมในการปลูกกาแฟคือการใส่เมล็ดกาแฟจำนวน 20 เมล็ดในแต่ละหลุม เมื่อย่างเข้าฤดูฝน เมล็ดกาแฟครึ่งหนึ่งจะถูกกำจัดตามธรรมชาติ เกษตรกรมักจะปลูกต้นกาแฟร่วมกับพืชผลประเภทอื่น ๆ อย่างเช่น ข้าวโพด ถั่วหรือข้าว ในช่วงปีแรก ๆ ของการเพาะปลูก

กาแฟสายพันธุ์หลักที่ปลูก กันทั่วโลกมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ Coffea canephora และ Coffea arabica กาแฟอาราบิกา (ผลผลิตจาก Coffea arabica) ถูกพิจารณาว่าเหมาะแก่การดื่มมากกว่ากาแฟโรบัสตา (ผลผลิตจาก Coffea canephora) เพราะกาแฟโรบัสตามักจะมีรสชาติขมกว่าและมีรสชาติน้อยกว่ากาแฟอาราบิกา ด้วยเหตุผลดังกล่าว กาแฟที่เพาะปลูกกันจำนวนกว่าสามในสี่ของโลกจึงเป็น Coffea Arabica อย่างไรก็ตาม Coffea canephora สามารถพิสูจน์ได้ว่าสามารถก่อให้เกิดโรคได้น้อยกว่า Coffea arabica และสามารถปลูกได้ในสภาพแวดล้อมที่ Coffea arabica ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ กาแฟโรบัสตามีปริมาณคาเฟอีนผสมอยู่มากกว่ากาแฟอาราบิกาอยู่ประมาณ 40-50% ดังนั้น ธุรกิจกาแฟจึงมักใช้กาแฟโรบัสตาทดแทนกาแฟอาราบิกาเนื่องจากมีราคาถูกกว่า กาแฟโรบัสตาคุณภาพดีมักจะใช้ผสมในเอสเพรสโซเพื่อให้เกิดฟองและลดค่าวัตถุดิบ ลง นอกจากกาแฟทั้งสองสายพันธุ์นี้แล้ว ยังมี Coffea liberica และ Coffea esliaca ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพืชท้องถิ่นของประเทศไลบีเรียและทางตอนใต้ของประเทศ ซูดานตามลำดับ

เสรีภาพแห่งท้องทะเล

นับแต่โลกรู้จักคำว่า เสรีภาพแห่ง ท้องทะเลจนมาถึงยุคปัจจุบัน เสรีภาพแห่งท้องทะเลได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการไปอย่างมากมาย เนื่องจากมนุษย์ได้พัฒนาประโยชน์จากทะเลต่างไปจากในอดีตโดยสิ้นเชิง ซึ่งมนุษย์เคยใช้ประโยชน์จากทะเลก็เพื่อการเดินเรือ และการประมงเท่านั้น

สาเหตุ สำคัญที่การใช้ประโยชน์จากทะเลเปลี่ยนไปโดยเฉพาะในบริเวณ ทะเลซึ่งอยู่นอกเขตอำนาจรัฐ คือ บริเวณที่เรียกว่าทะเลหลวง (HIGH SEA) ก็คือความเจริญและก้าวหน้าของเทคโนโลยี รวมทั้งความต้องการในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ธรรมชาติ ในทะเลของมนุษย์นั้นเอง

เหตุที่กล่าวว่า “อีกครั้ง” เพราะครั้งแรกเป็นการประกาศของชาวโรมันในสมัยกษัตริย์ JUSTINIEN แต่ดูจะเป็นการประกาศความยิ่งใหญ่ของชาวโรมันเสียมากกว่า ทะเลนั้นไม่มีใครครอบครอง (ยกเว้นคนโรมัน) และเป็นของส่วนรวม (ของคนโรมันชาติเดียว) ในสมัยที่โรมันเป็นยุคจักรวรรดินั้น เป็นที่ทราบกันดีว่าชาวโรมันเป็นประเทศที่ใช้ทะเลอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็น การคมนาคม การค้าขายโดยเฉพาะอย่างยิ่งซึ่งประเทศที่เป็นเมืองขึ้นของโรมันที่สำคัญคือ การล่าอาณานิคม เช่น ประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศสหรือประเทศเยอรมัน

เมื่ออนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทะเลฉบับแรก คือ อนุสัญญากรุงเจนีวา ค.ศ. 1958 มีผลบังคับใช้ก็เท่ากับว่าโลกได้มีระบบกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ทะเลของรัฐชาย ฝั่งขึ้นแล้ว เพราะอนุสัญญาฉบับนี้ ได้กำหนดสิทธิและหน้าที่ของรัฐชายฝั่งไว้ว่า ในแต่ละอาณาเขตทางทะเลนั้นรัฐชายฝั่งจะมีสิทธิและหน้าที่อย่างไรบ้าง ซึ่งอนุสัญญากรุงเจนีวา ค.ศ. 1958 ได้แบ่งทะเลออกเป็นเขตตามชื่อของอนุสัญญาทั้ง 4 ฉบับ นับเป็นครั้งแรกที่เสรีภาพแห่งทะเลหลวงได้ถูกลิดรอนโดยการครอบครองทะเลของ มนุษย์โดยมีกฎหมายเป็นเครื่องมือ คือ

  1. อนุสัญญาว่าด้วยทะเลอาณาเขต
  2. อนุสัญญาว่าด้วยไหล่ทวีป
  3. อนุสัญญาว่าการเขตประมงและการอนุรักษ์ทรัพยากร
  4. อนุสัญญาว่าด้วยทะเลหลวง

สำหรับเสรีภาพแห่งท้องทะเลนั้น ได้ถูกบัญญัติไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยทะเลหลวงซึ่งได้กำหนดเสรีภาพไว้ 4 ประเภทคือ

  1. เสรีภาพในการเดินเรือ
  2. เสรีภาพในการประมง
  3. เสรีภาพในการบิน
  4. เสรีภาพในการวางสายเคเบิ้ลและท่อใต้ทะเล

การที่อนุสัญญาว่าด้วยทะเลหลวงของอนุสัญญากรุง ค.ศ. 1958 ได้บัญญัติ 4 ประการ ก็น่าจะด้วยเหตุผลที่มนุษย์ ณ ช่วงเวลานั้นมีความสามารถที่จะทำกิจการหรือใช้ประโยชน์จากทะเลได้เท่านั้น นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามกิจการที่ทุกรัฐ น่าจะมีสิทธิที่จะใช้ทะเลได้อย่างเท่าเทียมกัน ก็คงจะเป็นเสรีภาพในการเดินเรือ เสรีภาพในการประมงและเสรีภาพในการบิน แต่เนื่องจากเป็นเสรีภาพในทะเลหลวง ซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่นอกเขตอำนาจรัฐและไม่มีใครอ้างสิทธิครอบครองได้ เพราะเป็นบริเวณที่ไกลจากฝั่งมาก รัฐที่จะใช้เสรีภาพทั้ง 3 นี้ได้เต็มที่ คงเป็นรัฐที่มีความสามารถทั้งทางเทคโนโลยีและเงินทุนเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐที่เป็นมหาอำนาจทางทะเล เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศฝรั่งเศส เป็นต้น และรวมทั้งประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ประเทศเนเธอแลนด์ สำหรับประเทศกำลังพัฒนานั้นแทบจะไม่มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมใช้เสรีภาพดัง กล่าวได้เลย

