Monthly Archive: October 2012

ความเชื่อต่างๆ

สาระน่ารู้ความพยายามหรือมุ่งมั่นเพื่อที่จะเพิ่มความเข้มแข็งแก่บุคลิกภาพของคนๆหนึ่ง ให้มากขึ้น เพื่อที่จะไปพ้นหรืออยู่เหนือคนอื่นๆในเรื่องของความรุนแรง, และในการแข่งขันหรือต่อสู้ดิ้นรนสำหรับความดีแบบทางโลก อันนี้คืออุดมคติทางศีลธรรมของพวกโซฟิสท์

บรรดาพวกโซฟิสท์ทั้งหลายยังโจมตีความเชื่อตาม จารีตเกี่ยวกับ”สิทธิอันชอบธรรม”อย่างรุนแรงด้วย – ซึ่งเป็นสิ่งที่สืบทอดมาจากหลักการต่างๆที่ตั้งอยู่บนฐานของ”ความยุติธรรม” – และพวกเขาได้ทดแทนแนวคิดดังกล่าวด้วย”อำนาจ”สำหรับความยุติธรรมอันนั้น

จาก ช่วงขณะของการเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์ทางการเมือง และการมีส่วนร่วมของผู้คนในพลังประชาธิปไตย ได้เริ่มก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายขึ้นเป็นจำนวนมาก บรรดาโซฟิสท์ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งไม่เพียงทำให้”สิทธิอันชอบธรรม”ทางการเมืองและ”ความถูกต้องชอบธรรม อื่นๆ”ขาดความน่าเชื่อถือลงไปเท่านั้น แต่ยังทำให้”สิทธิโดยธรรมชาติ”ได้ประโยชน์ด้วย

ความเชื่อในหลักการต่างๆอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับจริยาศาสตร์ ที่ได้รับการสถาปนาขึ้นมาในหมู่ชนชาวกรีกนั้น บรรดาพวกโซฟิสท์ทั้งหลายถือว่าเป็นอคติอย่างหนึ่ง และบ่อยครั้งเป็นการขัดขวางหน่วงเหนี่ยวชีวิตด้วย ซึ่งมันเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องขจัดออกไป

บรรดาโซฟิสท์ทั้งหลายยังเห็นว่า “ความดี” เช่นที่แสดงให้เห็นผ่านประสบการณ์ เกิดจากความมั่นคงของตนเองที่ได้มีการสั่งสม เป็นเจ้าของในเชิงปริมาณมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยไม่ต้องพิจารณาถึงเรื่องวิธีการที่นำมาใช้เพื่อให้ได้สิ่งเหล่านั้นมา สำหรับความดีเหล่านี้สามารถให้ความพอใจกับสัญชาตญานต่างๆและกิเลสตัณหา ซึ่งเป็นอย่างเดียวกับความสุข

พวกโซฟิสท์ปกป้อง”สิทธิตามธรรมชาติ” แต่สิทธิตามธรรมชาติอันนี้ พวกเขาไม่ได้หมายถึงส่วนที่เป็นเรื่องของ”เหตุผล”ของมนุษย์ อันที่จริงแล้วพวกเขาหมายถึง”สัญชาตญาน”และ”กิเลสตัณหา”ของคน. ด้วยเหตุดังนั้นสำหรับพวกเขา “สิทธิ”คือสิ่งซึ่งที่ได้มาโดยการเรียกร้องตัวมันเองโดยผ่านการใช้อำนาจ หรือการบังคับเอาโดยได้รับการสถาปนาขึ้นมาจากอำนาจบังคับและความรุนแรง

มนุษย์โดยธรรมชาติแล้วไม่เท่าเทียมกัน มันมีทั้งคนที่เข้มแข็งและคนที่อ่อนแอ และสิทธิชั่วคราว(the moment right)เกิดจากอำนาจ มันกลายเป็นภาระหน้าที่ของผู้ที่เข้มแข็งกว่าที่เป็นคนออกคำสั่งและสร้างกฎหมายขึ้นมา; และผู้ที่อ่อนแอจะต้องเชื่อฟัง

Thrasymachus โซฟิสท์คนหนึ่ง, ในหนังสือเล่มที่หนึ่งของ Republic ของเพลโต ยึดมั่นใน”กฎธรรมชาติคือสิทธิอันชอบธรรมของผู้ที่เข้มแข็งกว่า”. คนที่เข้มแข็งนั้น ดูถูกกฎหมายทั้งหมดที่ได้รับการเสนอขึ้นมาโดยคนที่อ่อนแอในนามของความยุติธรรม และยัดเยียดเจตจำนงของเขาให้กลายเป็นสิทธิอันชอบธรรม เช่นดัง Callicles ยืนยันไว้ในเรื่อง Gorgias ของเพลโต

