โครงการด้านสิ่งแวลล้อม

ด้านการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรดิน
ในช่วงระยะ เวลา 20 ปีที่ผ่านมา การเพิ่มผลผลิต และรายได้ของประเทศมาจากการขยายพื้นที่การเพาะปลูกมากกว่า การเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่ จนถึงขณะนี้ประมาณได้ว่าพื้นที่ที่เหมาะสมต่อ การเกษตรกรรมได้ใช้ไปจนเกือบหมด และเกษตรกรพยายามหาพื้นที่ชดเชยด้วย การอพยพโยกย้ายเข้าไปอยู่กระจัดกระจายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ป่าไม้ ถูกทำลายเพิ่มจำนวนมากขึ้น เพราะการใช้ที่ดินกันอย่างขาดความระมัดระวัง และไม่มีการบำรุงรักษาซึ่งทำให้เกิดความเสื่อมโทรมทั้งด้านเคมี และกายภาพ ปัญหาเหล่านี้ หากไมได้รับการแก้ไขย่อมส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ เป็นอย่างมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีแนวพระราชดำริ เพื่อแก้ปัญหา ในเรื่องของดิน ทั้งในแง่ของการปัญหาดินที่เสื่อมโทรม ขาดคุณภาพ และการขาดแคลน ที่ดินทำกินสำหรับเกษตรกร ดังนี้

  • สนับสนุนให้ เกษตรกรเรียนรู้เข้าใจวิธีการอนุรักษ์ดินและน้ำ การปรับปรุงบำรุงดิน และสามารถนำไปปฏิบัติ ได้เอง มีพระราช ดำริว่า “..การปรับปรุงที่ดินนั้นต้อง อนุรักษ์ผิวดิน ซึ่งมีความสมบูรณ์ ไว้ไม่ให้ไถ หรือลอกหน้าดินทิ้งไป สงวนไม้ยืนต้น ที่ยังเหลืออยู่ เพื่อที่จะรักษาความชุ่มชื่นของผืนดิน…” ดังนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานพระ ราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษา การพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่อง มาจาก พระราชดำริ เพื่อทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการสร้างระบบอนุรักษ์ดิน และน้ำ เป็นตัวอย่างในการป้องกัน การชะล้างพังทลายของดิน การขยายพันธุ์พืช เพื่ออนุรักษ์ดินและบำรุงดิน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ก็มีวัตถุประสงค์หลัก ในการศึกษา และพัฒนาพื้นที่พรุ ซึ่งเป็นดินเปรี้ยวให้เป็นดินที่มีคุณภาพ สามารถทำการเพาะปลูกได้ ตลอดจนการทำแปลงสาธิตการพัฒนาที่ดินแก่เกษตรกรรม ในบางพื้นที่มีปัญหาในการพัฒนาปรับปรุง ดินเสื่อมโทรมด้วยสาเหตุต่าง ๆ เช่น ดินเปรี้ยว ดินเค็ม ดินทราย ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อให้พื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องดินทั้งหลาย สามารถใช้ประโยชน์ทางการ เกษตรได้อีก นอกจากนั้นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านสิ่ง แวดล้อม
  • การ จัดสรรและปฏิรูปที่ดิน พัฒนาที่ดินว่างเปล่าแล้วจัดสรร ให้เกษตรกร ที่ไร้ที่ทำกิน ได้ประกอบอาชีพ ในรูปของหมู่บ้านสหกรณ์ ทั้งนี้โดยให้สิทธิทำกิน แต่ไม่ให้กรรมสิทธิ์ใน การถือครอง พร้อมกับจัดบริการพื้นฐาน ให้ความเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีการ จัดพื้นที่ทำกิน ให้ราษฎรชาวไทยภูเขา สามารถดำรงชีพอยู่ได้ เป็นหลักแหล่ง โดยไม่ต้องทำลายป่าอีกต่อ ไป ในการจัดพื้นที่ต่าง ๆ ดัง กล่าวนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีหลักการว่าต้องการ วางแผนการจัดให้ดีเสียตั้งแต่ต้น โดยใช้แผนที่ และภาพถ่าย ทางอากาศช่วย การจัดสรรพื้นที่ทำกิน ควรจัดสรรตามแนวพื้นที่รับ น้ำ จากโครงการชลประทาน เป็นหลัก ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินของ เกษตรกร เป็นปัญหาสำคัญยิ่งในปัจจุบัน ด้วยพระอัจฉริยะในการแก้ ปัญหา จึงได้ พระราชทาน “ทฤษฎีใหม่” ให้ดำเนินการในพื้นที่ทำกินที่ มีขนาดเล็ก ประมาณ 15 ไร่ ด้วยวิธีการจัดสรร ที่ดินให้เหมาะสม มีแหล่งน้ำในที่ดินสำหรับการทำการเกษตรแบบผสมผสานอย่างได้ผล เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ใช้จ่ายตลอดปี ซึ่งได้ดำเนินการอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2534 ได้พระราชทานพระราชดำริ เกี่ยวกับหญ้าแฝก เป็นครั้งแรกกับ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการ กปร. ในขณะนั้นว่าให้ทำการศึกษาทดลองปลูกหญ้าแฝก เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน และอนุรักษ์ ความชุ่มชื้นไว้ในดิน เพราะขั้นตอนการดำเนินงานเป็นวิธีการแบบง่ายๆ ประหยัด และที่สำคัญ คือ เกษตรกรสามารถดำเนินการเองได้ โดยไม่ต้องให้การดูแล ภายหลังการ ปลูกมากนัก และได้ พระราชทานพระราชดำร ิอีกหลายครั้ง เกี่ยวกับการนำหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์ในลักษณะต่าง ๆ