 

ดังนั้น อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 จึงกำหนดเสรีภาพไว้รวมเป็น 6 ประการคือ

  1. เสรีภาพในการเดินเรือ
  2. เสรีภาพในการบิน
  3. เสรีภาพในการประมง
  4. เสรีภาพในการวางสายเคเบิ้ลและท่อใต้ทะเล
  5. เสรีภาพในการทดลองวิทยาศาสตร์
  6. เสรีภาพในการสร้างเกาะเทียมและประภาคาร

จากเสรีภาพทั้ง 6 ประการข้างต้นนี้ มีเสรีภาพอีก 2 ประการ ที่ได้ถูกบัญญัติเพิ่มขึ้นมา แต่ก็เป็นเสรีภาพที่แลกกับการประกาศขยายและครอบครองบริเวณที่เรียกว่าเขต เศรษฐกิจจำเพาะ (EXCLUSIVE ECONOMIC ZONE หรือ E.E.Z.) เป็นเสรีภาพที่น่าจะเป็นกิจกรรมของประเทศมหาอำนาจหรือประเทศที่กำลังพัฒนา แล้วเท่านั้น เพราะเป็น 2 กิจกรรมที่ต้องใช้เทคโนโลยีสูงและเงินลงทุนมหาศาลด้วย จึงเป็นเรื่องที่ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายจะต้องรอไปอีกระยะหนึ่งจึงจะ สามารถเข้าไปใช้เสรีภาพในทะเลหลวงครบทั้ง 6 ประการได้ในที่สุดไม่เว้นแต่ประเทศไทย

เมื่อพิจารณาดูเสรีภาพในทะเลหลวงตามที่บัญญัติไว้ในอนุสัญญาสหประชา ชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 จะรู้สึกได้ว่า นี่เป็นการต่อสู้หรือชัยชนะของประเทศมหาอำนาจแน่นอน เพราะการมี 2 เสรีภาพนี้เพิ่มเติมขึ้นมาก็เพื่อรองรับศักยภาพของประเทศมหาอำนาจโดยแท้ เพราะไม่ว่าตอนนี้หรือก่อนหน้านี้หรือในอนาคตก็คงจะไม่ใครได้ใช้เสรีภาพนี้ แน่นอกจากประเทศมหาอำนาจ และอนุสัญญาฉบับนี้ยังได้มีการกำหนดเขตบริเวณพื้นที่ (THE AREA) ขึ้นมาโดยมีเจตนาที่จะปกป้องคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณดังกล่าวไว้ เป็นมรดกตกทอดของมวลมนุษยชาติ (COMMON HERITAGE OF MANKIND) ทำให้การเข้าไปแสวงหาประโยชน์ในบริเวณพื้นที่เป็นเรื่องยากขึ้นมาทันที ดังนั้น หากสามารถกำหนดเสรีภาพในการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์และเสรีภาพในการสร้างเกาะ เทียมและประภาคาร ก็อาจจะทดแทนการสูญเสียประโยชน์ในบริเวณพื้นที่ได้ไม่มากก็น้อย

ต่อมาเมื่อมีความเจริญทางเทคโนโลยี รวมทั้งความต้องการในการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรในทะเลหลวงมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วง ปี ค.ศ. 1960 ซึ่งเริ่มมีการประชุมเพื่อจัดทำร่างอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล อีกฉบับในเวลาต่อมา เสรีภาพในการวางสายเคเบิ้ลและท่อใต้ทะเล จึงเป็นเสรีภาพที่มนุษย์รู้จักและใช้กันอย่างกว้างขวาง เพราะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกลายเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในโรงงานอุตสาหกรรม การขนส่งสินค้าหรือแม้แต่ในครัวเรือน

ประเทศไทยในขณะนั้นก็เป็นอีก ประเทศหนึ่งที่ได้มีโอกาสใช้เสรีภาพใน ทะเลหลวงครบทั้ง 4 ประการแม้ว่าจะเป็นเพียงประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้นก็ตามที

ในที่สุด เมื่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 มีผลบังคับใช้เมื่อ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1994 หลังจากที่มีประกาศให้สัตยาบันครบ 60 ประเทศ ซึ่งในอนุสัญญาฉบับนี้ได้กำหนดเสรีภาพในทะเลหลวงนั้นอีก 2 ประการซึ่งเป็นเสรีภาพที่เป็นผลมาจากกิจกรรมที่มนุษย์ สามารถใช้ประโยชน์จากทะเลหลวงได้มากกว่าอนุสัญญากรุงเจนีวา ค.ศ. 1958 นั่นเอง

ปัจจุบันนี้จะมีข่าวการทดลองอาวุธในบริเวณมหาสมุทรอยู่อย่างต่อ เนื่อง เช่น กรณีล่าสุดที่ประเทศรัสเซียได้ทดลองขีปนาวุธ และส่งผลให้เกิดลำแสงประหลาดขึ้นที่ประเทศนอรเวย์ ก็ด้วยการตีความว่าเสรีภาพในการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในทะเลหลวงนั้น หมายความรวมถึงการทดลองอาวุธด้วยนั่นเองก็คงไม่ต้องสงสัยว่าประเทศใดบ้างที่ จะมีโอกาสได้ทำกิจกรรมนี้ในบริเวณดังกล่าว

ส่วนเสรีภาพในการสร้างเกาะเทียมและประภาคารนั้นก็คงไม่ต้องสงสัยว่า ประเทศที่จะทำได้ก็ต้องเป็นมหาอำนาจอีกเช่นกัน ส่วนประเทศอื่น ๆ ก็คงต้องรอไปก่อน

แต่สำหรับเสรีภาพในการเดินเรือกับเสรีภาพในการประมงดูจะเป็นเสรีภาพ ที่ไม่ว่าในอดีตหรือปัจจุบันประเทศส่วนใหญ่ล้วนได้ใช้ประโยชน์กันอย่างถ้วน หน้าเพียงแต่มากน้อยเท่านั้น ตัวอย่าง ไม่ไกลตัวก็คือประเทศไทยซึ่งแม้จะเป็นประเทศกำลังพัฒนา (ด้อยพัฒนา? ในความรู้สึกของคนไทยบางคน) ก็ได้มีโอกาสเข้าไปใช้ได้อย่างเต็มภาคภูมิไม่เมิน รวมทั้งเสรีภาพในการบิน ด้วย

แต่อย่างไรก็ดีเสรีภาพทั้งหมดทั้งปวงนี้ยกเว้นเสรีภาพในการบินเท่า นั้นได้กลายมาเป็นที่มาของปัญหาสภาวะแวดล้อมไปแล้วในเวลานี้ โดยเฉพาะเสรีภาพในการเดินเรือ เสรีภาพในการประมงและเสรีภาพในการสร้างเกาะเทียมและประภาคารซึ่งล้วนเป็น กิจกรรมที่สร้างมลภาวะให้กับทะเลหลวงอย่างมหาศาลทั้งสิ้น