ด้วยเหตุดังที่ได้อธิบาย ผู้คนทั้งหลายจึงชื่นชอบและมักจะห้อมล้อมพวกโซฟิสท์บางคน อย่างเช่น Protagoras ผู้ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างผู้มีชัยชนะและอย่างรื่นเริงบันเทิงใจ ในฐานะแขกคนหนึ่งในบ้านของชาวเอเธนส์ที่มีชื่อเสียงต่างๆโดยทั่วไป

โดย เหตุดังนั้น อย่างที่ได้อธิบายมาแล้วเช่นกัน ในฐานะที่เป็นภารกิจอันสูงส่งของโสกราตีส ผู้ซึ่งได้มาฟื้นฟูคุณค่าต่างๆของความมีศีลธรรมที่ศักดิ์สิทธิ์และไม่อาจ ล่วงละเมิดได้ เพราะมันตั้งอยู่บนพื้นฐานของ”เหตุผล”และไม่ใช่เรื่องของ”กิเลสตัณหา”อันไม่ อาจควบคุมได้ โสกราตีสได้ใช้ชีวิตที่มีอยู่ทั้งหมด และดำเนินไปอย่างไม่ไร้ประโยชน์เพื่อการนี้
ในที่นี้เรากำลังอยู่ในแนวคิดสุดขั้ว ที่ได้บ่งชี้ถึงคำสอนหรือทฤษฎีทั้งหมดของพวกโซฟิสท์. แนวคิดสุดขั้วดังกล่าว กลายเป็นสิ่งที่น่ายินดีสำหรับคนหนุ่มสาวของเอเธนส์ในช่วงเวลาของ Pericles (รัฐบุรุษแห่งเอเธนส์ 495-429 BC.) คนหนุ่มสาวทั้งหมดต่างกระวนกระวายที่จะได้รับหน้าที่หรือตำแหน่ง ซึ่งจะประกันความมั่งคั่งและความสุขใจให้กับพวกเขา คำสอนของโซฟิสท์ โดยความดีที่เหนือกว่าระเบียบแบบแผนทั้งหมดของจริยศาสตร์และความยุติธรรม ได้เปิดโอกาสให้กับคนหนุ่มให้มีหนทางอันหนึ่งที่จะทำให้เกิดความเป็นไปได้ และให้เหตุผลต่อการใช้ประโยชน์เกี่ยวกับความหลอกลวงหรือเล่ห์เพทุบายทั้งหมด และกิเลสอันรุนแรงอย่างถึงที่สุด

จิตรกรรมไทย

จิตรกรรมไทย

เป็นศิลปะที่มีความประณีตสวยงาม แสดงความรู้สึกชีวิติจิตใจและความเป็นไทย ที่มีความอ่อนโยน ละมุนละไม สร้างสรรค์สืบต่อกันมาตั้งแต่อดีต จนได้ลักษณะ ประจำชาติ มีลักษณะประจำชาติที่มีลักษณะ และรูปแบบเป็นพิเศษ นิยมเขียนบนฝาผนังภายในอาคารที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา และอาคารที่เกี่ยวกับบุคคลชั้นสูง เช่นโบสถ์ วิหาร พระที่นั่ง วัง บนผืนผ้า บนกระดาษ และบนสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ โดยเขียนด้วยสีฝุ่น ตามกรรมวิธีของช่างเขียนไทยแต่โบราณ เนื้อหาที่เขียนมักเป็น เรื่องราวเกี่ยวกับอดีตพุทธ พุทธประวัติ ทศชาติชาดก ไตรภูมิ วรรณคดีและชีวิตไทย พงศาวดารต่าง ๆ ส่วนใหญ่นิยมเขียนประดับฝนังพระอุโบสถ วิหารอันเป็นสถานที่ ศักดิ์สิทธิ์ประกอบพิธีทางศาสนา ลักษณะจิตรกรรมไทยแบบประเพณีเป็นศิลปะ แบบอุดมคติ (Idealistic) ผนวกเข้ากับเรื่องราวที่กึ่งลึกลับมหัศจรรย์ ซึ่งคล้ายกับงานจิตรกรรมในประเทศแถบตะวันออกหลาย ๆ ประเทศ เช่น อินเดีย ศรีลังกา จีน และ ญี่ปุ่น เป็นต้น เป็นภาพที่ระบายสีแบนเรียบ ด้วยสีค่อนข้างสดใส และมีการตัดเส้นเป็นภาพ 2 มิติ ให้ความรู้สึกเพียงด้านกว้างและยาว ไม่มีความรู้และไม่มีการใช้แสงและเงามาประกอบ จิตรกรรมไทยแบบประเพณีมีลักษณะพิเศษในการจัดวางภาพ แบบเล่าเรื่องเป็นตอน ๆ ตามผนังช่องหน้าต่าง โดยรอบโบสถ์ วิหาร และผนังด้าน หน้าและหลังพระประธาน ภาพจิตรกรรมไทยมีการใช้สีแตกต่างกันออกไปตามยุคสมัย ทั้งเกรงค์ และหหุรงค์ โดยเฉพาะการใช้สีหลาย ๆ สีแบบพหุรงค์นิยมมากใน สมัยรัตนโกสินทร์ เพราะได้สีจากต่างประเทศที่เข้ามาติดต่อค้าขายด้วย ทำให้ภาพจิตรกรรมไทยมีความสวยงามและสีสันที่หลากหลายมากขึ้น