การดำเนิน โครงการต่างๆ ดังกล่าวนี้ ทรงเน้นอยู่เสมอว่า กระบวนการพัฒนาที่ดิน ทั้งหมดนี้จะต้อง ชี้แจงให้ราษฎร ซึ่งเป็นผู้ได้รับประโยชน์ มีส่วน ร่วมและลงมือลงแรงด้วย

 

ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรแหล่งน้ำ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบดีว่า ประชาชนส่วนใหญ่ของพระองค์ท่านมีอาชีพทางการเกษตร และอาศัยน้ำฝน จึงทรงเน้นการอนุรักษ์ และพัฒนาแหล่งน้ำเป็น พิเศษ และทรงโปรดให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราช ดำริ ตั้งอยู่ที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียง ใหม่ เพื่อศึกษาค้นคว้า เกี่ยวกับรูปแบบที่เหมาะสมของการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำลำธาร เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจรวมทั้งรูปแบบการพัฒนาต่าง ๆ ที่ทำให้เกษตรกรพึ่งตนเองได้ โดยไม่ต้องทำลายสภาพแวด ล้อมทางธรรมชาติ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชน ที่สนใจเข้าไปศึกษา และนำ ไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ โดยที่มีการอนุรักษ์ต้นน้ำ และพัฒนาป่าไป พร้อม ๆ กัน สุดท้ายความชุ่มชื้นก็จะเกิดขึ้น และจะบรรเทาปัญหา การขาดแคลนน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภคในที่สุด นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนัก และห่วงใยในปัญหามลพิษจากน้ำเน่าเสียของประเทศที่มีปริมาณสูงขึ้น จนยากแก่การแก้ไขให้บรรเทาเบาบางลงได้ จากการที่พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสภาพน้ำ เน่าเสียในพื้นที่หลาย ๆ แห่ง ทั้งใน กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และ ต่างจังหวัด จึงได้พระราชทานพระราชดำริ ในการแก้ไขน้ำเสียด้วยการประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศ ที่เรียกกันว่า “กังหันน้ำชัยพัฒนา” เพื่อใช้ในการบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากแหล่งชุมชนและแหล่ง อุตสาหกรรม

ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้
ป่าไม้เป็นทรัพยากรธรรมชาติ ที่อำนวยประโยชน์ ทั้งทางตรง และทางอ้อมให้แก่มนุษยชาติ ควบคุมสภาพดินฟ้าอากาศให้อยู่ในสภาพปกติ รักษาต้นน้ำลำธาร พันธุ์พฤกษชาติ และสัตว์ป่า อีกทั้งยังเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ป่าไม้เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มนุษย์ได้บริโภคใช้สอย ประกอบอาชีพด้านการทำป่าไม้ เก็บของป่า การขนส่ง การอุตสาหกรรม การผลิตไม้ แปรรูป และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ใช้วัตถุดิบจากไม้ และของป่า แต่สภาพปัจจุบัน ประชากรไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเป็นแรงผลักดันให้เกิดการบุกรุกทำลายป่าไม้ เพื่อบุกเบิกพื้นที่ทำกิน ลักลอบ ตัดไม้ป้อนโรงงานอุตสาหกรรม และเผ่าถ่าน นอกจากนี้ การเร่งการดำเนินงาน บางโครงการ เช่น การก่อสร้างถนน สร้างเขื่อน ฯลฯ ทำ ให้มีการตัดไม้ โดยไม่คำนึงถึง การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ป่าไม้จึงมีเนื้อที่ลดลงตามลำดับ และบางแห่งอยู่ในสภาพ เสื่อมโทรมเป็นอย่างมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเล็งเห็นความสำคัญของป่าไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดปัญหาฝนแล้ง น้ำท่วม ดังที่ประเทศไทย ประสบอยู่ในขณะนี้ มีสาเหตุสำคัญมาจากการทำลายป่า พระองค์จึงทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่น ที่จะแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาป่าให้ อยู่ในสภาพสมบูรณ์ดังเดิม จากแนวพระราชดำริของพระองค์ ก่อให้เกิด โครงการพัฒนาและบำรุงป่าไม้จำนวนมากมายทั่วประเทศ โดยเฉพาะป่าไม้ที่เป็นต้นน้ำลำธารให้คงสภาพอยู่เดิม เพื่อป้องกันอุทกภัย ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็ถนอมน้ำไว้ใช้สำหรับหล่อเลี้ยงแม่น้ำลำธารด้วย เช่น โครงการพัฒนาพื้นที่ห้วยลานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น