การทำอุตสาหกรรมประมงรวมทั้งการขนส่งสินค้าทางทะเลได้มีการพัฒนา และมุ่งจะให้ได้กำไรมากที่สุดโดยไม่ได้คำนึงว่าการทำให้ได้มาซึ่งกำไรนั้น ต้องทำร้ายทะเลหลวงอย่างไรบ้าง เช่น การใช้เรือซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ การทิ้งของเสียจากเรือหรือการสร้างแท่นขุดเจาะน้ำมัน เป็นต้น

กิจกรรมเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่เกิดในทะเล ดังนั้น มลภาวะจากกิจกรรมดังกล่าวจึงลงสู่ทะเลโดยตรง เช่นกัน โดยเฉพาะทะเลหลวงซึ่งถือว่าเป็นบริเวณทะเลที่มนุษย์ใช้ประโยชน์มากที่สุดใน ฐานะที่เป็นเส้นทางคมนาคม เป็นจุดยุทธศาสตร์ เป็นแหล่งประมง รวมทั้งเป็นแหล่งควบคุมอุณหภูมิของโลกด้วย แต่เมื่อมนุษย์ทำร้ายทะเลหลวงโดยการทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างไม่ระมัดระวังจึงทำให้โลกต้องผจญกับภาวะโลกร้อนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ได้ ซึ่งปัญหาภาวะโลกร้อนนี้ได้กลายเป็นปัญหาใหญ่และสำคัญระดับโลกไปแล้ว และในปัจจุบันนี้ได้มีการประชุมเพื่อวางระเบียบและกำหนดมาตรการเพื่อป้องกัน ไม่ให้ทะเลต้องพบภาวะมลพิษ เช่น อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการเตรียมพร้อมการสนองตอบและความร่วมมือเกี่ยว กับภาวะมลพิษน้ำมัน ค.ศ. 1990 (International Convention Oil Pollution Preparedness, Response and Cooperation, 1990) อนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อป้องกันภาวะมลพิษจากเรือ ค.ศ.1973 (International Convention for the Prevention of Pollution from Ships, 1973) และอนุสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับการแทรกแซงในทะเลหลวงในกรณีของความเสีย หายจากภาวะมลพิษจากน้ำมัน ค.ศ.1969 (International Convention Relating to Intervention on the High Seas in Cases of Oil Pollution Casualties, 1969)

นอกจากนั้นยังมีอนุสัญญาฉบับล่าขึ้นอีกฉบับ คืออนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันมลพิษจากเรือ ค.ศ. 1973 และพิธีสาร ค.ศ. 1978 (International Convention for the Prevention of Pollution from Ships, 1973 as Modified by the Protocol of 1978: MARPOL 73/78) ซึ่งเป็นอนุสัญญาซึ่งสร้างนั้นมาใช้บังคับกับการป้องกันมลภาวะในทะเลนี้เกิด จากเรือ ไม่ว่าจะเกิดโดยตั้งใจหรือจากอุบัติเหตุ รวมทั้งควบคุมการปล่อยน้ำมัน สารเคมีและวัสดุอันตรายในตู้สินค้า น้ำทิ้งและขยะ

การโดยสรุปก็คือ ทะเลซึ่งมีพื้นที่ถึง 71% ของผิวโลก ได้เป็นแหล่งทำมาหากิน เป็นที่แสวงหาประโยชน์ได้ว่าจะเป็นทรัพยากรที่มีชีวิต หรือไม่มีชีวิต โดยเฉพาะเป็นเส้นทางคมนาคมมาทุกยุคทุกสมัย แต่ในที่สุดทะเลกลับต้องได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ทั้งสิ้น ดังนั้น ถึงเวลาหรือยังที่มนุษย์จะต้องมาช่วยกันดูแลทะเลให้อยู่ในสภาพเดิมอย่างที่ เคยเป็นมาและรักษาความเป็นเสรีภาพแห่งท้องทะเลไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ใช้ ประโยชน์ในเสรีภาพแห่งท้องทะเลต่อไปก่อนที่จะไม่มีทะเลไว้ให้ใช้

ประวัติศาสตร์ คือ อะไร?

ประวัติศาสตร์จะเกิดขึ้นได้ด้วยองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ สังคมมนุษย์ หลักฐาน มิติของเวลา และวิธีการทางประวัติศาสตร์ โดยขั้นแรกต้องมีเหตุการณ์หรือพฤติกรรมในสังคมมนุษย์เกิดขึ้น แต่เนื่องจากสังคมมนุษย์เกิดขึ้นมากว่า 500,000 ปีมาแล้ว ความจริงในอดีตจึงต้องอาศัยร่องรอยหลักฐานทาง ประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจเกิดจากธรรมชาติหรืออาจเกิดจากสิ่งที่มนุษย์ตั้งใจหรืออาจไม่ตั้งใจ จะสร้างหลักฐานขึ้น และเมื่อเกิดหลักฐานขึ้นแล้วต้องอาศัยนักประวัติศาสตร์ หรือผู้ที่สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ทำหน้าที่รวบรวม ตรวจสอบ พิจารณา ไตร่ตรอง วิเคราะห์ ตีความ วินิจฉัย และเรียบเรียงข้อเท็จจริงที่ค้นพบ เพื่ออธิบายเรื่องราวในสังคมนั้น ๆ ว่าเกิดขึ้นเพราะเหตุใด และผลของเหตุการณ์นั้นเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตามไม่มีผู้ใดสามารถ จำลองอดีตได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ฉะนั้นเหตุการณ์ที่เรียบเรียงขึ้นเป็นประวัติศาสตร์นี้ จึงเป็นเรื่องราวเพียงส่วนหนึ่งของพฤติกรรมมนุษย์ในอดีตเท่านั้น โดยผู้ศึกษาเห็นว่าเหตุการณ์นั้นมีความสำคัญต่อสังคม และควรเรียนรู้ ถือเป็นบทเรียนของอดีตที่มีผลถึงปัจจุบันและอนาคต การสืบค้นอดีต เพื่อเข้าใจสังคมปัจจุบันและเห็นแนวทางปฏิบัติในอนาคตคือ คุณค่าสำคัญของประวัติศาสตร์

History มาจากคำภาษากรีกว่า Historia ซึ่งแปลว่า การไต่สวน สืบสวน ค้นคว้า ตรวจสอบ วินิจฉัยเรื่องราวต่าง ๆ นักประวัติศาสตร์และผู้รู้หลายท่านให้คำนิยาม ความหมายของประวัติศาสตร์ ไว้ต่าง ๆ กันมากมายหลายความหมาย แต่ก็ยังไม่มีคำจำกัดความที่ตายตัวแน่นอนมาจน ทุกวันนี้