รูปแบบลักษณะตัวภาพในจิตรกรรมไทยซึ่งจิตรกรไทยได้สร้างสรรค์ออกแบบไว้ เป็นรูปแบบอุดมคติที่แสดงออกทางความคิดให้สัมพันธ์กับเนื้อเรื่องและความ สำคัญของภาพ เช่น รูปเทวดา นางฟ้า กษัตริย์ นางพญา นางรำ จะมีลักษณะเด่นงามสง่า ด้วยลีลาอันชดช้อย แสดงอารมณ์ความรู้สึกปิติยินดี หรือเศร้าโศกเสียใจด้วยอากัปกิริยาท่าทาง ถ้าเป็นรูปยักษ์ มาร ก็แสดงออกด้วยท่างทางที่บึกบึน แข็งขัน ส่วนพวกวานรแสดงความลิงโลด คล่องแคล่วว่องไวด้วยลีลาท่วงท่าและหน้าตา สำหรับพวก ชาวบ้านธรรมดาสามัญก็จะเน้นความตลกขบขัน สนุกสนานร่าเริงหรือเศร้าเสียใจ ออกทางใบหน้า ส่วนช้างม้าเหล่าสัตว์ทั้งหลายก็มีรูปแบบแสดงชีวิตเป็นธรรมชาติ ซึ่งจิตรกรไทยได้พยายามศึกษา ถ่ายทอดอารมณ์ สอดแทรกความรู้สึกในรูปแบบได้อย่างลึกซึ้ง เหมาะสม สวยงาม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชนชาติไทยที่น่าภาคภูมิใจ สมควรจะได้อนุรักษ์ สืบทอดให้เป็นมรดกของชาติสืบไป

จิตรกรรมไทยแบบร่วมสมัย (Thai Contempolary Painting)

จิตรกรรมไทยร่วมสมัย เป็นผลมาจากความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการของโลก ความเจริญทางการศึกษา การคมนาคม การพาณิชย์ การปกครอง การรับรู้ข่าวสาร ความเป็นไปของโลกที่อยู่ห่างไกล ฯลฯ เหล่านี้ล้วนมีผลต่อความรู้สึกนึกคิด และ แนวทางการแสดงออกของศิลปินในยุคต่อๆ มา ซึ่งได้พัฒนาไปตามสภาพเวดล้อม ความเปลี่ยนแปลงของชีวิต ความเป็นอยู่ ความรู้สึกนึกคิด และความนิยมในสังคมสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ใหม่ของวัฒนธรรมไทยอีกรูปแบบ หนึ่ง อย่างมีคุณค่าเช่นดียวกัน อนึ่ง สำหรับลักษณะเกี่ยวกับจิตรกรรมไทยร่วมสมัยนั้น ส่วนใหญ่เป็น แนวทางเดียวกันกับลักษณะศิลปะแบบตะวันตกในลัทธิต่าง ๆ ตามความนิยมของ ศิลปินแต่ะละคน

สมรรรถนะของมนุษย์

สาระน่ารู้ในบทความเรื่อง Testing for Competence Rather than for Intelligence นั้น McClelland แสดงความเห็นต่อต้านการทดสอบความถนัด การทดสอบความรู้ในงาน หรือผลการเรียนว่าไม่สามารถทำนายผลการปฏิบัติงาน หรือความสำเร็จในชีวิตได้ เขาจึงหาทางวิจัยเพื่อศึกษาตัวแปรด้านสมรรถนะที่เขากล่าวว่าสามารถทำนายผล การปฏิบัติงานได้ และในขณะเดียวกันก็ยังมีข้อดีที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ตัวแปรสมรรถนะมักไม่แสดงผลการทดสอบที่ลำเอียงต่อเชื้อชาติ เพศ หรือ เศรษฐฐานะทางสังคม เหมือนกับแบบวัดความถนัด หรือแบบวัดอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน

การศึกษาทางด้านจิตวิทยามักเป็นการศึกษาต่อมาจากแนวคิดที่เคยมีผู้เสนอ ไว้แล้วในอดีต แนวคิดของ McClelland ก็เช่นกัน กล่าวกันว่าแนวคิดของ McClelland ไม่ใช่แนวคิดใหม่เสียทีเดียว เพราะในปี 1920 Frederick Taylor บิดาของวิทยาศาสตร์การจัดการได้กล่าวถึงสิ่งที่คล้ายกันกับสมรรถนะมาก่อน (Raelin & Cooledge,1996) อย่างไรก็ดี McClelland ได้นำสมรรถนะมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ประเด็นเรื่องการไม่แสดงผลการทดสอบที่ลำเอียงต่อเชื้อชาติ เพศ หรือเศรษฐฐานะนี้เป็นประเด็นสำคัญในอเมริกา เพร