การเมืองระหว่างประเทศ

การเมือง

ความสำเร็จของเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศมิใช่อยู่ที่ว่าได้นำเอา เรื่องเศรษฐกิจเข้ามาวิเคราะห์ แต่อยู่ที่การเปิดให้มีการเสาะแสวงหาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประวัติ ศาสตร์อย่างวิเคราะห์วิจารณ์ จุดเน้นเรื่องประเด็นทางเศรษฐกิจเป็นเพียงปรากฎการณ์สำคัญที่จะนำไปสู่การ สร้างความรู้ใหม่เกี่ยวกับระเบียบโลก ความพยายามดังกล่าวนำเอาสิ่ง ใหม่ ๆ เข้ามาประกอบมิใช่แต่เรื่องเศรษฐกิจแบบแคบ ๆ ตัวอย่างเช่นส่งเสริมให้มีการนำเอามิติความแตกต่างของหญิงชายเข้ามา วิเคราะห์ประเด็นเรื่องอำนาจ และนัยยะต่อพฤติกรรมมนุษย์ในโลกของสิ่งมีชีวิต นอกจากนั้นยังมีการขยายแนวคิดเรื่องความมั่นคงให้รวมมิติความแตกต่างหญิงชาย และโลกของสิ่งมีชีวิต

กล่าวโดยทั่วไป เศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ เสนอวิธีการมองจากแง่มุมโครงสร้างทางประวัติศาสตร์ นั่นคือ ต้องวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งมนุษย์เลือกไม่ได้แต่ก็มีผลในการสร้างประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ดังที่มารกซ์เขียนไว้ โครงสร้างทางประวัติศาสตร์นี้ ถูกหล่อหลอมจากข้างล่างขึ้นข้างบน โดยกระบวนการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบส่วนย่อยของสังคมเศรษฐศาสตร์การเมือง ระหว่างประเทศ ยังได้นำการวิพากษ์ตนเอง การทบทวนสภาพของตนเอง การตระหนักถึงว่า แห่งที่จุดยืนของเรา ณ ช่วงเวลาและสถานที่หนึ่ง ๆ และโครงสร้างของ สังคมเป็นปัจจัยกำหนดความเข้าใจประวัติศาสตร์ของเรา การปฏิวัติวิธีคิดดังที่กล่าวมา ทำให้เศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบเดิม ๆ ล้าสมัยหรือใช้ไม่ได้ เป็นการปูทางสู่ความรู้ที่รอบด้านเกี่ยวกับกระบวนการของระเบียบโลกที่เป็น องค์รวมมากขึ้นกว่าเดิม

เศรษฐศาสตร์การ เมืองระหว่างประเทศได้รับความสนใจ เพราะให้ความสำคัญกับประเด็นที่ว่า เศรษฐกิจเป็นรากฐานสำคัญของอำนาจ แต่ประเด็นนี้มิได้มีความหมายแต่กับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศหนุนนำให้มีการเปลี่ยนแนวความคิดเรื่อง ระบบโลก โดยให้ความสนใจกับประเด็นเรื่องกรอบหรือโครงสร้างมิติประวัติศาสตร์ ที่พฤติกรรมมนุษย์เกิดขึ้น และให้ความสำคัญกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างเชื่องช้าภายใต้ กรอบดังกล่าว แนวคิดดังกล่าวแตกต่างจากการเมืองว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งมีสมมติฐานเรื่องธรรมชาติของระบบรัฐที่คงที่ และมีสมมติฐานเรื่องเศรษฐกิจที่มีลักษณะคงที่มิใช่เป็นกระบวนการ วิธีการคิดแบบเก่าเคยมีประโยชน์ช่วยแก้ปัญหาภายใต้สภาวะสถิต แต่มีประโยชน์น้อยในการช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลง ทำไมผู้คนจึงจะเข้าใจสภาพของตนเองและปัญหาที่ตนประสบภายใต้ภาวะที่โลก เปลี่ยนเร็ว? การก่อตัวขึ้นของอัตลักษณ์ที่หลากหลาย เป็นตัวชี้ถึงความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงที่กล่าวมาแล้วนั้น

การเสาะหารูปแบบความรู้เป็นองค์รวมที่มีความครอบคลุมก้าวไปไกล เกินขอบเขตของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ โดยท้าทายวิชาอื่น ๆ ด้วย การวิเคราะห์ว่าความสัมพันธ์ทางสังคมเป็นรากฐานของอำนาจทางการเมืองและต้นเหตุของความขัดแย้ง ทำให้มองเห็นว่าการแยกการเมืองเปรียบเทียบออกจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ แน่นอนเราไม่อาจศึกษาทุกสิ่งทุกอย่างและบางท่านรู้เรื่องการเมืองเปรียบเทียบดีกว่ากิจกรรมเกี่ยวเนื่องกับการทูตและการเจรจาหลายฝ่าย ถ้าจะเข้าใจระเบียบโลกหรือพัฒนาการของเขตภูมิภาคแล้ว ก็จำเป็นจะต้องผนวกความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอำนาจภายในสังคม และความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐที่ถูกกำหนดโดยความสัมพันธ์ทางสังคมที่ว่ามานั้น นอกจากนั้นยังจำเป็นต้องข้ามพ้นการผูกติดอยู่กับกรอบของศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่ง นั่นคือต้องนำความรู้ด้านประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ ภูมิศาสตร์ อีกนัยหนึ่ง สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ทั้งหมดเข้ามาประกอบกัน