  • ลิโอ ตอลสตอย กล่าวว่า “ประวัติศาสตร์คือเรื่องราวของชีวิต ของประเทศชาติและมนุษยชาติ….”
  • ดร.สมศักดิ์ ชูโต อธิบายว่า “วิชาประวัติศาสตร์พยายามที่จะบันทึกและทำความเข้าใจกับปรากฏการณ์ต่างๆ ในโลกอันเกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ทุกด้าน……”
  • พล.ท.ดำเนิร เลขะกุล ได้สรุปความคิดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ว่า “คือ บันทึกที่บรรยายเรื่องราวทุก ๆ ด้านในอดีตของมนุษย์ และบันทึกนั้นเป็น ความจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ซึ่งอาจจะเป็นการเรียบเรียงต่อเนื่องกันมาโดย ตลอด หรือเรียบเรียงเฉพาะตอนหนึ่งตอนใดของเรื่องทั้งหมดก็ได้……”
  • ดร.แถมสุข นุ่มนนท์ ให้ทรรศนะว่า “ประวัติศาสตร์คือ การไต่สวนเข้าไปให้รู้ถึงความจริงที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของ มนุษยชาติที่เกิดขึ้นในช่วงใดช่วงหนึ่งของอดีต…”
  • ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ กล่าวถึง ลักษณะสำคัญของคำว่า ประวัติศาสตร์ว่า “วิชาประวัติศาสตร์เป็นการศึกษาความเป็นมาของมนุษย์ในอดีต ตั้งแต่เมื่อเริ่มมี การจดบันทึกกันด้วยลายลักษณ์อักษร..….”
    เรื่องราวที่บันทึกในประวัติศาสตร์นั้น ต้องเป็นเหตุการณ์อันสำคัญที่เกิดขึ้นในอดีตเท่านั้น เพราะในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ นั้น มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย นักประวัติศาสตร์ไม่จำเป็นต้องสนใจทั้งหมด แต่เหตุการณ์อันสำคัญนั้น จะต้องเกี่ยวข้องกับมนุษย์หรือสังคมของมนุษย์เป็นส่วนใหญ่……”
  • ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ให้ทรรศนะว่า “หัวใจสำคัญ ของประวัติศาสตร์ คือ เรื่องราวของอดีต ซึ่งนักประวัติศาสตร์ค้นคิดขึ้นมาอย่างมีหลักฐาน แล้วก็นำมาถกเถียงถึงความหมายของมันในปัจจุบัน  ซึ่งก็หมายความว่าประวัติศาสตร์เป็นเรื่องอดีตที่ถกเถียงกัน มิใช่เรื่องของอดีต เฉย ๆ …..”
  • อีเอช คาร์ กล่าวว่า “ประวัติศาสตร์คือ ขบวนการอันต่อเนื่องของกริยาตอบโต้ระหว่างนักประวัติศาสตร์กับข้อเท็จจริง เป็นบทสนทนาที่ไม่รู้จบระหว่างอดีตกับ ปัจจุบัน….”
  • อ.จ.เจริญ ไชยชนะ กล่าวว่า “ประวัติศาสตร์นับเป็นสาขาของวิทยาการอันหนึ่งที่บันทึก และอธิบายถึงเหตุการณ์ที่ล่วงมาแล้วในอดีต……”
  • อ.จ.ธิติมา พิทักษ์ไพรวัน กล่าวว่า “ประวัติศาสตร์หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งอาจหมายถึง เมื่อไม่นานมานี้ก็ได้…..”
  • จิตร ภูมิศักดิ์ กล่าวว่า “วิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาที่ว่าด้วยความชัดเจนในการต่อสู้ทางสังคมมนุษย์ ซึ่งวิชานี้เสมือนตัวอย่างของการต่อสู้ทางสังคมแห่งชีวิตของชนรุ่นหลัง…..”
  • พล.ต.โอภาส วงษ์สวัสดิ์ กล่าวว่า “ประวัติศาสตร์คือ “การศึกษาการกระทำต่าง ๆ ของมนุษย์ที่เกิดขึ้นในอดีต”
  • พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ให้คำจำกัดความว่า “ประวัติศาสตร์เป็นวิชาว่าด้วยเหตุการณ์ที่เป็นมาหรือเรื่องราวของประเทศชาติ เป็นต้น ตามที่บันทึกไว้ในหลักฐาน”

ประวัติศาสตร์หมายถึง การศึกษาอดีตของสังคมมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลาและสิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์จึงเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงของสังคม ความคิดและความเชื่อ ที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมต่าง ๆ ในสังคมมนุษย์ที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต

ประวัติศาสตร์ เป็นวิชาที่ว่าด้วยพฤติกรรมหรือเรื่องราวของมนุษย์ที่เกิดขึ้นในอดีต ร่องรอยที่คน ในอดีตสร้างเอาไว้ เป้าหมายของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ คือ การเข้าใจสังคมในอดีตให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด เพื่อนำมาเสริมสร้างความเข้าใจในสังคมปัจจุบัน

ประวัติศาสตร์ มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมของสังคมมนุษย์ที่เชื่อมโยงระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ สังคมมนุษย์ในปัจจุบันล้วนเป็นผลมาจากการกระทำของมนุษย์ในอดีต และอาจส่งผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น การศึกษาอดีตของสังคมมนุษย์ คือ ความพยายามเข้าใจปัจจุบันโดยอาศัยวิธีการสืบค้นเรื่องราวอย่างเป็นระบบจาก ร่องรอยหลักฐานที่หลงเหลืออยู่ ซึ่งเรียกว่า วิธีการทางประวัติศาสตร์ (Historical method)

ประวัติศาสตร์ คือ เรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต โดยเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของมนุษย์ และมีผลมาถึงสังคมมนุษย์โดยส่วนรวม ภายใต้สภาวะแวดล้อมของกาลเวลาต่าง ๆ กัน ตามที่ปรากฏหลักฐานหรือมีการบันทึกไว้

ความสำคัญของประวัติศาสตร์ สามารถสรุปได้ดังนี้

  • ประวัติศาสตร์ช่วยให้มนุษย์รู้จักตัวเอง ทำให้รู้บางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับขอบเขตของตน ขณะเดียวกันก็รู้เกี่ยงกับขอบเขตของคนอื่น กล่าวคือช่วยให้มนุษย์รู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้น รวมทั้งเข้าใจสังคมของมนุษย์โดยส่วนรวม
  • ประวัติศาสตร์ช่วยให้เกิดความเข้าใจในมรดก วัฒนธรรมของมนุษยชาติ ความรู้ ความคิดอ่านกว้างขวาง ทันเหตุการณ์ ทันสมัย ทันคน และสามารถเข้าใจคุณค่าสิ่งต่างๆในสมัยของตนได้
  • ประวัติศาสตร์ช่วยเสริมสร้างให้เกิดความระมัดระวัง ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ฝึกฝนความอดทน ความสุขุมรอบคอบ ความสามารถในการวินิจฉัย และมีความละเอียดเพียงพอที่จะเข้าใจปัญหาสลับซับซ้อน
  • ประวัติศาสตร์เป็นเหตุการณ์ในอดีตที่มนุษย์สามารถนำมาเป็นบทเรียน ให้แก่ปัจจุบัน โดยบทเรียนประวัติศาสตร์ อาจใช้เป็นประสบการณ์พื้นฐานการตัดสินใจ เหตุการณ์ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หรืออนาคต และประยุกต์ใช้ในกระบวนการแก้ไขปัญหา และวิกฤตการณ์ต่างๆ ให้เป็นไปตามหลักจริยธรรม คุณธรรม ทั้งนี้เพื่อสันติสุขและพัฒนาการของสังคมมนุษย์เอง
  • ประวัติศาสตร์สอนให้คนรู้จักคิดเป็น ไม่หลงเชื่อสิ่งใดง่าย ๆ โดยมิได้ไตร่ตรองพิจารณาให้ ถี่ถ้วนเสียก่อน
  • ประวัติศาสตร์ของชาติย่อมทำให้เกิดความภาคภูมิใจในบรรพบุรุษ ในตระกูล และในความ เป็นชาติประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความรักชาติและช่วยกันรักษาชาติบ้านเมืองให้คงอยู่ ทั้งก้าวไปสู่ความเจริญ

นอกจากนี้ ประวัติศาสตร์ยังช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจ ความรัก และความภูมิใจในชาติของตน เข้าใจลักษณะเฉพาะทางวัฒนธรรมของสังคมมนุษย์ที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ กัน และที่สำคัญผู้ศึกษาประวัติศาสตร์จะได้รับการฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ การแยกแยะข้อเท็จจริงจากข้อมูลหลักฐานที่หลากหลาย ได้ฝึกฝนการอ่าน การเขียน การเล่าเรื่อง และการนำเสนออย่างมีเหตุผล อันเป็นกระบวนการสร้างภูมิปัญญาอย่างแท้จริง

การเมืองระหว่างประเทศ

การเมือง

ความสำเร็จของเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศมิใช่อยู่ที่ว่าได้นำเอา เรื่องเศรษฐกิจเข้ามาวิเคราะห์ แต่อยู่ที่การเปิดให้มีการเสาะแสวงหาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประวัติ ศาสตร์อย่างวิเคราะห์วิจารณ์ จุดเน้นเรื่องประเด็นทางเศรษฐกิจเป็นเพียงปรากฎการณ์สำคัญที่จะนำไปสู่การ สร้างความรู้ใหม่เกี่ยวกับระเบียบโลก ความพยายามดังกล่าวนำเอาสิ่ง ใหม่ ๆ เข้ามาประกอบมิใช่แต่เรื่องเศรษฐกิจแบบแคบ ๆ ตัวอย่างเช่นส่งเสริมให้มีการนำเอามิติความแตกต่างของหญิงชายเข้ามา วิเคราะห์ประเด็นเรื่องอำนาจ และนัยยะต่อพฤติกรรมมนุษย์ในโลกของสิ่งมีชีวิต นอกจากนั้นยังมีการขยายแนวคิดเรื่องความมั่นคงให้รวมมิติความแตกต่างหญิงชาย และโลกของสิ่งมีชีวิต

กล่าวโดยทั่วไป เศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ เสนอวิธีการมองจากแง่มุมโครงสร้างทางประวัติศาสตร์ นั่นคือ ต้องวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งมนุษย์เลือกไม่ได้แต่ก็มีผลในการสร้างประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ดังที่มารกซ์เขียนไว้ โครงสร้างทางประวัติศาสตร์นี้ ถูกหล่อหลอมจากข้างล่างขึ้นข้างบน โดยกระบวนการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบส่วนย่อยของสังคมเศรษฐศาสตร์การเมือง ระหว่างประเทศ ยังได้นำการวิพากษ์ตนเอง การทบทวนสภาพของตนเอง การตระหนักถึงว่า แห่งที่จุดยืนของเรา ณ ช่วงเวลาและสถานที่หนึ่ง ๆ และโครงสร้างของ สังคมเป็นปัจจัยกำหนดความเข้าใจประวัติศาสตร์ของเรา การปฏิวัติวิธีคิดดังที่กล่าวมา ทำให้เศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบเดิม ๆ ล้าสมัยหรือใช้ไม่ได้ เป็นการปูทางสู่ความรู้ที่รอบด้านเกี่ยวกับกระบวนการของระเบียบโลกที่เป็น องค์รวมมากขึ้นกว่าเดิม

เศรษฐศาสตร์การ เมืองระหว่างประเทศได้รับความสนใจ เพราะให้ความสำคัญกับประเด็นที่ว่า เศรษฐกิจเป็นรากฐานสำคัญของอำนาจ แต่ประเด็นนี้มิได้มีความหมายแต่กับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศหนุนนำให้มีการเปลี่ยนแนวความคิดเรื่อง ระบบโลก โดยให้ความสนใจกับประเด็นเรื่องกรอบหรือโครงสร้างมิติประวัติศาสตร์ ที่พฤติกรรมมนุษย์เกิดขึ้น และให้ความสำคัญกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างเชื่องช้าภายใต้ กรอบดังกล่าว แนวคิดดังกล่าวแตกต่างจากการเมืองว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งมีสมมติฐานเรื่องธรรมชาติของระบบรัฐที่คงที่ และมีสมมติฐานเรื่องเศรษฐกิจที่มีลักษณะคงที่มิใช่เป็นกระบวนการ วิธีการคิดแบบเก่าเคยมีประโยชน์ช่วยแก้ปัญหาภายใต้สภาวะสถิต แต่มีประโยชน์น้อยในการช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลง ทำไมผู้คนจึงจะเข้าใจสภาพของตนเองและปัญหาที่ตนประสบภายใต้ภาวะที่โลก เปลี่ยนเร็ว? การก่อตัวขึ้นของอัตลักษณ์ที่หลากหลาย เป็นตัวชี้ถึงความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงที่กล่าวมาแล้วนั้น

การเสาะหารูปแบบความรู้เป็นองค์รวมที่มีความครอบคลุมก้าวไปไกล เกินขอบเขตของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ โดยท้าทายวิชาอื่น ๆ ด้วย การวิเคราะห์ว่าความสัมพันธ์ทางสังคมเป็นรากฐานของอำนาจทางการเมืองและต้นเหตุของความขัดแย้ง ทำให้มองเห็นว่าการแยกการเมืองเปรียบเทียบออกจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ แน่นอนเราไม่อาจศึกษาทุกสิ่งทุกอย่างและบางท่านรู้เรื่องการเมืองเปรียบเทียบดีกว่ากิจกรรมเกี่ยวเนื่องกับการทูตและการเจรจาหลายฝ่าย ถ้าจะเข้าใจระเบียบโลกหรือพัฒนาการของเขตภูมิภาคแล้ว ก็จำเป็นจะต้องผนวกความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอำนาจภายในสังคม และความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐที่ถูกกำหนดโดยความสัมพันธ์ทางสังคมที่ว่ามานั้น นอกจากนั้นยังจำเป็นต้องข้ามพ้นการผูกติดอยู่กับกรอบของศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่ง นั่นคือต้องนำความรู้ด้านประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ ภูมิศาสตร์ อีกนัยหนึ่ง สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ทั้งหมดเข้ามาประกอบกัน

Human evolution

Economic doctrine that we have faced. And disprove it from the start. The investigation is consistent with the opinion of the common man. Capitalism is seen as a cost. The labor force and the competing theories of Lampedusa Marathas so prejudicial that is consistent with both the rich and the poor, so as to improve the race progressed incrementally. At least consistent with the common Which is the difference in civilization because of differences in race, ethnicity Likewise, it creates harmony and the formula seems to be the criteria for review. The ubiquitous presence already. Surprisingly, the spread of it, since the latter is a surprise to Darwin. With the world’s first book “Origin of Species” is not a conquest of him as a blend. (Assimilation) do.

However, we will have a human origin. All we know about him is that he is just a human being – as is to be found now. There is no record or evidence of them in the state to be lower than those found in the woods to the whatever bridge he crossed the wide gap. Which now separates humans from animals. Still not showing signs of it. Among the lowest savages as far as we know, the highest animal. It appears that there are differences to be reconciled not do – which is not only a difference in size or degree (Degree) but also in the type (Kind) with another character. Human reactions and emotions of many of the lower animals is shown. But whether humans have low levels of humanity is. It did not appear that he will be the one thing which no evidence exists in animals, although it is a little something that has been clearly recognized. It can hardly be defined. It has the ability to improve the human – animal which he advances.

Beavers build a dam. Nesting birds and the bees grains. But while the Beaver Dam a hive of bees, birds and the loss created by the same always. Home of the man transition from crude huts made of leaves and branches of a majestic building, equipped with all modern logistics happy dogs that can be connected together to achieve it. And may have been some training routines. But its ability to do that does not even count, but not always. Friendly man who steadily improved and civilized dog does not have the ability or intelligence than dogs of the forest. At least we do not continue to use animals as clothing. Hob. The invention of tools or weapons for themselves. The nourishment they need to eat other animals. Or a spoken language. But it does not appear to have seen or heard about a man who did not do so. The man in the story is not that what we know. It shows.

This ability – in addition to what nature has done to him. With what he’s done to himself. And in fact predictable physical properties (physical endowment) of humans is extremely low. Nothing in the world. He will not survive. Without this ability. Some exceptions might be some small islands in the Pacific Islands.

Without question, this is a matter that is not mentioned before. I would be hesitant to check on the little space as possible. To devote to this. This is because it deals with some problems as the highest spiritual. Pondering the human will. Directly or indirectly to anyone. But it is a question that appears natural. We have come to the conclusion that this is consistent with the rule or not great. The Human Development operated under the rules?

What are the rules? We must find an answer to this question. Although modern philosophy because it will ensure that there is a rule such as this unequivocally. But it does not explain the rules to be more desirable than a description of the subject. In the current economic problems, that’s why it still has a shortfall in port services. Federal funds are increasingly more economic.

Let us seize the firm. In fact as many as possible, we do not need to investigate how humans gradually developed from animal use. Issues related to the human as we know he was born with. He will probably have a close relationship with any one. The latter, it must be clear from the first light always. We can not be inferred from what I can to find out what they already know. The fact that we already know. We can only assume that’s what happened before we know it.

Everywhere and all the time people have demonstrated this capability – and all the time we have known. Some people take advantage of this capability. But he uses this ability levels vary greatly. The canoe to sail the rough water. Gun fired during Naboo meringue repeat. The roughly carved wood with marble inspired by Greek art. Between the wild and modern scientific knowledge. Between the Indians and the white settlers who migrated to. Hot women between tribes and the state of Scottish society refined and beautiful, these would be vastly different.

Different levels of use of this ability. We shall not be claimed to be due to the difference in performance from the original – people growing up in today’s been a wild man in the history of this and we will find the widely different among. population of the same species, we can not be claimed to be due to differences in environment. Nature, but the only – source of education and science, the art of the moment. Nationals have been brutal occupation. And within a few years, the city was the land of the native tribes who hunted the woods. It is obvious that these differences are involved. Social development. Perhaps from beyond the minimum. We will develop better man when he was only a man. Thus, we conclude that only a combination of growth and improvement in the human condition, such as this year. Into the civilization. (Civilization) improved on his human civilization has advanced. Or friends participation in society.

What is the law of civilization? We will describe the different stages of civilization. Of different communities with common core what? The progress of civilization is the result of what was real. We will be prepared to adapt to the society that supports different civilizations that do not support. Or to explain why an institution or state. Which one may be causing the advancement of civilization. Ballast once held back progress?

This belief is reflected in the progress of civilization is. Development or evolution. During this man’s ability to increase his speed and features. With the effect of causing the same to be used as the source of Species or different species (species) of animals and plants – that is, the survival of the best. And the transfer of the property to be inherited.

In that civilization is an evolutionary one – which is the language of Herbert Spencer, it was advances from the same inconsistencies as a non-specific. Corresponding to a specific difference (from an indefinite, incoherent homogeneity to a definite, coherent heterogeneity) – there is no doubt. But this does not explain or identify the reasons which support or brace gravity. The evolution. Spencer said of the sweep, which aims to explain the – under the guidance of all matter and energy. It includes all these reasons, it is just that. I can not say. However, as described by the rules. Philosophy of development is not specifically on this issue. And made a comment. Or be a unity in the comments. Which is not consistent with the facts.

General description of the progress of this. I thought that was very similar to the common vision of the money. Analyze the causes of the economic wealth without equal. If he has a theory. Usually the theory is that there is plenty of money to be found for those who are. Willing and able. And folly. Laziness Or recklessness as to the difference between the rich and poor. And therefore descriptions of common differences. Of civilization is the difference in being able to. The nation is civilized races. And the progress of civilization is superior because of the rarity of this – as well as the British people are generally seen as a victory for the British and their properties. The fair – the sublime than the French eat frogs. And Americans in general, I think that the rule by the people. Innovation, invention actively. And well-being on average higher than other people because “the good of the Yankees” superior.

Chelsea dominated the world of ideas is now as follows: the struggle to remain human effort to encourage new inventions and innovation are increasingly struggling with the consequences. Prosperity and a better ability to make progress is to be determined. By inheritance. And has been expanded by a trend of people who are prepared to own the best. Or the most advanced in order to survive and spread out among the various parties and trends, national or ethnic tribes cooked himself the best or the most advanced in the future. Survive in the struggle between different social groups have a theory to explain the difference between humans and animals. And the difference in progress between humans themselves. With certainty, but it is not as common now. I recently had to explain this difference by using the theory of The creation of a special intervention of God.

The action of this theory is the popular cult Destiny (fatalism) with the hope of one. The ubiquitous presence in modern literature, listening to * by this progress is the result of power. Many of which act slowly, steadily, and without mercy. For the human mind to war, slavery, oppression, famine and plague, superstition poverty and misery. Which appear in modern civilization. Is the reason that drives people to the removal of the inferior and larger type than the gene is the power to dictate the pace of the front and the progress in the past is the foundation for new advances are people so. As a result of the changes made to those persons in the past is in order. Long lasting. Any form of social organization and the individuals who compose the society, so the theory is based on the words of Herbert Spencer ** – is “a radical change in favor of (radical) than a radical ideological change. Any current thinking “by virtue of which it seeks to change the nature of the human being at the same time. This theory is. “Conservatives than any ideological conservatives of today would think” because this theory assumes that there are no changes other than the change in the nature of a man slowly. Sages teach that this will not reduce the obligation to try to reform the wrongful acts, as well as a divine command. Doctrine teaches that God has set before you. Confirmed that it is the duty of all those who are struggling to survive. But, as generally understood. As a result, the popular cult of Destiny – “Though we may be doing. Grinding mill of God will continue regardless of the length or the. Retardation of us, “I said to allude to this only to show you what I am holding. That are being spread and penetration into the idea in general to quickly search for truth. We should not give consideration to the results of it makes our thoughts turn turned to go, but I considered going current civilization is as follows: Civilization is the result of powerful men who, by the way indicated a gradual change. human nature, and to improve and enhance the ability of humans to slowly between civilized people and savages is a difference in the education of the tribe. Species as long as the island permanently in mind. And improvements are likely to continue to rise to Aryabhata – fairly high up, we reached a point where progress seems to be normal for us, and we look Forward with confidence in the great achievement of mankind to be born than later – some even believe that most people do not make scientific progress. Immortality, and he can not travel to a planet but a star with It enabled him to create the sun and the universe itself. ***

But without rising to the stars. Once the theory of progress, which seems to be too simple for us. Among civilizations is underway to look around the world, it would be faced with the great facts – that is, the suspension stiffened their civilization. Humanity does not have the most current ideas about progress. Most current mobile mankind. (Such as our own ancestors had considered until a period of two to three people this age) that at the time of the perfection of man. There may be differences between wild and civilized by that theory. The forest also developed an extremely weak. This makes it somewhat.

The child’s progress. But the theory that human progress is the result of a common cause. Continuous. We will describe an advanced civilization to the interruption, but how? We can not mention Hindus and ethnic Chinese as well as could be said. Superior to that of the wild due to over training. We are like the adults and for nature. While he was still a child. Hindus and Chinese used to be civilized when we were in the forest. They have ruled that cities are well organized and strong literature, philosophy, refined manners and the division of labor (division of labor) is a fairly large commercial. And sophisticated art while our ancestors are uncivilized people homeless. Living in huts and tents, leather. Indians do not grow to even less. As we progress from this state of barbarism to civilization, dating back to the 19th century, Hindu and Chinese still live with that. If progress is the result of the rules of the course. Avoid punishment. And eternal. The driving force of human progress. How do we explain this?

The philosophy of development is the most popular one is the Walter Bagehot (“Physics and Politics”) has recognized the force of this objection. And try to explain this way: The first thing you need to make a civilized man is his breed. Induced him to live with men under the law. The laws and traditions are also increasing. Intensified and expanded by means of natural selection. Tribes or nations together in this way has an advantage over tribes or ethnic groups, traditions, and laws which are not included in the most intense and solid than it has. Continue to progress. These advances will continue to be a situation when they are induced to. Discussion and allow freedom and flexibility necessary for progress updates.

Bagehot description which is provided with a certain skepticism. As he said this himself. I think that the general theory to be reliable. It is useless to say anything to them because we are all clear that it is you. Explain the facts.

The resulting combination of atomic motion. Which in turn breaks down into atoms when the equilibrium state and the rest later. The new movement when the force of the impact. This will make the process of historical evolution. Cause the material to break down more and more gas. This will cause the one with the combination of the gas as it can be said that the combination of the individual in the community to generate power. The light and warmth of civilization. However, when this process breaks down the individual components which is at equilibrium into their routine. It was followed by disruptions. And the scattering due to the invasion of the barbarians is essential. For the process and the growth of civilization again.

However, a similar comparison is the most dangerous way of thinking that it might be connected to the similarities. But also hide or obscure the truth. And then there is that similarity is only superficial. When members of the community, emerging gradually in children with new vitality. A small community with the power to decline as humans. On the power of the majority of the force will be equal to the sum of the individual as a representative body of the international community would not lose significant power. The essential elements of its power is reduced.

However, the similarity comparison between the ordinary life of the nation. Individual. And in comparison to the one I proposed. It is clearly aware of the fact that one potential – that is, the fact that the barriers to progress and eventually arise. Because progress itself. And what has destroyed all previous civilizations, it is a condition that occurs. Due to the growth of civilization itself.

This is a truth which philosophy is now ignored. But it is true that the most important. The theory is that with the advancement of mankind has not plausibly be explained by this fact.

Likely to cause an erection, which Bagehot said to show itself off from its early stages of development, and his example about it almost from the wild or semi-wild, but civilization to the interruption of these steps. far before it breaks down. Should have a civilization are growing far more when compared with the wild, but it’s still a weak liberal and progressive civilization to a halt this week, at the point where almost nothing worse than a lot of areas. superior civilization of modern Europe around the 16th century, or at worst the beginning of the 15th century to the point that it needs to be discussed. Welcome new and all kinds of brain activity. They are the architects of the Arts and Science building boom reached a very high level of innovation or improvement to a sequence. The ship is the only ship to the USS Henry the 8th most innovative in many ways the same. The inventors have discovered that the update has stopped close to what’s most important to us and we can learn from some of them even. The engineers who built the canals for irrigation and navigation. The philosophy is to compete and have a good idea of religious conflict. One of the great missionary religion is similar to Christianity in many respects it is. In India. To replace the old religion spread widely throughout the country to China. But it was religion to replace the original sources of the same way that Christianity has been replaced as the first source of the count long after humans have to live together for life and living. aggressive Innovation resulting in improved progress. And even more than that. Both India and China have taken on a new life of the conqueror and the tradition. Model with different ideas.

Civilization to the interruption as much as possible. Of the civilization as we know it is of Egyptian civilization. Even art that came back as normal and the coagulate. But we know that behind the scenes, this term has to be the lively and canned Reed act opera – a civilization that developed and expanded as our civilization is now – otherwise, the arts and sciences. will not rise as high as just that. And excavation soon light on Egypt’s ancient than that of basic but well below what we know. Same about Egypt – from sculpture and carving, which is rather stiff and formal. To shine with life and meaning. It shows a powerful, natural and artistic freedom as an indication that the active life and extended. For advanced civilizations, which is now not the same as it would have been different.

But not only the cessation of these civilizations theory. Currently, the development did not explain. It is not just that the man was walking along the path of progress to me then. Breaks down. But as far as humans have walked the way of progress, then backwards too. The face of this theory is not just one single case only – it is a universal rule ever. Civilization, every civilization the world has ever seen would have a hard time growing strongly inhibited the degradation and decline. Those arising in civilization and prosperity. But now remained stagnant civilization and our civilization itself, which is not. Old as the pyramids, while Abraham looked – behind the pyramid is the distance of the historic 20th century have been recorded.

It is no doubt true. That our civilization has a broader base. Are more advanced. Moving faster. And civilizations that have risen above it. However, in these terms. But it will not progress to civilization than the Greeks – Roman Than to civilizations – Greek, Roman civilization progressed beyond Asia. And if it’s more advanced. That does not prove anything about the archive and its future prospects. Unless they can demonstrate that it is superior to what the various causes of failure altogether. Current theories of earlier civilizations did not show this.

In fact. If the explanation of the facts of universal history. Do not have any theories to go beyond this theory. That civilization is the result of the method of natural selection, which acts to improve and The ability of human beings. That civilization has occurred in various places, and there are progressive with a different speed. Not that it is not consistent with this theory. Because that may be the result of the balance between the forces that drive inequality and Against it. But the progress has started everywhere. (Even on the lowest among the tribes. We still have some progress) without any of that is going to continue. Instead, stop or reverse the loss of all. It is not entirely consistent with it. This is because if the progress made to bring about improvements in the nature and cause of human progress, even though more and more to be interrupted occasionally. The general rule is that progress will be continually – advances have led to a breakthrough. And civilization will develop into a more noble civilization.

Not only with the general rules of international law only if it is contrary to this. Empire Earth is the tomb of the dead as much as the graves of the dead man’s progress will be suitable for the more advanced. Strong and progressive civilization, every civilization of modern civilization, as well as our own in the back and down manually. Again that art has deteriorated. Science sink. Is waning. The sparsely populated. The people who built the temple and the city’s powerful. The river and mountains piercing. Nourish the earth like a garden. The most elaborate and adopt a resolution into the sub and then return to the savage life that pathetic even a small amount of the loss. Memories of what their ancestors did. And respected as the remaining parts of the immense contribution that high. Or the genius of the people of God before the great flood. This is particularly true. When we think of the past, take a look. As if it is not rigid rules, which we hope may be exempt. More so than the young man. “Sense of his life through all limbs” will I be exempt from the die, a fate shared by everyone Scipio lamenting the ruins of the city of Carthage, that “even as neo-Rome one day.

Preah Vihear Temple

Preah Vihear Temple or Prasat Preah Vihear. The ancient beauty. Dominant over the Phanom Dong Rak mountain range. The boundary. Between Thailand and Cambodia has an elevation of sea level 657 m Preah Vihear as it firmly on the mountain or “Si Si B Red Arrow” is the “crown jewel” of Lord Shiva (Shiva) is outstanding. on top of Phanom Dong Rak mountain range in length from north to south by 800 meters. Most of the entrance and stairs up to the top of the hill. The President of the castle. Situated at the southern end of Castle Peak (elevation 120 m from the north end of the castle, 525 meters and 657 meters above ground level in Cambodia).
National Park near the Preah Vihear temple as a holy place of the former inhabitants. King Jayavarman the second set and called this area “Security wa s” after the name in Sanskrit inscription that. “Sri Sikri Ice Princess” means “the mountain of the Gospel” is located on a hilltop in Phanom Dong Rak mountain range. Along the boundaries between Thailand and Cambodia.

Of evidence. Expected to generate in a year. Year 1432-1443. In the romanization of the first to use it as a place of worship, religious beliefs, Brahman. We assume it is like. “Mount Meru” (center of the universe) by making it realistic to capture the power and faith of the people in the neighborhood together. Because in the past the people of mixed race lived together. Romanization is the one he is sure to make up the temple. To a point and anchor of the soul. The house, which would make the rule easier.

Preah Vihear is among many Thewalai and Castle Rock. All built to honor Lord Shiva. Thewalai or Castle Rock, which first created. At the beginning of the 9th century ruins of Thewalai remaining. Age from the Kerguelen Islands. In the early 10th century when Preah Vihear and the architecture is stunning. Cultural heritage of their ancestors. “Kha Mer Cambodia” (Khmer) traditional living in Cambodia today. And in the east of us.

Kha Mer Cambodia. The people who have the ability to create a “castle” with sandstone and laterite. The construction of the castle on the hill Kha Mer Cambodia temple row the long reign of over 300 years since King’s “I Wanna assuming that 1″ to “Romanization 1″ so that the “Jayavarman 5-6″. until the very end. “Romanization 2″ and “The Jayavarman 7″ from the late 9th century until the middle of the 12th century (or from the 15th to the 18th century or the Sukhothai period 300 years before that).

Entrance to the castle, President, Vesta, Kanpur (arches) bookmarks are five layers (Co Kanpur 5th is the visitor will find the first part) Co. Jaipur each layer before reaching the front yard to the stairs. several stages. Jaipur is the Co layers at the altitudes. In addition, the model also shield them from patching Coast viewers see the next section of the castle. Until it passes through the different stages of it. The structure can not be seen from one corner to the castle.

Preah Vihear temple was originally located in the area of Thailand. The landscape of home Chai District C Pillar Coral Kantharalak district. Sisaket Province (1899, Rs -118) and 2442 HRH on her family. His celebration assembly. The Royal Sappasitthiprasong. Went to the castle. He called. “Castle virtues” which are referred to as. “Temple” in which he mentions the name of the era and the ridge that packs 118 stores right eye.
Whether the 2447 treaty, or by geography. The land of Thailand is clearly the date October 6, 2502 the Government of Prince Norodom Sihanouk of Cambodia. The backing of France. Be filed with the Court. Thailand to withdraw troops from Preah Vihear. And asked the court to award sovereignty over Preah Vihear temple that night. (All filed 73 times) later on June 15, 2505 the ICJ ruled that sovereignty over the Preah Vihear temple belonged to Cambodia, with a score of 9 to 3, characterized by the area, with an area of about 150 acres.

2450 years later, the French imperialists. (Khmer Rouge regime at the time) forced the military government of Siam (Thailand) to a map given to him in the temple, in the territory of Cambodia. In making the treaty more. Thai government has recognized the French map made well but did not protest. (Which was originally the Phanom Dong Rak mountain range divided by watershed. His temple is in Thailand, but the new year is planned. In 1907 the Cambodian side), possibly because France is a great power at that time. I can go to Thailand and Preah Vihear easily.

Electronic Transactions Law

Laws relating to electronic transactions.
(Electronic Transactions Law).
The legal status of electronic data, always with paper. Support a different legal relationship which may be prepared in the form of a book. Harness with a new legal relationship is created in the form of electronic data. Any of the signed data. And the hearing of evidence in the form of information on H. Black New Orleans.

Two. Law on electronic signature.
(Electronic Signatures Law).
To ensure the use of an electronic signature by any act of the new technology is always a common sign. The result is more confidence in electronic transactions. Determined to be the supervision and services. On electronic signature, as well as other services related to electronic signatures.

Three. Law regarding the development of information infrastructure offering comprehensive and equitable.
(National Information Infrastructure Law).
Contributes to the promotion and development of information infrastructure, including telecommunications. Information technology Human resources information. And other critical information infrastructure as the foundation. Important in the development of society. And community-based state machine. The main objective of the policy underlying ground. Section 78 of the State Constitution to redistribute the information thoroughly. And equality. It is crucial to reduce the inequality of property. Was gradual. Have the potential to contribute to local self-government, economic development within the community. And lead to social intelligence. And learning.

4th. Law on the protection of personal information.
(Data Protection Law).
To produce a wide range of rights and the protection of all personal data which may be processed. Disclose or reveal a large number of people in no time. By rapid technological developments. It may cause the data to be used in an unlawful way. It’s cool to do so, taking into account the balance between the basic module. And privacy. Freedom of communication. And the stability of the state.

Five. Law relating to the offense on the computer’s.
(Computer Crime Law).
Measures of punishment for criminal offenders to pay. Slows the computer information systems and networks. In order to guarantee the right to freedom. And the protection of social coexistence.

6. Law on electronic funds transfer.
(Electronic Funds Transfer Law).
Important to determine the mechanism of the law to accommodate electronic funds transfer system. Either to transfer funds between financial institutions. And a new payment system in the form of electronic money cause confidence to the financial system. Electronic transactions and much more.